เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
Real Estate มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
Finance ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
Economic เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
Automotive ’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
Biz Movement ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
Tech ‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
Finance ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
Politics อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

9near : ความรับผิดของหน่วยงานรัฐ ต่อการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล

09 เม.ย. 2566 | 14:20น.
9near แฮกเกอร์

เปิดขั้นตอนสอบสวนหน่วยงานรัฐ หลัง 9Near แฮกข้อมูลคนไทย 55 ล้านคน

วันที่ 9 เมษายน 2566 หลังจากนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้ออกมาแถลงความคืบหน้ากรณีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลจากหน่วยงานภาครัฐบางแห่ง โดยในเบื้องต้นระบุว่ามาจากแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ของกระทรวงสาธารณสุข แต่ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติมว่าจะมีจากแหล่งอื่นหรือไม่

พร้อมกับระบุด้วยว่าความกระจ่างทั้งหมดอยู่ที่การจับตัวคนร้ายหรือมือแฮกมาสอบปากคำ เพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่หลุดไปมี 55 ล้านรายชื่อจริงหรือไม่ หรือมีการนำไปขายในตลาดมืดแล้วหรือไม่ อะไรคือเจตนา รวมถึงวิธีการและแหล่งเก็บข้อมูลที่ถูกโจมตีทั้งหมดมีกี่แห่ง

อย่างไรก็ตาม การที่ข้อมูลประชาชนรั่วไหลออกไปไม่ว่าจะโดยการแฮกหรือจงใจปล่อยปละละเลยก็ตาม หน่วยงานราชการเจ้าของข้อมูลนั้นๆ ล้วนตกอยู่ใต้ข้อบังคับให้ต้องชี้แจงและเข้าสู่กระบวนการสืบสวน ในฐานะ “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” ตาม พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2565 (PDPA) และจะต้องเข้าชี้แจงต่อ “คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” ภายใน 72 ชั่วโมง ทันทีที่ทราบว่าข้อมูลรั่วไหล

จากนั้น จะมีการตั้ง “คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ” เพื่อสืบสวนและพิจารณาความรับผิดรับชอบหรือต่อข้อร้องเรียนที่ผู้เสียหายร้อง เพื่อพิจารณาว่าหน่วยงานนั้นๆ มีความผิดจริงหรือไม่ อย่างไร

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับ “คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ” เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” เกี่ยวกับขั้นตอนและระยะเวลาการสืบสวนหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง รวมถึงข้อบกพร่องในการร้องเรียนตามข้อกฎหมาย PDPA ได้สรุปเป็น 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

1.ขั้นตอนการดำเนินการไปถึงไหนแล้ว

โดยแหล่งข่าว กล่าวว่ามีการตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 (ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและอื่นๆ) เป็นผู้พิจารณากรณี 9Near โดยได้เชิญหน่วยงานที่มีเหตุต้องสงสัยข้อมูลรั่วไหลมาชี้แจงแล้ว ซึ่งในเบื้องต้นยังเปิดเผยไม่ได้ว่ามีหน่วยงานใดบ้าง เพราะอาจจะส่งผลต่อการพิจารณา และสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน ต้องรอจนกว่าจะมีการสืบสวนสอบสวนเสร็จเรียบร้อย

2. คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจะใช้เวลาตรวจสอบความผิดของหน่วยงานกี่วัน?

แหล่งข่าว ระบุว่าแม้อำนาจหน้าที่ในพิจารณาความผิดและเหตุการณ์นี้ รวมถึงอำนาจในการออกคำสั่งทางปกครองจะเป็นของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แต่กฎหมายก็ระบุชัดว่าจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับตั้งแต่มีการรั่วไหลของข้อมูล

3. หากตรวจสอบแล้ว พบว่า หน่วยงานราชการนั้นๆ หละหลวม หรือไม่ได้มีมาตรการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA จริง ใครคือผู้รับผิดชอบ?

แหล่งข่าว อธิบายว่า ในกรณีนี้ อาจเป็นโทษทางปกครอง เป็นการลงโทษหน่วยงานในฐานะเป็น “ผู้ควบคุมข้อมูล” ส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA ไม่ใช่ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงาน และหากพิจารณาตามมาตรา 82-89 ของ พรบ. PDPA นั้น เป็นโทษ “ปรับ” ทางปกครอง มีการปรับถึงตั้งแต่ไม่เกิน 5แสน-5ล้านบาท ตามแต่กรณี

อีกทั้งยัง ย้ำว่า การพิจารณาว่าหน่วยงานราชการใดๆ มีความผิดหรือไม่ต้องดูเป็นรายกรณี เพราะ คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า การโดนโจมตีระบบหรือการถูกแฮกเป็นเรื่องที่เกิดได้เสมอ และหากหน่วยงานนั้นๆ มีการป้องกันและรักษาความปลอดภัยอย่างดีแล้ว และพิสูจน์ได้ว่ามีการปกป้องระบบอย่างดี แต่ข้อมูลหลุดหายไป เช่นนั้นย่อมไม่เป็นธรรมที่จะบอกว่าหน่วยงานผิด เพราะการหลุดรั่วของข้อมูลอาจจะเกิดในระบบบุคคลที่รู้เห็นเป็นใจกับการโจรกรรมข้อมูลก็ได้

4. ประชาชนทั่วไปตรวจสอบไม่ได้ว่าข้อมูลตัวเองรั่วไหล ถามว่าทำไมภาครัฐ หรือ คณะกรรมการ PDPA ไม่เป็นตัวกลางดำเนินการฟ้องร้องแทนประชาชนผู้เสียหาย?

แหล่งข่าว กล่าวว่า กฎหมาย PDPA กำหนดให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับความเสียหายจากการรั่วไหลของข้อมูลเป็นผู้ร้องเรียน เพราะการจะดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดีใดๆ ล้วนต้องมีโจทย์และจำเลย
ส่วนกรณีที่ประชาชนทั่วไปไม่รู้ว่าข้อมูลตัวเองหลุดรั่ว

แม้ Record ข้อมูลเราจะอยู่ในฐานข้อมูลเดียวกับที่หลุดไปก็ตาม อย่างกรณี 9near ที่อาจหลุดไปถึง 55 ล้านรายชื่อ หากมีผู้เสียหายเพียงคนเดียวที่รู้ว่าข้อมูลตัวเองหลุดรั่วไป แล้วไปดำเนินการร้องเรียน ก็จะถือว่าข้อมูลของบุคคลที่หลุดรั่วไปทั้งฐานข้อมูลทั้ง 55 ล้าน Record นั้น เป็นผู้เสียหายใช่หรือไม่

กล่าวคือให้คนเสียหายคนเดียวร้องเรียน แต่ คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ จะพิจารณาความผิดที่ปล่อยให้ข้อมูลรั่วไหลตามขนาดข้อมูลทั้ง 55 ล้านราย หรือใครร้องเรียนก็ได้รับการพิจารณาเฉพาคคนที่ร้องเรียนและหากมีการชดใช้ทางแพ่งก็จะนำไปสู่การชดใช้แค่คนที่ไปร้องเรียนเท่านั้นหรือไม่

แหล่งข่าว ระบุว่า กรณีนี้ คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ มีการพูดถึงและพิจารณาอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ตอบได้ยากมาก และกรณี 9near ถือว่า เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความสนใจในการใช้กฎหมายนี้อย่างจริงจัง ให้หน่วยงานภาครัฐกระตือรือร้นในการปกป้องข้อมูลประชาชนมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้กฎหมายนี้ยังใหม่แต่ภายในกรอบเวลา 90 วัน จะมีการรายงานผลการพิจารณาให้ทราบ

เปิดรายชื่อผู้พิจารณาสอบสวนหน่วยงานรัฐในฐานะ “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล”

ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า ข้อมูลส่วนบุคคลที่โดนแฮกจากกรณี 9Near นี้ มีหน่วยงานราชการเป็น “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” ตามกฎหมาย PDPA ซึ่งอยู่ใต้อำนาจการพิจารณาสอบสวนของ คณะกรรมาคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและอื่นๆ ประกอบด้วย

1. พลเอก ภุชพงศ์ พงษ์ศิริ ประธานกรรมการผู้เชี่ยวชาญ (ด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม)

ประธานกรรมการมูลนิธิวิจัยและพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นผู้ช่วยเลขาธิการและกรรมการมูลนิธิรักเมืองไทย อดีตดำรงดำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.)

2.นายศักดิ์ เสกขุนทด กรรมการผู้เชี่ยวชาญ (ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) 

ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ด้าน Digital Transformation สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) กรรมการในคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการระบบการชาระเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย อนุกรรมการในคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบกลางและฐานข้อมูลกฎหมายของประเทศ ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

อนุกรรมการในคณะอนุกรรมการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา นายกสมาคม Cloud Security Alliance (Thailand Chapter)

3.นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ กรรมการผู้เชี่ยวชาญ (ด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนส่วนบุคคล)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมาย คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ที่ปรึกษาเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่ปรึกษาทางกฎหมาย สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย นักกฎหมายผู้เชี่ยวชาญกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์ ที่ปรึกษากฎหมายสมาคมผู้สื่อข่าวออนไลน์

4.นายจุมพล นิติธรางกูร – กรรมการผู้เชี่ยวชาญ (ด้านกฎหมายปกครอง)

ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนากฎหมาย กองพัฒนากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจํากัด

5.นายสมณ์ พรหมรส – กรรมการผู้เชี่ยวชาญ (ด้านคุ้มครองสิทธิของประชาชน)

อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชุดที่ 3) อนุกรรมาธิการ ในคณะอนุกรรมาธิการเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

6.นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี – กรรมการผู้เชี่ยวชาญ (ด้านสื่อสารมวลชน)

ผู้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และเป็นประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติคนแรก จากเครือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

7. นายชัยวัธ มะระพฤกษ์วรรณ กรรมการผู้เชี่ยวชาญ (ด้านธุรกิจเอกชนหรือกฎหมายธุรกิจ)

รองประธานหอการค้าไทย กรรมการสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหอการค้า นอกจากนั้นยังเป็นหุ้นส่วนของสำนักงานทนายความ ชัยวัธ-บัณฑูรย์ จำกัด ที่เปิดทำการมากว่า 40 ปี

ที่มารายชื่อคณะกรรมการ: pdpathailand.com

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลส่วนบุคคล แฮกเกอร์