เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เนื้อแท้’ ยอมรับ 6 เดือนที่ผ่านมา ประสบปัญหาสภาพคล่อง เร่งเคลียร์เงินเดือนค้างจ่าย-ปรับระบบบัญชี
Business ‘เนื้อแท้’ ยอมรับ 6 เดือนที่ผ่านมา ประสบปัญหาสภาพคล่อง เร่งเคลียร์เงินเดือนค้างจ่าย-ปรับระบบบัญชี
“เอรา วัน” แจงซีพีไม่เคยตั้งเป้ายกเลิกสัญญาไฮสปีด ยังหาทางออกกับรัฐฝ่าอุปสรรคพื้นที่-การเงิน
Economic “เอรา วัน” แจงซีพีไม่เคยตั้งเป้ายกเลิกสัญญาไฮสปีด ยังหาทางออกกับรัฐฝ่าอุปสรรคพื้นที่-การเงิน
คมนาคมเร่งแก้รถติด ปทุมธานี เล็งผุดระบบขนส่งมวลชน เชื่อมโครงข่ายรับ ”สวนสัตว์ใหม่”
Economic คมนาคมเร่งแก้รถติด ปทุมธานี เล็งผุดระบบขนส่งมวลชน เชื่อมโครงข่ายรับ ”สวนสัตว์ใหม่”
SET วันนี้ (10 ก.ค.) ปิดบวก ยืนเหนือ 1,600 จุด Fund Flow หนุน หุ้น “นิคมฯ–พลังงาน” พุ่ง
Finance SET วันนี้ (10 ก.ค.) ปิดบวก ยืนเหนือ 1,600 จุด Fund Flow หนุน หุ้น “นิคมฯ–พลังงาน” พุ่ง
สิริพงศ์ เผย น้ำซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง ย่านวงเวียนใหญ่สถานการณ์ดีขึ้น อีก 2 สัปดาห์หยุดรอยรั่วได้
Economic สิริพงศ์ เผย น้ำซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง ย่านวงเวียนใหญ่สถานการณ์ดีขึ้น อีก 2 สัปดาห์หยุดรอยรั่วได้
Amity ปักหมุดสำนักงาน-ศูนย์วิจัย AI แห่งใหม่ใน ‘สิงคโปร์’
Tech Amity ปักหมุดสำนักงาน-ศูนย์วิจัย AI แห่งใหม่ใน ‘สิงคโปร์’
‘ศุภจี’ เปิดใจชีวิต รมว.หญิง “เน้นงาน ไม่เน้นคอนเทนต์” ดันเกมดีลสหรัฐ-จีน-ยุโรป – เล็ง OCN คุมเกมแพลตฟอร์ม
Economic ‘ศุภจี’ เปิดใจชีวิต รมว.หญิง “เน้นงาน ไม่เน้นคอนเทนต์” ดันเกมดีลสหรัฐ-จีน-ยุโรป – เล็ง OCN คุมเกมแพลตฟอร์ม
ชัชชาติ ประกาศสร้างแน่ สะพานคนเดินข้ามเจ้าพระยา คืนตลาดจตุจักรให้การรถไฟฯ
Economic ชัชชาติ ประกาศสร้างแน่ สะพานคนเดินข้ามเจ้าพระยา คืนตลาดจตุจักรให้การรถไฟฯ
ค่าย “ชิปเอเชีย” ระดมทุนใหญ่ 2 ฟากโลก
Tech ค่าย “ชิปเอเชีย” ระดมทุนใหญ่ 2 ฟากโลก
ศุภจี เดินไปในดาวอังคาร  เจรจาเพื่อชาติ เน้นทำงาน ไม่เน้นพูด
Politics ศุภจี เดินไปในดาวอังคาร  เจรจาเพื่อชาติ เน้นทำงาน ไม่เน้นพูด
ดูทั้งหมด

เทคโนโลยีเรือบินช่วยลดการปล่อยคาร์บอนของอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าทางเรือ

07 ม.ค. 2566 | 17:31น.

 

อาร์ทิมิส เทคโนโลยีส์ นำเทคโนโลยีแผ่นปีกใต้น้ำมารวมกับพลังงานไฟฟ้า

Artemis Technologies
อาร์ทิมิส เทคโนโลยีส์ นำเทคโนโลยีแผ่นปีกใต้น้ำมารวมกับพลังงานไฟฟ้า

ไพโอเนียร์แห่งเบลฟาสต์ (Pioneer of Belfast) ร่อนเหนือน้ำอย่างเงียบเชียบและราบเรียบ แทบไม่ทิ้งรอยคลื่นไว้เบื้องหลังเลย

“แม้ท่ามกลางคลื่นลูกใหญ่และลมพัดแรง เราเห็นถึงข้อดีของการบินเหนือคลื่นได้” แคทรินา ธอมป์สัน ผู้อำนวยการโครงการของบริษัทอาร์ทิมิส เทคโนโลยีส์ (Artemis Technologies) กล่าว

เรือไพโอเนียร์ ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยอาร์ทิมิส เทคโนโลยีส์ เป็นเรือที่ใช้ในการทำงานที่ใช้แผ่นปีกใต้น้ำและไฟฟ้าลำแรกของโลกที่มีการนำเข้ามาซื้อขายในตลาด

แผ่นปีกใต้น้ำ เป็นโครงสร้างที่คล้ายปีกอยู่ใต้เรือ ช่วยยกลำเรือขึ้นสู่ผิวน้ำซึ่งช่วยให้ลดการถ่วงลงได้มาก

นอกจากนี้ยังใช้เครื่องยนต์ไฟฟ้า โดยอาร์ทิมิสบอกว่า เรือนี้ลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงลงได้ 90% และไม่ปล่อยมลพิษเลย

“มันเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น” ดร.ธอมป์สัน

ดร.ธอมป์สัน เติบโตในเมืองเซเลอร์ทาวน์ ของเบลฟาสต์ ในช่วงอุตสาหกรรมหนักกำลังคึกคัก เธอใช้ชีวิตช่วงวัยเด็กกับการเล่นที่ท่าเรือ ขณะที่พ่อแม่ของเธอทำงานอยู่บนเรือ

เธอออกจากเบลฟาสต์ไปเป็นวิศวกรการบิน ออกแบบเครื่องบินให้กับโรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) และบอมบาร์ดิเอร์ (Bombardier) จากนั้นเธอก็กลับบ้านเกิดพร้อมกับความเชี่ยวชาญในด้านนี้

คาทรินา ธอมป์สัน เคยเป็นวิศวกรการบิน ที่ออกแบบเครื่องบินให้โรลส์-รอยซ์ และบอมบาร์ดิเอร์

Artemis Technologies
คาทรินา ธอมป์สัน เคยเป็นวิศวกรการบิน ที่ออกแบบเครื่องบินให้โรลส์-รอยซ์ และบอมบาร์ดิเอร์

“พ่อของฉันไม่อาจเข้าใจได้” ดร.ธอมป์สัน กล่าว “ตอนนั้น ฉันเลยแสดงให้พ่อดูด้านใต้ของเรือ พ่อบอกว่า ‘นั่นคือปีกนี่'”

อาร์ทิมิสได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬาท้าความเร็ว วิศวกรการบิน ผู้เชี่ยวชาญในการควบคุมการบินและทำแบบจำลอง รวมถึงนาวาสถาปนิก ซึ่งออกแบบเรือ มาไว้ด้วยกัน

ดร.ธอมป์สัน กล่าวว่า เรือไพโอเนียร์มีขนาด 11.5 เมตร และเหมาะในการขนส่งเจ้าหน้าที่ไปกลับฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่ง

“พวกเขาต้องต้านลมเพื่อออกไปที่ฟาร์มกังหันลม และต้องรออยู่ที่นั่น ขณะที่เจ้าหน้าที่ลงจากเรือ มันเป็นปฏิบัติการที่ใช้พลังงานสูงมาก”

คลื่นที่เกิดจากการเดินทางทางทะเลทำให้เกิดการทำลายชายฝั่ง การกัดเซาะชายฝั่ง และทำให้ถิ่นที่อยู่ของสัตว์และพืชลดน้อยลง อาร์ทิมิสได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติการใกล้กับอ่าว ด้วยความเร็วสูงกว่าเรืออื่น ๆ เนื่องจากไม่ทำให้เกิดคลื่น ทำให้ใช้เวลาในการเดินทางลดลงอย่างมากด้วย”

“เรากำลังทำงานในอุตสาหกรรมที่ปกติแล้วจะรับเทคโนโลยีใหม่เข้ามาได้ช้า” ดร.ธอมป์สัน “ถ้าเราเริ่มตอนนี้ เราอาจทำให้การเดินทางสู่การเลิกปล่อยคาร์บอนราบรื่นขึ้น”

อุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางเรือ มีแผนที่จะตัดลดการปล่อยคาร์บอนลง 50%

Getty Images
อุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางเรือ มีแผนที่จะตัดลดการปล่อยคาร์บอนลง 50%

ประมาณ 90% ของการค้าทั่วโลกเป็นการขนส่งทางทะเล การเดินเรือระหว่างประเทศมีส่วนในการปล่อยมลพิษทั่วโลกเกือบ 3% ของทั้งหมด ถ้ามันเป็นประเทศ ก็คงจะเป็นประเทศที่ปล่อยมลพิษสูงที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก

ในปี 2018 องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization–IMO) ตั้งเป้าว่า ปี 2050 จะลดการปล่อยคาร์บอนลง 50% เมื่อเทียบกับปี 2008 อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การจะจำกัดอุณหภูมิของโลกไม่ให้ร้อนเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เป้าหมายนี้ควรจะเป็น 100%

แล้วอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าทางเรือจะลดการปล่อยคาร์บอนได้ไหม

ในระยะทางสั้น ๆ เรืออาจจะใช้พลังงานจากแบตเตอรีได้ แต่การใช้เชื้อเพลิงที่ใช้ไฮโดรเจนซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการขนส่งสินค้าทางเรือระหว่างประเทศ อาจจะมีบทบาทสำคัญในการยุติการปล่อยคาร์บอนของอุตสาหกรรมนี้

อย่างไรก็ตาม การหันไปใช้ไฮโดรเจน จะต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานด้านเชื้อเพลิง นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่สำคัญในเรื่องการจัดเก็บและต้นทุน รวมถึงการปรับเปลี่ยนเรือให้สามารถใช้ไฮโดรเจนได้

นักวิจัยบางคนกำลังศึกษาเทคโนโลยีที่สุดโต่งเพื่อใช้จัดการปัญหานี้

Researchers at Cambridge University are experimenting with floating production fuel

Cambridge University
นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ กำลังตรวจสอบการผลิตเชื้อเพลิงลอยน้ำ

ผู้เชี่ยวชาญที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ กล่าวว่า แก๊สสังเคราะห์ หรือ ซินแก๊ส (syngas) ที่ผลิตโดยการสังเคราะห์แสงเทียม อาจช่วยเชื่อมต่อระหว่างเชื้อเพลิงฟอสซิลและไฮโดรเจนที่เป็นพลังงานสะอาดได้

“ซินแก๊ส ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างไฮโดรเจนและคาร์บอนมอนอกไซด์ เป็นตัวกลางที่สำคัญของอุตสาหกรรมในการผลิตเชื้อเพลิงดั้งเดิมอย่างน้ำมันเชื้อเพลิง” ดร. เวอร์จิล อันเดร นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ กล่าว “ถ้าเราสามารถผลิตซินแก๊สได้อย่างยั่งยืน เราก็จะไม่ต้องใช้ฟอสซิล”

บรรดานักเที่ยวบินพูดคุยกันขณะที่เรือถ่อล่องไปตามแม่น้ำแคม (River Cam) ใต้สะพานไซส์ (Sighs) ผ่านวิทยาลัยเซนต์จอห์น แสงอาทิตย์ส่งกระทบผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ ซึ่งถูกแต่งแต้มด้วยใบไม้สีแดงและทองในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

ใบไม้ใบหนึ่งดูต่างออกไป ดร.อันเดร กันเป็ดที่ดูท่าทางจะหิวไม่ให้เข้ามาที่ใบไม้นี้

“มันจะไม่กินหรอก” เขาพูดอย่างมั่นใจ

เขาบอกว่า พลาสติกที่คลุมอยู่น่าจะแข็งแรงพอที่จะป้องกันสัตว์ต่าง ๆ ไม่ให้เข้ามากินใบไม้ที่ประหลาดนี้ได้

“ความจริงแล้ว ผิวน้ำที่ถูกปกคลุมอยู่ราว 50% ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสัตว์ แต่อาจจะเป็นผลดีด้วย อย่างการช่วยป้องกันน้ำไม่ให้ระเหยออกจากคลองเก็บน้ำ” ดร.อันเดร กล่าวเพิ่มเติม

Cambridge University
“ใบไม้” มีตัวดูดซึมแสง 2 แบบ ที่เก็บเกี่ยวแสงอาทิตย์ได้

ดร.อันเดรและทีมงานของเขาที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้พัฒนาใบไม้เทียมที่ช่วยสร้างเชื้อเพลิงสะอาดจากแสงอาทิตย์และน้ำ และท้ายที่สุดอาจจะนำไปทำเป็นโครงการขนาดใหญ่ในทะเลได้

ใบไม้มีตัวดูดซึมแสงอยู่ 2 ชนิด ที่ช่วยเก็บเกี่ยวแสง ชนิดหนึ่งใช้แสงสีฟ้าจากปลายด้านหนึ่งของแถบสเปกตรัม เพื่อผลิตออกซิเจนจากน้ำ ส่วนอีกชนิดหนึ่งใช้แสงสีแดงจากปลายอีกด้านหนึ่งของแถบสเปกตรัม เพื่อแปลงคาร์บอนไดออกไซด์และโปรตอนให้กลายเป็นซินแก๊สหรือไฮโดรเจน

ดร.อันเดร บอกว่า อุปกรณ์ที่ยืนหยุดและบางเป็นพิเศษนี้มีราคาต่ำมาก เคลื่อนที่และลอยน้ำได้ด้วยตัวเอง ทำให้สามารถใช้งานพวกมันในการผลิตพลังงานที่ยั่งยืนแทนน้ำมันโดยไม่ต้องใช้เนื้อที่บนแผ่นดิน

“คุณอาจจะกระจายการผลิตเชื้อเพลิงไปในพื้นที่ทุรกันดารได้ ไปตามชายฝั่งทะเล ในทะเลสาบ ใกล้กับเกาะ เราอาจมีสถานีเติมเชื้อเพลิงให้แก่เรือได้”

นี่คือครั้งแรกที่พลังงานสะอาดถูกผลิตขึ้นมาจากน้ำและถ้ามีการขยายขนาด ก็อาจจะใช้ใบไม้เทียมนี้ในแหล่งน้ำที่มีมลพิษ ตามท่าเรือ หรือกลางทะเลได้ โดยจะเป็นการช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลของอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าทางเรือทั่วโลก

แม้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่จะใช้เทคโนโลยีนี้ได้ หลายคนได้รื้อฟื้นวิธีการในการขนส่งสินค้าทางเรือที่เคยใช้กันมานานหลายร้อยปี

เซลคาร์โก กำลังสร้างเรือลำใหม่ที่อู่เรือของบริษัทในคอสตาริกา

Jeremy Starn
เซลคาร์โก กำลังสร้างเรือลำใหม่ที่อู่เรือของบริษัทในคอสตาริกา

จูเลีย มิลมอร์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเซลคาร์โก (Sailcargo) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2014 ในคอสตาริกา

เซบา (Ceiba) เรือธงของทางบริษัท กำลังถูกสร้างขึ้นที่อู่เรือของบริษัทในคอสตาริกาซึ่งอยู่ในอเมริกากลาง มีกำหนดจะใช้งานได้ในปี 2024

เรือที่มีขนาดยาว 45 เมตร มีเสากระโดงเรือ 3 เสา ซึ่งจะช่วยกางเรือใบ

มันสามารถบรรทุกสินค้าได้ 250 ตัน ซึ่งเทียบเท่ากับตู้คอนเทนเนอร์บรรทุกสินค้ามาตรฐาน 9 ตู้

“เมื่อสร้างเสร็จ มันจะเป็นเรือบรรทุกสินค้าที่ใช้พลังงานสะอาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก” นางมิลมอร์ กล่าว

“ลูกเรือรู้ว่า การตอกค้อนหรือการดึงเชือกแต่ละครั้งของพวกเขา มีส่วนสำคัญในภารกิจที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ใหญ่กว่าตัวเรือเองด้วย”

จูเลีย มิลมอร์ บอกว่า เรือลำเล็กกว่า หลีกเลี่ยงท่าเรือที่แออัดได้

Isley Reust
จูเลีย มิลมอร์ บอกว่า เรือลำเล็กกว่า หลีกเลี่ยงท่าเรือที่แออัดได้

เรือที่ได้รับการตกแต่งใหม่อีกลำหนึ่งคือ เวกา แกมลีย์ (Vega Gamley) ซึ่งซื้อมาจากครอบครัวชาวสวีเดน ที่เป็นเจ้าของเรือลำนี้มานานหลายสิบปี พร้อมที่จะขนส่งกาแฟออร์แกนิกระหว่างประเทศต่าง ๆ ในทวีปอเมริกาแล้ว

เวกาจะเดินทางระหว่างซานตามาร์ตาในโคลอมเบียและนิวเจอร์ซีย์ในสหรัฐฯ ปีละ 8 รอบ การออกเรือแต่ละครั้งจะใช้เวลา 16 วันในการเดินทาง และอีก 6 วันจอดอยู่ที่ท่าเรือ

เรือเวกา แกมลีย์ พร้อมที่จะขนส่งกาแฟระหว่างประเทศในทวีปอเมริกา

SailCargo
เรือเวกา แกมลีย์ พร้อมที่จะขนส่งกาแฟระหว่างประเทศในทวีปอเมริกา

เรือใบของเธอสามารถบรรทุกสินค้าได้เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของเรือบรรทุกคอนเทนเนอร์สมัยใหม่ ซึ่งบางลำสามารถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ได้มากกว่า 20,000 ตู้

แต่นางมิลมอร์ กล่าวว่า เรือลำเล็กกว่าของเธอสามารถหลีกเลี่ยงคอขวดที่เป็นปัญหาของอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าทางเรือได้ ซึ่งทำให้เรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ต้องจอดรออยู่กลางทะเลนานหลายวัน

“เรือของเราสามารถเลี่ยงเรื่องนี้ได้ เนื่องจากปฏิบัติการขนส่งสินค้าขึ้นลงที่ยืดหยุ่น เรากำลังปลดตัวเองออกจากตลาดที่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม”

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ขนส่งทางเรือ คาร์บอน