เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“น้ำมันพืชตรากุ๊ก” ผนึกกำลัง SCGP เปิดโครงการ“ห้องสมุดสีเขียว”
SD “น้ำมันพืชตรากุ๊ก” ผนึกกำลัง SCGP เปิดโครงการ“ห้องสมุดสีเขียว”
ตั้งอนุฯ แก้ปัญหาพิพาทที่ดินเกาะหลีเป๊ะ​ วางกรอบทำข้อมูล 60 วัน​ ก่อนชงนายกฯ
Politics ตั้งอนุฯ แก้ปัญหาพิพาทที่ดินเกาะหลีเป๊ะ​ วางกรอบทำข้อมูล 60 วัน​ ก่อนชงนายกฯ
พิพัฒน์ ยังไม่ตั้ง ‘เลขาฯ’ คนใหม่ รอ ‘รัชพงศ์’ พิสูจน์ตัวเอง ยันผิดไม่ปกป้อง
Politics พิพัฒน์ ยังไม่ตั้ง ‘เลขาฯ’ คนใหม่ รอ ‘รัชพงศ์’ พิสูจน์ตัวเอง ยันผิดไม่ปกป้อง
สว.ไฟเขียว ‘พ.ร.บ.โอนงบฯ’ รัฐบาล แจงจะใช้ให้โปร่งใส ไม่ทำเพื่อเอื้อการเมือง
Politics สว.ไฟเขียว ‘พ.ร.บ.โอนงบฯ’ รัฐบาล แจงจะใช้ให้โปร่งใส ไม่ทำเพื่อเอื้อการเมือง
ตลท. ยกระดับ “TSD e-Service” ปลดล็อกการทำธุรกรรมผู้ถือหุ้นให้เป็นเรื่อง “วิเศษ”
Finance ตลท. ยกระดับ “TSD e-Service” ปลดล็อกการทำธุรกรรมผู้ถือหุ้นให้เป็นเรื่อง “วิเศษ”
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
เงินเฟ้อ มิ.ย. พุ่ง 2.42% อาหารจานเดียว-ค่าน้ำมันดันค่าครองชีพสูง
Economic เงินเฟ้อ มิ.ย. พุ่ง 2.42% อาหารจานเดียว-ค่าน้ำมันดันค่าครองชีพสูง
ก.พ. คลอดมาตรการคุม ‘ทุจริตสอบราชการ’ งัดไม้แข็งตรวจพบเจอโทษสูงสุด
Politics ก.พ. คลอดมาตรการคุม ‘ทุจริตสอบราชการ’ งัดไม้แข็งตรวจพบเจอโทษสูงสุด
ก.พ. ลุย ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ มุ่งให้มีผลในปีงบฯ 70 เล็งเพิ่มเงินเดือน ขรก.ในต่างประเทศ
Politics ก.พ. ลุย ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ มุ่งให้มีผลในปีงบฯ 70 เล็งเพิ่มเงินเดือน ขรก.ในต่างประเทศ
เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 1.1 หมื่นล้าน เปิดตัว ‘CenTRal cENtrAL’ มิกซ์ยูสแห่งใหม่ใจกลางสยามสแควร์
Real Estate เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 1.1 หมื่นล้าน เปิดตัว ‘CenTRal cENtrAL’ มิกซ์ยูสแห่งใหม่ใจกลางสยามสแควร์
ดูทั้งหมด

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ คลังชี้แจงได้สิทธิใช้จ่าย 5 รายการ

07 มี.ค. 2566 | 17:16น.
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

คลังเผย ครม.ไฟเขียวจัดสรรวงเงินสำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ไว้แล้วรวม 5 รายการ ทั้งค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค-ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม-ค่าเดินทาง-ค่าไฟฟ้า-ค่าน้ำประปา

วันที่ 7 มีนาคม 2566 นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการยืนยันตัวตนของผู้ที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ณ วันที่ 7 มีนาคม 2566 เวลา 14.00 น. มีผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติที่ยืนยันตัวตนสำเร็จแล้วจำนวนทั้งสิ้น 2,742,919 ราย

โดยมีบางรายที่ยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ เนื่องจากการตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชนไม่ผ่าน ซึ่งในกรณีนี้ขอให้ผู้ที่ยืนยันตัวตนไม่สำเร็จตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลได้ ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเขต กรุงเทพมหานคร และหากตรวจสอบและแก้ไขสถานะบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว ขอให้กลับมาดำเนินการยืนยันตัวตนอีกครั้ง

นอกจากนี้ การยืนยันตัวตนไม่สำเร็จอาจเกิดจากกรณีเปรียบเทียบใบหน้าไม่ผ่าน ซึ่งผู้ที่ยืนยันตัวตนไม่สำเร็จกรณีเปรียบเทียบใบหน้าไม่ผ่าน ขอให้ติดต่อธนาคารกรุงไทยเพื่อดำเนินการยืนยันตัวตนตามขั้นตอนของธนาคารกรุงไทยต่อไป

สำหรับจำนวนผู้ยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติตามโครงการ ณ วันที่ 7 มีนาคม 2566 เวลา 14.00 น. มีผู้ยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติแล้วจำนวนทั้งสิ้น 700,403 ราย

ทั้งนี้ การยืนยันตัวตนของผู้ที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ หรือขออุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียนเป็นไปตามวันและเวลาทำการของแต่ละหน่วยงาน โดยการให้บริการในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มีดำริให้สาขาของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน

และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่มีสาขาในห้างสรรพสินค้าที่ยังไม่ให้บริการยืนยันตัวตน และยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติ พิจารณาเปิดให้บริการเพิ่มเติม เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน

นายพรชัยกล่าวด้วยว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 นอกจากที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบกรอบระยะเวลาการดำเนินการของโครงการแล้ว คณะรัฐมนตรียังได้มีมติเห็นชอบการจัดสรรประชารัฐสวัสดิการใหม่ให้แก่ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการ ปี 2565 โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรมจากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านอื่น ๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดจำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน

2.วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าตามที่กระทรวงพลังงานกำหนด จำนวน 80 บาทต่อคน ต่อ 3 เดือน

3.วงเงินรวมค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะจำนวน 750 บาทต่อคนต่อเดือน โดยสามารถใช้โดยสารได้กับระบบขนส่ง 8 ประเภท ได้แก่

(1) รถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)

(2) รถบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)

(3) รถไฟฟ้า บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพจำกัด (มหาชน) (Bangkok Mass Transit System : BTS) รถไฟฟ้ามหานคร (Metropolitan Rapid Transit : MRT) และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด

(4) รถไฟ

(5) รถเอกชนร่วม ขสมก. รถเอกชน และส่วนราชการกรุงเทพมหานคร

(6) รถเอกชนร่วม บขส. และรถเอกชน

(7) รถสองแถวรับจ้าง

(8) เรือโดยสารสาธารณะ โดยไม่จำกัดวงเงินตามประเภทรถ

4.มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า อุดหนุนค่าไฟฟ้าจำนวน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้ไฟฟ้าเกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ผู้มีบัตรฯ) ที่ได้รับสิทธิจะเป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด

5.มาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำประปา อุดหนุนค่าน้ำประปาจำนวน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ผู้มีบัตรฯ ที่ได้รับสิทธิ ยังคงได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท และจะต้องชำระส่วนที่เกิน 100 บาท ด้วยตนเอง แต่หากผู้มีบัตรฯ ที่ได้รับสิทธิมีการใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้มีบัตรฯ ที่ได้รับสิทธิจะเป็นผู้รับภาระค่าน้ำประปาทั้งหมด

สำหรับมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา กระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลาง จะชำระค่าบริการที่ผู้มีบัตรฯ ที่ได้รับสิทธิที่ใช้บริการตามเงื่อนไขที่กำหนดให้แก่หน่วยงานผู้ให้บริการทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ สำนักงานการไฟฟ้านครหลวง สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ สำนักงานการประปานครหลวง และสำนักงานการประปาภูมิภาค

โดยผู้มีบัตรฯ ที่ได้รับสิทธิไม่จำเป็นต้องสำรองเงินในการชำระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาแต่อย่างใด โดยผู้มีบัตรฯ ที่ประสงค์รับสิทธิในมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาจะต้องดำเนินการลงทะเบียนผ่านผู้ให้บริการดังกล่าวก่อนการเริ่มใช้สิทธิ โดยกระทรวงการคลังจะประชาสัมพันธ์วันเปิดรับลงทะเบียนให้ทราบอีกครั้ง

ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียนโครงการสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดโครงการ ปี 2565 เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ