เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
Business ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
Columns ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
50th Impact 50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
เอกนิติ มองย้อน 30 ปีเศรษฐกิจไทย จับตาเงินเฟ้อ-ดุลบัญชีเดินสะพัด เร่งเครื่องยนต์ลงทุน
Finance เอกนิติ มองย้อน 30 ปีเศรษฐกิจไทย จับตาเงินเฟ้อ-ดุลบัญชีเดินสะพัด เร่งเครื่องยนต์ลงทุน
ทุกภาคส่วนร่วมตักบาตรทางเรือ “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์”
News ทุกภาคส่วนร่วมตักบาตรทางเรือ “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์”
รัฐบาล เล็ง “ยุบหน่วยงาน ซ้ำซ้อน” ธนาคารที่ดิน ก.ย.นี้ ต่อด้วย ป.ย.ป. – 5 องค์การมหาชน
Politics รัฐบาล เล็ง “ยุบหน่วยงาน ซ้ำซ้อน” ธนาคารที่ดิน ก.ย.นี้ ต่อด้วย ป.ย.ป. – 5 องค์การมหาชน
จีนสั่งปรับ Trip.com กว่า 770 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ข้อหาผูกขาดตลาดจองโรงแรม
World จีนสั่งปรับ Trip.com กว่า 770 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ข้อหาผูกขาดตลาดจองโรงแรม
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 64,431 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 64,431 เหรียญสหรัฐ
วันหยุดยาว 28-30 กรกฎาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
News วันหยุดยาว 28-30 กรกฎาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
‘เจสัน ลี’ CIMB THAI แนะธุรกิจวาง Transition Plan รับ NDC 3.0
SD ‘เจสัน ลี’ CIMB THAI แนะธุรกิจวาง Transition Plan รับ NDC 3.0
ดูทั้งหมด

กุ้งไทยทวงเข็มขัดแชมป์ “ซีพีเอฟ-ทียู” กางแผนฟื้นส่งออก

02 มี.ค. 2566 | 13:18น.
อดิเรก ศรีประทักษ์-เฉลิมชัย สุวรรณรักษ์

นับเป็นเวลา 10 ปีที่ “ไทย” ตกอันดับแชมป์ส่งออกกุ้งโลก จากที่เคยส่งออกได้ปีละ 600,000 ตัน ในปี 2555 เหลือ 250,000 ตันในปี 2565 จากภาวะกุ้งตายด่วน หรือ EMS ซึ่งต่อมาทางกรมประมงได้มีนโยบายฟื้นฟูส่งเสริมการเลี้ยงกุ้งโดยมีเป้าหมายจะผลักดันการผลิตกุ้งให้ได้ 400,000 ตัน ในปี 2566

ชู 3 กลุยทธ์ฟื้นฟู

ล่าสุด นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง ระบุว่า ในปี 2565 ที่ผ่านมาในระบบการเลี้ยงกุ้งมีผลผลิตรวม 250,000 ตัน และเมื่อรวมกับการผลิตนอกระบบอีก 50,000 ตัน เท่ากับว่ามีปริมาณรวม 300,000 ตัน ยังไม่ถึงเป้าหมาย 320,000 ตัน แต่ก็ถือว่าใกล้เคียงแผน ส่วนปีนี้ กรมมีแผนจะเพิ่มการเลี้ยงให้ได้ 400,000 ตัน

โดยได้มีการเตรียม 3 กลยุทธ์ ในการฟื้นฟูกุ้งทะเล ประกอบด้วย 1) กลยุทธ์การตลาด โดยมีการตั้งคณะทำงาน 1 ชุด เพื่อดูแลและวางมาตรการขยายตลาดกุ้งทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งวางมาตรการประกันรายได้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเลี้ยง ว่าสามารถจำหน่ายได้ตามกลไกตลาด

พร้อมทั้งได้มีการศึกษาการทำตลาดกุ้ง เพราะต้องยอมรับว่า ปัจจุบันไทยตกอันดับจากแชมป์เบอร์ 1 ของโลก มาอยู่ที่อันดับ 5-6 ของโลก ฉะนั้นต้องมีมาตรการอย่างไร ที่จะขยายตลาดทั้งสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน

2) การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกุ้ง ซึ่งจะดำเนินการต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาที่ส่งเสริมการพัฒนาพันธุ์กุ้งคุณภาพดี เช่น สิชล 1 ที่โตเร็วและต้านทานโรค ทั้งยังมีการตรวจสอบพันธุ์กุ้งแบบ lot by lot เพื่อให้ได้กุ้งที่มีคุณภาพดีทุกลอต รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาสนับสนุนการเลี้ยง ตลอดจนการส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อต่อยอดองค์ความรู้

และวางแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อหาทางออกร่วมกัน และ 3) กลยุทธ์เกี่ยวกับโรคกุ้ง เช่น การให้ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยง การส่งเสริมห้องปฏิบัติการภาคเอกชน การจัดทำ shrimp sandbox ในการเลี้ยงกุ้งที่มีมาตรฐาน เป็นต้น

“ปัจจุบันไทยเตรียมทำความตกลงเปิดเขตการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป เชื่อว่าจะเป็นปัจจัยบวกมาสนับสนุนให้การส่งออกกุ้งไปอียูฟื้นตัวมากขึ้น จากที่เคยหายไป และหากดำเนินการตามมาตรการทั้งหมดนี้เชื่อว่าไทยจะผลิตกุ้งได้ 4 แสนตันตามเป้าหมาย หรืออาจจะมากกว่า 4 แสนตันด้วย”

ซีพีเอฟยืน 1 กุ้งโลก

ด้าน นายอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ฉายภาพว่า ตลาดกุ้งในโลกปัจจุบันมีผู้ผลิตกุ้งเบอร์ 1 คือเอกวาดอร์ ปีละ 500,000-600,000 ตัน เบอร์ 2 คืออินเดีย 300,000-400,000 ตัน และเบอร์ 3 กลายเป็นเวียดนาม ซึ่งแต่เดิมอินเดียและเวียดนามเคยเป็นรองเมืองไทย เมืองไทยในอดีตเคยเป็นเบอร์ 1

แต่วันนี้เมืองไทยกลายเป็นเบอร์ 4 ช่วงหลังมีโรคกุ้งตายด่วน (EMS) ไทยเลี้ยงกุ้งไม่ค่อยประสบความสำเร็จ การพัฒนาต่าง ๆ ก็เปลี่ยนแปลงช้า กลายเป็นอินเดีย เวียดนาม แต่ก่อนอยู่หลังเราก็พัฒนาขึ้นมา ตอนนี้ตลาดกุ้งแข่งขันกันไม่กี่ประเทศ ประเทศที่ซื้อกุ้งเยอะที่สุดคืออเมริกา

“สินค้ากุ้งตอนนี้ทางซีพีเอฟขยายการลงทุนออกไปหลายประเทศ หลังจากเราประสบความสำเร็จจากการเลี้ยงกุ้งในไทย เราก็ไปขยายในเวียดนาม อเมริกา ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย อินเดีย เพราะอากาศร้อนเหมือนกัน นั่นจึงทำให้เรายังเป็นเบอร์ 1 ของโลกในเรื่องกุ้ง เรามีนักวิชาการและนักพันธุกรรมที่เก่งในการพัฒนาเรื่องสายพันธุ์กุ้งได้ดี พอลูกกุ้งดีบวกกับอาหาร น้ำ

และระบบการจัดการดีทำให้กุ้งโตหากดูตำแหน่งเฉพาะในประเทศไทยอาจจะอ่อนลง แต่หากเราไปบวกการเลี้ยงที่ลงทุนในประเทศเวียดนาม อินเดีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซียเข้าไป ธุรกิจเรื่องกุ้งซีพีเอฟก็ยังเป็นเบอร์ 1”

ตาราง งบประมงกุ้ง

ล่าสุด เราไปฟื้นฟูการผลิตกุ้งที่อินเดียหลังจากการเปลี่ยนรัฐบาล ที่นั่นสามารถผลิตได้ 400,000 ตัน เป็นกุ้งขาว 80% กุ้งกุลาดำ 20% แต่ด้วยความที่ปีก่อนนี้ผลผลิตเอกวาดอร์ล้นทะลักออกมามาก ทางอินเดียก็ส่งออกไปอเมริกาจำนวนมากด้วย จึงถูกกระทบทำให้ราคากุ้งมันตก และต้นทุนสูงขึ้นจากอาหารกุ้ง

“แนวโน้มปีนี้น่าจะดี ขอให้รัฐบาลอย่าเก็บภาษีวัตถุดิบพวกปลาป่นอะไรต่าง ๆ หลาย ๆ ตัว และอย่ามาควบคุมราคาเลย ซึ่งทางรัฐบาลที่นั่นช่วยให้ความร่วมมือ ทั้งเรื่องไฟฟ้าอะไรต่าง ๆ ก็ช่วยสนับสนุน โดยทางท่านทูตไทยประจำอินเดียไปขอร้องรัฐบาล บอกว่า ถ้าสามารถลดต้นทุนได้ ก็สามารถแข่งขันออกไปทั่วโลกได้ พอส่งออกไปอเมริกาได้ สู้กับเอกวาดอร์ได้ ซึ่งทางรัฐบาลก็เข้าใจ ทำให้ผลิตกุ้งได้ ราคาก็ดีขึ้น”

ทียูปรับสูตรซื้อกุ้ง

ด้าน นายธนโชติ บุญมีโชติ กรรมการผู้จัดการ (ธุรกิจกุ้ง) บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือทียู กล่าวว่า การบริโภคกุ้งแต่ละปีเติบโต 4-5% ไทยเคยส่งออกไปอเมริกาเบอร์ 1 ก่อนที่จะมีโรคตายด่วน (EMS) ผลิตได้ 500,000-600,000 ตัน ตอนนี้เหลือ 250,000 ตัน คู่แข่งกุ้งเราคือเอกวาดอร์ อินเดีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย

โดยหากวิเคราะห์จุดแข็ง อินเดียสามารถผลิตกุ้งไซซ์ใหญ่ ราคาถูก ชณะที่เวียดนามมีความได้เปรียบเรื่องแรงงานจำนวนมาก และค่าแรงถูก จึงสามารถผลิตกุ้งไซซ์กลาง-เล็ก ทั้งยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มแปรรูปขายได้ราคาดีกว่าคอมมิวนิตี้ด้วย

“ในส่วนของไทยแม้ว่าในช่วง 10 ปีนี้จะอยู่กับอีเอ็มเอสได้แล้ว แต่ไทยต้องดูแลเรื่องต้นทุนการผลิตของเกษตรกรให้แข่งขันได้ เพราะตอนนี้ไทยขายแพงกว่าอินเดีย 20-30% แต่เกษตรกรยังอยู่ไม่ได้ ในปีที่ผ่านมาต้นทุนอาหารกุ้งปรับราคาสูงขึ้น เกษตรกรก็จะมีต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งอาหารกุ้งและค่าไฟฟ้า โรงงานจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบ บริหารจัดการเพื่อไม่ให้เสียมาร์เก็ตแชร์ให้คนอื่น และรักษาในส่วนของประเทศไว้”

ในแต่ละปีทางทียูใช้ประมาณ 25-30% “ของประเทศ ที่ได้ 250,000 ตัน แต่ทียูไม่ทำฟาร์มเองแล้ว แต่ใช้การสร้างระบบประกันราคาขั้นต่ำการซื้อ spot buy กำหนดราคาประกัน เพื่อสร้างความมั่นใจจะซื้อปริมาณเท่าไร แทนวิธีการที่เคยใช้คอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง

มักประสบปัญหาหากราคาตลาดสูงมาก ๆ เกษตรกรจะนำสินค้าไปขายข้างนอก ทำให้สินค้าไม่เพียงพอ แต่หากราคาตลาดตก เกษตรกรจะเทขายมายังโรงงานจนล้น ซึ่งสปอตบายจะกำหนดปริมาณการรับซื้อเลย ที่เหลือนอกเหนือจากนี้เกษตรกรสามารถไปขายที่อื่นได้ ไม่มีพันธสัญญา

และการกำหนดราคาประกันโดยคำนวณอ้างอิงต่างประเทศ โดยกำหนดราคาแตกต่างกัน เน้นให้ความสำคัญกับอันดับแรกกับลูกค้าที่ใช้อาหารและลูกกุ้งจะบวกพรีเมี่ยมให้มากกว่าตลาด เพื่อส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรที่เป็นลูกค้าเราก่อนเป็นอันดับแรก