เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่อง หลังขาดปัจจัยกระตุ้นแรงซื้อ

16 ม.ค. 2566 | 20:03น.
ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าต่อเนื่อง หลังขาดปัจจัยกระตุ้นแรงซื้อ IMF ชี้การเปิดประเทศของจีนจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ขณะที่เงินบาทแข็งค่าหลุดระดับ 33.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าสุดในรอบ 10 เดือน 

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 16 มกราคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/1) ที่ระดับ 32.91/93 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (13/1) ที่ระดับ 32.95/97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าต่อเนื่องภายหลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ล่าสุดบ่งชี้ว่า สหรัฐอาจพ้นจุดเงินเฟ้อสูงสุดแล้ว สำหรับข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนวันศุกร์ (13/1) ได้แก่ ดัชนีราคานำเข้าประจำเดือนธันวาคม โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% หลังปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเวลา 5 เดือน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาก๊าซธรรมชาติและอาหาร

นอกจากนี้ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐของมหาวิทยาลัยมิชิแกนประจำเดือนมกราคม ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 64.6 ถือว่าแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 และสูงกว่าระดับคาดการณ์ที่ระดับ 60.7 จากการคลายกังวลของตลาดเกี่ยวกับเงินเฟ้อและสภาวะเศรษฐกิจถดถอย

อย่างไรก็ตาม นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนหลุยส์ ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า เฟดยังคงควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยขึ้นให้สูงกว่าระดับ 5% โดยควรให้ไปสู่ระดับ 5.1% ภายในปีนี้ตามที่มีการคาดการณ์ไว้ รวมทั้งควรคงอัตราดอกเบี้ยในระดับดังกล่าว เพื่อรับประกันว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวลดลงสู่ระดับเป้าหมาย 2% ตามที่วางไว้

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทแข็งค่าหลุดระดับ 33.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการแข็งค่าสุดในรอบ 10 เดือน โดยได้รับแรงหนุนจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การอ่อนค่าต่อเนื่องของดอลลาร์สหรัฐ, การเปิดประเทศของจีน และมุมมองของต่างชาติต่อเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศในภูมิภาคที่ปรับตัวดีขึ้น

นอกจากนี้ นางคริสตาลินา จอร์เจียวา ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยว่า การเปิดประเทศของจีนจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และยังเชื่อมั่นว่าสภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นสิ่งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากมองว่าการหดตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะไม่รุนแรง

นอกจากนี้ยังกล่าวว่าทาง IMF อาจไม่ปรับลดคาดการณ์ GDP โลก โดยอาจคงการคาดการณ์ไว้ที่ระดับเดิม 2.7% อย่างไรก็ตามยัคงมีปัจจัยลบที่ต้องเฝ้าติดตามได้แก่ สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งยังคงมีความไม่แน่นอน โดยส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยเฉพาะในยุโรป รวมทั้งนโยบายการเงินที่ตึงตัวของธนาคารกลางในหลาย ๆ ประเทศ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.71-33.06 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.03/04 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/1) ที่ระดับ 1.0841/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (13/01) ที่ระดับ 1.0849/51 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการอ่อนค่าของเงินดอลาร์สหรัฐ โดยตลาดจับตาดูรายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนี (ZEW Economic Sentiment) ซึ่งเป็นตัวสะท้อนมุมมองตลาดที่ต่อภาพเศรษฐกิจยุโรป รวมทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรวัดเงินเฟ้อของอังกฤษ และยูโรโซน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0802-1.0873 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0802/03 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเมื่อวันนี้ (16/1) ที่ระดับ 127.82/85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (13/01) ที่ระดับ 128.29/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาดจับตารอดูผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) รวมทั้งดัชนีราคาผู้บริโภคประจำเดือนธันวาคมของญี่ปุ่น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 127.23-128.86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 128.73/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐ (PPI) ประจำเดือนธันวาคม (10/1), ยอดค้าปลีกสหรัฐ ประจำเดือนธันวาคม (12/1), การผลิตภาคอุตสาหกรรมประจำเดือนธันวาคม (12/1), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีการผลิตประจำเดือนมกราคม และยอดข้ายบ้านมือสองประจำเดือนธันวาคม (13/1)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -11.252/-10.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -8.00/-5.10 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ