สำนักข่าวต่างประเทศรายงานผลสำรวจว่า ผู้บริโภคชาวอังกฤษใช้จ่ายในเดือนมกราคมน้อยกว่าเดือนก่อน ซึ่งการใช้จ่ายในเดือนมกราคมลดลงเป็นครั้งเเรกนับตั้งเเต่ปี 2013 เเสดงให้เห็นว่า มีการระมัดระวังในการใช้จ่าย เเละเข้าสู่แนวทางของเบร็กซิท
วีซ่า ซึ่งเป็นผู้ให้บริการใช้บัตรเคดิต เเละบัตรเดบิต โดย 1 ใน 3 ของประชากรชำระเงินด้วยวิธีเหล่านี้ในสหราชอาณาจักร กล่าวในวันนี้ว่า หลังจากช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ผ่านมา ผู้บริโภคก็เริ่มถอยห่างการจับจ่ายซื้อของ
โดยในเดือนมกราคม การใช้จ่ายของครัวเรือนลดลง 1.2% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปี 2017 โดยมีการใช้จ่ายในร้านค้าลดลงกว่า 4%
นายมาร์ค แอนติพร็อพ หัวหน้าฝ่ายการค้าของวีซ่ากล่าวว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคในปีใหม่ลดลงเป็นครั้งที่ 8 ในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากชาวอังกฤษยังคงลดการใช้จ่ายลง
ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์ที่ลดลง ยังเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญต่อยอดขายโดยรวม สวนทางกับยอดขายด้านโรงเเรม เเละภัตตาคาร ร้านทำผม ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามที่ยังคงมีการกระจายการจับจ่ายซื้อของ เนื่องจากเป็นสินค้า บริการที่ไม่ได้เเพง ผู้บริโภคยังคงมองหาของขวัญชิ้นเล็กๆ ให้กับตนเอง
เเอนนาเบล ฟินเดส นักเศรษฐศาสตร์จากบริษัทข้อมูลทางการเงิน IHS Markit ซึ่งเป็นผู้จัดทำแบบสอบถามเกี่ยวกับวีซ่า กล่าวว่า ข้อกังวลเกี่ยวกับ เบร็กซิท กระทบต่อความเชื่อมั่นในตัวผู้บริโภค ซึ่งการใช้จ่ายอาจฟื้นตัวขึ้นในปลายปีนี้ เนื่องจากคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลง รวมถึงการจ้างงานที่สูงขึ้น
อย่างไรก้ตาม การลดลงของยอดใช้จ่ายในสหราชอาณาจักร ทำให้เศรษฐกิจประเทศในปี 2017 ล้าหลังกว่าประเทศร่ำรวยอื่นๆ โดยอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากเบร็กซิท การเติบโตด้านค่าจ้างงาน เป็นตัวที่ทำให้ผู้บริโภคชะลอตัวในเรื่องใช้จ่ายนั่นเอง