Skip to content

OPEC+ ลดการผลิตน้ำมันกว่าล้านบาร์เรลต่อวัน คาดดันเงินเฟ้อทั่วโลกพุ่งอีก

03 เม.ย. 2566 | 13:04น.
OPEC+ ลดการผลิตน้ำมันกว่าล้านบาร์เรลต่อวัน คาดดันเงินเฟ้อทั่วโลกพุ่งอีก

OPEC+ กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตรประกาศลดการผลิตน้ำมันลงมากกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ก่อให้เกิดความเสี่ยงใหม่ต่อเศรษฐกิจโลก จะเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2566 กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร หรือ OPEC+ ประกาศลดการผลิตน้ำมันลงมากกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้ในเช้าวันที่ 3 เมษายน 2566 ราคาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าก็ปรับขึ้นในทันทีที่เปิดการซื้อขาย 

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ประเทศต่าง ๆ กำหนดปริมาณที่จะลดการผลิตดังนี้

  • ซาอุดีอาระเบียจะลดการผลิต 500,000 บาร์เรลต่อวัน 
  • อิรักจะลดการผลิต 211,000 บาร์เรลต่อวัน 
  • UAE จะลดการผลิต 144,000 บาร์เรลต่อวัน 
  • คูเวตจะลดการผลิต 128,000 บาร์เรลต่อวัน 
  • คาซักสถานจะลดการผลิต 78,000 บาร์เรลต่อวัน 
  • แอลจีเรียจะลดการผลิต 48,000 บาร์เรลต่อวัน 
  • โอมานจะลดการผลิต 40,000 บาร์เรลต่อวัน 
  • รัสเซียที่ประกาศลดการผลิตน้ำมันมาตั้งแต่เดือนมีนาคมซึ่งจะดำเนินไปถึงเดือนมิถุนายน ก็จะขยายเวลาลดการผลิต 500,000 บาร์เรลต่อวันไปจนถึงสิ้นปี 2566 

การที่ประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันลดการผลิตน้ำมันลงจะก่อให้เกิดความเสี่ยงใหม่ต่อเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะเป็นการเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ค่าครองชีพทั่วโลกที่ปรับลดลงมาแล้วจะเพิ่มกลับขึ้นไปอีก ทำให้ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ ต้องคงอัตราดอกเบี้ยสูงหรืออาจต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเป็นเวลานานขึ้น ให้สูงขึ้นเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยาวนานขึ้น ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ  

แกรี่ รอสส์ (Gary Ross) ที่ปรึกษาด้านน้ำมันมากประสบการณ์ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ของ Black Gold Investors LLC กล่าวว่า ชัดเจว่ากลุ่ม OPEC+ ต้องการราคาน้ำมันที่สูงขึ้น พวกเขากำลังดำเนินการเชิงรุก และกำลังพยายามดึงอำนาจในการกำหนดราคาน้ำมันมาไว้ที่กลุ่มเอง

ผลกระทบเบื้องต้นของการปรับลดการผลิตจะเริ่มส่งผลในเดือนพฤษภาคม โดยอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะหายไปรวมกว่า 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน และตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไปจะมีน้ำมันดิบออกสู่ตลาดน้อยกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ประมาณ 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน

การประกาศลดการผลิตน้ำมันในวันที่ 2 เมษายน มีขึ้นเพียงหนึ่งวันก่อนการประชุมคณะกรรมการติดตามความคืบหน้าของ OPEC+ (OPEC+ monitoring committee ) 

รัฐบาลอิรักกล่าวว่า การปรับลดการผลิตน้ำมันเป็นมาตรการป้องกันที่มีวัตุประสงค์เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพของตลาดน้ำมัน

ความเคลื่อนไหวที่สร้างเซอร์ไพรส์นี้อาจจุดประกายความตึงเครียดขึ้นอีกครั้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับซาอุดีอาระเบียและพันธมิตร ซึ่งความสัมพันธ์กับคณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตึงเครียดกันอยู่แล้วเป็นทุนเดิม 

เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วไบเดนเดินทางไปยังภูมิภาคตะวันออกลาง หวังชวนกลุ่ม OPEC เพิ่มการผลิตน้ำมันชดเชยอุปทานจากรัสเซีย แต่ก็กลับออกไปโดยไม่มีข้อตกลงผูกมัดว่า OPEC จะผลิตน้ำมันเพิ่ม มิหนำซ้ำ ในเดือนตุลาคม 2565 กลุ่ม OPEC+ กลับลดกำลังการผลิตลงประมาณ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ซึ่งทำให้ไบเดนไม่พอใจอย่างมาก 

อย่างไรก็ตาม ปริมาณอุปทานน้ำมันที่ลดลงจริงอาจจะไม่ถึงปริมาณที่ประกาศไว้ว่าจะลดลงประมาณ 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสันนิษฐานว่า OPEC+ ยึดระดับอ้างอิงในปัจจุบันสำหรับอ้างอิงการปรับลด แต่เนื่องจากสมาชิก OPEC+ หลายประเทศ เช่น อิรักและคาซัคสถาน มีกำลังผลิตต่ำกว่าโควตาปัจจุบันมากอยู่แล้ว ประเทศเหล่านี้จึงอาจไม่จำเป็นต้องควบคุมการผลิตเพิ่มอีก