พาณิชย์ประกาศประกันรายได้ข้าว งวดที่ 26 จ่ายชดเชยส่วนต่าง 2 ชนิดข้าว ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ข้าวเปลือกปทุมธานี ขณะที่ข้าวเหนียว-ข้าวหอมมะลิ-ข้าวเจ้า ไม่ต้องชดเชย
วันที่ 7 เมษายน 2566 นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ได้อนุมัติราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2565/66 จ่ายเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2565/66 งวดที่ 26

โดยระบุวันที่คาดว่าจะเก็บตั้งแต่วันที่ 1-7 เมษายน 2566 สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง ๆ ณ ความชื้นไม่เกิน 15% จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ข้าวเปลือกปทุมธานี โดยข้าวเปลือกหอมมะลิ ไม่ต้องจ่ายชดเชยแล้ว เพราะสิ้นสุดฤดูกาลเก็บเกี่ยว ส่วนข้าวเปลือกเจ้า และข้าวเปลือกเหนียว ไม่ต้องจ่ายเงินส่วนต่าง เนื่องจากราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงสูงกว่ารายได้ที่ประกัน

สำหรับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2565/66 งวดที่ 26 สำหรับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 1-7 เม.ย. 66 ดังนี้
1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว
2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ เกณฑ์กลางตันละ 13, 582.47 บาท ได้รับชดเชยตันละ 417.53 บาท
3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี เกณฑ์กลางตันละ 10,936.84 บาท ได้รับชดเชยตันละ 63.16 บาท
4) ข้าวเปลือกเจ้า เกณฑ์กลางตันละ 10,032.85 บาท ไม่ต้องชดเชยเนื่องจากราคาเกณฑ์กลางสูงกว่าเป้าหมาย
5) ข้าวเปลือกเหนียว เกณฑ์กลางตันละ 12,387.13 บาท ไม่ต้องชดเชยเนื่องจากราคาเกณฑ์กลางสูงกว่าเป้าหมาย
สำหรับเกษตรกรที่ได้รับชดเชยตามข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรงวดนี้ จำนวน 2,147 ครัวเรือน และ ธ.ก.ส.จะโอนเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกรในวันที่ 12 เม.ย.นี้
“โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีที่ 4 ได้ประกันราคาข้าวเปลือก 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ไม่เกิน 25 ตัน ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ไม่เกิน 16 ตัน โดยเข้าเปลือกชนิดต่าง ๆ ความชื้นไม่เกิน 15%”
นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยต่อไปว่า ในงวดที่ 1-25 ที่ผ่านมา มีเกษตรกรได้รับเงินส่วนต่างประกันรายได้แล้วกว่า 2.635 ล้านครัวเรือน วงเงิน 7,865.47 ล้านบาท และการช่วยเหลือไร่ละพันบาท เกษตรกรได้รับเงินแล้วกว่า 4.647 ล้านครัวเรือน วงเงิน 54,046.25 ล้านบาท สำหรับเกษตรกรที่ได้รับสิทธิแต่ยังไม่ได้รับเงิน ขอให้ติดต่อ ธ.ก.ส.สาขาใกล้บ้าน เพื่อให้ ธ.ก.ส. ตรวจสอบต่อไป
สำหรับการค้าข้าวขณะนี้ เริ่มพบปัญหาการปลอมปนของข้าวพื้นนุ่ม และข้าวพื้นแข็ง จึงขอความร่วมมือเกษตรกร โรงสี ผู้ค้า และหน่วยงานในพื้นที่กำกับดูแลและเพิ่มการตรวจสอบ ระมัดระวังไม่ให้เกิดการปลอมปนข้าว เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพข้าว และการส่งออกข้าวได้
นอกจากนี้กรมการค้าภายใน ได้เพิ่มการติดตามดูแลการซื้อขายข้าวเปลือก ทั้งในเรื่องของการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ รวมทั้งตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องชั่งน้ำหนักและเครื่องวัดความชื้น ซึ่งหากพบเห็นว่าท่าข้าวหรือโรงสีใด ไม่ปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ กดราคารับซื้อ โกงน้ำหนัก หรือมีพฤติกรรมใด ๆ ที่เป็นการเอาเปรียบชาวนา สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร.1569
สถานการณ์การซื้อขายข้าวในตลาดช่วงนี้ ผู้แทนสมาคมค้าข้าวไทยให้ข้อมูลว่า ข้าวเจ้ามีความต้องการต่อเนื่องค่อนข้างสูง ส่งผลให้ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ส่วนข้าวชนิดอื่น ๆ มีการซื้อขายกันตามปกติ ทำให้ราคาค่อนข้างขยับขึ้นเล็กน้อย
สำหรับสถานการณ์การส่งออก ผู้แทนกรมการค้าต่างประเทศให้ข้อมูลว่า ปริมาณการส่งออกจนถึงวันที่ 5 เมษายน 2566 สามารถส่งออกข้าวได้แล้วกว่า 2.26 ล้านตัน ด้วยสถานการณ์การขนส่งทางเรือที่กลับสู่ภาวะปกติ ประกอบกับค่าเงินบาทที่เริ่มมีเสถียรภาพ รวมถึงประเทศที่เคยสต๊อกข้าวไว้ เริ่มนำข้าวออกมาใช้ ทำให้ปริมาณข้าวในสต๊อกเริ่มลดลง จึงมีแนวโน้มนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สถานการณ์การส่งออกของไทยเป็นไปได้ด้วยดี ซึ่งการส่งออกในปีนี้คาดว่าอาจจะได้ถึง 8 ล้านตันโดยประมาณ
