Skip to content

ดูไบเปิดแผนเศรษฐกิจ 10 ปี 8.7 ล้านล้านดอลลาร์ มุ่งเป็นฮับการเงินโลก

06 ม.ค. 2566 | 12:50น.
ดูไบเปิดแผนเศรษฐกิจ 10 ปี 8.7 ล้านล้านดอลลาร์ มุ่งเป็นฮับการเงินโลก

มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการเงินโลก ดูไบเปิดแผนเศรษฐกิจ 10 ปี มูลค่า 8.7 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 296 ล้านล้านบาท

ชีก โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มักตูม (Sheikh Mohammed bin Rashid Al Maktoum) ในฐานะผู้ปกครองนครดูไบ ทวีต เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2023 เปิดเผยแผนเศรษฐกิจ 1 ทศวรรษของนครดูไบ มูลค่า 32 ล้านล้านเดอร์แฮม (ประมาณ 8.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ตั้งเป้าจะเป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลก

“ดูไบจะขึ้นไปเป็น 1 ใน 4 ศูนย์กลางทางการเงินของโลก ด้วยมูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (foreign direct investment : FDI) เพิ่มขึ้นเป็น 650,000 ล้านเดอร์แฮมในทศวรรรษข้างหน้า นักลงทุนกว่า 300,000 คน การลงทุนจากทั่วโลกจะช่วยสร้างดูไบให้เป็นเมืองที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก” 

REUTERS/Mohammed Salem/File Photo

แผนเศรษฐกิจนี้ครอบคลุมการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศที่จะเพิ่มเป็นสองเท่าในทศวรรษข้างหน้า (2024-2033) เพื่อยกระดับสถานะของนครดูไบให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินระดับโลก โดยตั้งเป้าว่าการค้าระหว่างประเทศจะเติบโตจาก 14.2 ล้านล้านเดอร์แฮม หรือประมาณ 3.87 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในทศวรรษนี้ (2014-2023) ขึ้นไปเป็น 25.6 ล้านล้านเดอร์แฮม หรือประมาณ 6.97 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2033 

และพยายามที่จะดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (foreign direct investment : FDI) ให้ได้ปีละประมาณ 60,000 ล้านเดอร์แฮม หรือประมาณ 16,335 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลอดทั้งทศวรรษ ซึ่งจะทำให้มูลค่ารวมสูงถึง 650,000 ล้านเดอร์แฮม หรือประมาณ 176,967 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2033 เพิ่มขึ้นจากทศวรรษนี้ที่ทำได้ปีละ 32,000 ล้านเดอร์แฮม หรือประมาณ 8,712 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

Bloomberg รายงานว่า ในปี 2022 เศรษฐกิจของดูไบยังคงฟื้นตัวหลังการระบาดของโควิด-19 และในช่วง 9 เดือนแรกของปีที่แล้วเติบโต 4.6% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) แต่แผนการสำหรับการเติบโตในระยะยาวนี้เกิดขึ้นเมื่อนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจทั่วโลกที่น่ากลัว กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) คาดว่า 1 ใน 3 ของเศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2023 นี้ โดยสหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีนต่างก็ชะลอตัวพร้อมกัน 

ดูไบกำลังพยายามกระตุ้นภาคการผลิตและโลจิสติกส์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 700,000 ล้านเดอร์แฮม หรือประมาณ 19,057 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในอีก 10 ปีข้างหน้า จาก 512,000 ล้านเดอร์แฮม เมื่อทศวรรษก่อน 

เมืองใหญ่ที่สุดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมืองนี้เป็นเมืองหลวงทางการค้าของภูมิภาคนี้มานานกว่าทศวรรษ แต่ซาอุดีอาระเบียพยายามที่จะขยายบทบาทในฐานะศูนย์กลางธุรกิจและการค้าภายใต้แผนพัฒนาวิสัยทัศน์ ‘Saudi Vision 2030’ ของมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน (Mohammed bin Salman) 

ดูไบได้นำการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายมาใช้และคลายข้อจำกัดทางสังคม เพื่อรักษาเสน่ห์ที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติและผู้มีทักษะสูง เริ่มต้นปีนี้ด้วยการยกเลิกภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 30% และเมื่อปีที่แล้วสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ยกเลิกกฎหมายการห้ามคู่รักที่ไม่ได้แต่งงานอยู่กินด้วยกัน และเปลี่ยนวันทำงานเป็นวันจันทร์-ศุกร์ เพื่อให้คนทำงานมีวันหยุดเสาร์-อาทิตย์อย่างสากล จากเดิมที่หยุดวันศุกร์และเสาร์ นอกจากนี้ ยังแนะนำวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติให้สามารถทำงาน อยู่อาศัย และเรียนได้โดยไม่ต้องมีสปอนเซอร์

แม้ว่านโยบายและกฎระเบียบด้านการย้ายถิ่นฐานที่เอื้ออำนวยจะทำให้บริษัทสามารถจัดตั้งธุรกิจในดูไบได้ง่าย แต่ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เพราะดูไบกำลังอยู่ภายใต้การตรวจสอบระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น หลังจากที่ดึงดูดกลุ่มนักลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี และเศรษฐีรัสเซียเข้าเมือง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดูไบ