เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
ดูทั้งหมด

บางจากโชว์รายได้ปี’65 กว่า 3 แสนล้าน กำไร 12,575 ล้าน นิวไฮรอบ 40 ปี

20 ก.พ. 2566 | 20:21น.
ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช

กลุ่มบริษัทบางจากโชว์ผลการดำเนินงานปี 2565 ทำนิวไฮในรอบ 40 ปี กวาดยอดขาย 3.1 แสนล้าน EBITDA 44,724 ล้านบาท กำไรสุทธิ 12,575 ล้านบาท ในปี 2565 หลังผลสำเร็จของการปรับเปลี่ยนธุรกิจให้หลากหลายและสมดุลบนพื้นฐานของการให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงาน ชี้ปี 2566 ปีแห่งความท้าทาย

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทบางจาก รายงานผลการดำเนินงานปี 2565 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 312,202 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 57%จากปี 2564 มี EBITDA 44,724 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% จากปี 2564 และมีกำไรสำหรับงวดปี 2565 ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 12,575 ล้านบาท สูงขึ้น 65% จากปี 2564 คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 8.89 บาท นับเป็นผลการดำเนินงานสูงสุดในรอบเกือบ 4 ทศวรรษ ตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจมา

ในขณะที่ไตรมาส 4 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 84,583 ล้านบาท EBITDA 6,951 ล้านบาท และกำไรสำหรับงวดส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 473 ล้านบาท สะท้อนผลสำเร็จของการปรับเปลี่ยนธุรกิจให้หลากหลายและสมดุล จัดโครงสร้างองค์กรให้คล่องตัว ผลักดันองค์กรเติบโตบนพื้นฐานของการให้ความสำคัญกับความมั่นคงและความยั่งยืนด้านพลังงาน

โดยหลัก ๆ ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากธุรกิจโรงกลั่นฯ และการลงทุนในธุรกิจต้นน้ำที่นอร์เวย์ แสดงถึงความสำเร็จจากการขยายและปรับเปลี่ยนธุรกิจให้หลากหลายและสมดุล โครงสร้างองค์กรที่คล่องตัวและการขับเคลื่อนกลยุทธ์ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ และคณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัติให้นำเสนอจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งปีหลังของปี 2565 ในอัตรา 1 บาทต่อหุ้น

สำหรับสถานะทางการเงินของกลุ่มบริษัทบางจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 45,932 ล้านบาท และมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 242,344 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40,559 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีหนี้สินรวม 158,966 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26,740 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 83,378 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13,819 ล้านบาท

โรงกลั่นบางจาก

สำหรับผลการดำเนินงานที่สำคัญในแต่ละกลุ่มธุรกิจมีดังนี้

กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน มี EBITDA รวม 17,864 ล้านบาทในปี 2565 เพิ่มขึ้นถึง 91% เทียบกับปี 2564 จากความสามารถในการปรับตัว การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์และสร้างฐานลูกค้าใหม่ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน ส่งผลให้ดำเนินการกลั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

” โรงกลั่นน้ำมันบางจากมีอัตรากำลังการผลิตเฉลี่ยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา ในระดับ 123,000 บาร์เรลต่อวันตลอดทั้งปี 2565 เพิ่มขึ้น 24% จากปี 2564 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปที่ฟื้นตัว ขณะที่อุปทานน้ำมันตึงตัวจากสงครามรัสเซียกับยูเครน ส่งผลให้ค่าการกลั่นพื้นฐานเพิ่มขึ้น 9.81 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จาก 4.52 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2564 มาเป็น 14.33 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2565 เนื่องจาก Crack Spread ของทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันปรับเพิ่มขึ้น”

อย่างไรก็ดี มีการรับรู้ขาดทุนจากสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ล่วงหน้าและ Inventory Gain ลดลงเนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีความผันผวนปรับตัวลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 สำหรับธุรกิจการค้าน้ำมันโดยบริษัท BCPT เติบโตต่อเนื่อง มีธุรกรรมการซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากปีก่อน และมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนของธุรกรรมกับคู่ค้าที่อยู่ภายนอกกลุ่มบริษัทบางจากมากขึ้น

ปั๊มบางจาก

กลุ่มธุรกิจการตลาด มี EBITDA รวม 2,909 ล้านบาทในปี 2565 เพิ่มขึ้น 11% จากปี 2564 ปัจจัยหลักมาจากปริมาณการจำหน่ายรวมเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของการบริโภคและการผลักดันด้านการตลาด อีกทั้ง การเปิดประเทศทั่วโลก ส่งผลให้ปริมาณจำหน่ายน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้นถึง 148% จากปีก่อนหน้า

ทั้งนี้ ส่วนแบ่งการตลาดด้านปริมาณยอดขายน้ำมันผ่านสถานีบริการสะสมในปี 2565 อยู่ที่ 16.4% เทียบกับ 16.2% ในปี 2564 (ตามข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงาน) ณ สิ้นปี 2565 มีสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 1,343 สถานี และธุรกิจ Non-Oil ร้านกาแฟอินทนิลมีสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 1,002 สาขา

กลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 53 %

กลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้า ภายใต้การดำเนินงานโดยบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) มี EBITDA รวม 6,400 ล้านบาทในปี 2565 เพิ่มขึ้น 53 % จากปี 2564 จากการรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท Star Energy Group Holdings Pte. Ltd. 2,031 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 โดยผลการดำเนินงานปกติปรับเพิ่มขึ้นจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น 3 โครงการ ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 373 เมื่อเทียบกับปีก่อน

จยย.ไฟฟ้า

กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ภายใต้การดำเนินงานโดยบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) มี EBITDA รวม 617 ล้านบาทในปี 2565 ปรับลด 6% จากปี 2564 ปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายการพิเศษในไตรมาส 3 ปี 2564 (กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน)

ทั้งนี้ การดำเนินงานโดยปกติปรับลดลงเนื่องจากธุรกิจเอทานอลมีปริมาณขายลดลงและธุรกิจไบโอดีเซลปริมาณขายลดลงจากการที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ประกาศปรับส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลจาก B10 เป็น B5 ในช่วง 9 เดือนแรกของปี

กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติและธุรกิจใหม่ มี EBITDA รวม 17,625 ล้านบาทในปี 2565 เพิ่มขึ้นถึง 114% จากปี 2564 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนวิธีบันทึกเงินลงทุนใน OKEA เป็นบริษัทย่อยตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2564 ทำให้ปี 2565 กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติรับรู้ EBITDA จาก OKEA เต็มปี

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานเฉพาะของ OKEA ปี 2565 EBITDA เพิ่มขึ้น 82% จากราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว และราคาขายก๊าซธรรมชาติที่ปรับเพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก ส่วนปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากปี 2564 จากการรับรู้รายได้ของแหล่ง Yme ตลอดปี 2565

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 ปี 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 84,583 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13 % เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และมี EBITDA 6,951 ล้านบาท ปรับลดลง39% จากไตรมาสก่อน เป็นผลจากราคาพลังงานในตลาดโลกปรับลดลง ส่งผลให้ มี Inventory Loss 4,003 ล้านบาท

นอกจากนี้ธุรกิจของ OKEA ยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยฤดูหนาวและระดับสต๊อกก๊าซธรรมชาติของยุโรปที่อยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสำหรับงวดส่วนของบริษัทใหญ่ 473 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.26 บาท

บางจาก เอสโซ่

ชี้ 2566 ปีแห่งความท้าทาย

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ปี 2566 เป็นอีกปีที่มีความท้าทายจากการที่ประเทศเศรษฐกิจหลักกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการกีดกันทางการค้า อย่างไรก็ดี ผลการดำเนินงานในปี 2565 จะเป็นฐานที่แข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทบางจากในการเดินหน้าต่อไป

โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ประกาศซื้อหุ้นและทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท เอสโซ่ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ยกระดับการดำเนินธุรกิจและความเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน จากพื้นฐานที่แข็งแกร่งด้านความมั่นคงของพลังงานและขยายการลงทุนไปสู่พลังงานแห่งอนาคต รวมถึงต่อยอดธุรกิจปัจจุบัน หรือธุรกิจที่มีโอกาสเติบโต โดยรักษาสมดุลที่ดีระหว่างความท้าทายด้านพลังงาน 3 ประการ

คือ ความมั่นคงด้านพลังงาน การเข้าถึงพลังงาน และความยั่งยืนของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำวิสัยทัศน์“รังสรรค์โลกยั่งยืนด้วยนวัตกรรมสีเขียวและแนวทางการพัฒนานวัตกรรมธุรกิจอย่างยั่งยืนไปกับสิ่งแวดล้อมและสังคมที่บางจากฯ ให้ความสำคัญมาตลอดเกือบ 4 ทศวรรษ ของการดำเนินธุรกิจ

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 อนุมัติให้นำเสนอจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งปีหลังของปี 2565 ในอัตรา 1 บาทต่อหุ้น เมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกของปี 2565 ในอัตรา 1.25บาทต่อหุ้น จะรวมเป็นเงินปันผลที่จ่ายในปี 2565 ในอัตรา 2.25 บาทต่อหุ้น โดยวันให้สิทธิผู้ถือหุ้น (Record Date) เพื่อรับสิทธิในการรับเงินปันผลเป็นวันที่ 7 มีนาคม 2566 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 24 เมษายน 2566

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บางจาก (BCP)