เศรษฐา ร้องว้าว บัตรลุงตู่รวมกันทั้งปีได้ 12,000 บาท ชี้ แค่หยอดน้ำข้าวต้ม เพิ่มปลาแห้ง ต่างจากเงินดิจิทัลเพื่อไทย กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนครั้งใหญ่
วันที่ 14 เมษายน 2566 ที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการระบุถึงนโยบายบัตรสวัสดิการพลัสที่ให้เดือนละ 1,000 บาท ของพรรครวมไทยสร้างชาติ หากเทียบ 1 ปี จะได้ 12,000 บาท มากกว่าเงินดิจิทัลของพรรคเพื่อไทย ว่า “ว้าว … ปกติส่วนตัวจะไม่ค่อยวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของพรรคอื่นเท่าไร แต่ขอชี้แจงในส่วนของนโยบายเพื่อไทย กรณีกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาทนั้น ใช้เฉพาะพื้นที่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนครั้งใหญ่ครั้งเดียว ไม่ให้กระจุกตัวอยู่แค่ในเมืองใหญ่”
ส่วนนโยบายพรรคอื่นที่ให้มากกว่า ก็เป็นความเชื่อของพรรคนั้น ๆ เป็นการหยอดน้ำข้าวต้ม เปรียบเหมือนการเพิ่มปลาแห้ง เชื่อว่าไม่มีอะไร และขอให้ประชาชนตัดสินใจว่านโยบายของพรรคการเมืองใดดีกว่ากัน ตนขอไม่ตอบถึงนโยบายพรรคอื่น เพราะจะเสียมารยาทและต้องให้เกียรติพรรคการเมืองนั้น ตนจะเดินหน้าเผยแพร่นโยบายของพรรคเพื่อไทยต่อไป ถ้าเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรคเราจะผลักดันเงินดิจิทัลให้เกิดขึ้นจริง
อย่างไรก็ตาม อยากให้ประชาชนตั้งข้อสังเกตกันเองว่าเหตุใดนโยบาย 10,000 บาท ของพรรคเพื่อไทยถูกวิพากษ์วิจารณ์มากกว่านโยบายบัตรสวัสดิการพลัส

“จะต้องดูที่นโยบายด้วย ไม่ใช่แค่เม็ดเงินที่จะเป็นตัวชี้นำว่าประชาชนจะได้ประโยชน์เสมอไป รายละเอียดเชิงลึกของนโยบายก็สามารถทำให้ประชาชนตัดสินใจได้เช่นกัน ไม่ใช่ให้ทีละเล็กทีละน้อยเหมือนการหยอดน้ำข้าวต้ม เติมปลาแห้งนิดเดียว จะหมายความว่า ประชาชนจะได้ประโยชน์มากกว่าเสมอไป จึงไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ต่อว่าพรรคการเมืองคู่แข่งที่ปรับตัวเลขนโยบายให้สอดรับกัน” นายเศรษฐา กล่าว
ส่วนความมั่นใจในพื้นที่ผู้สมัคร ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทยนั้น นายเศรษฐา กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้เดินตลาดในช่วงเช้า ได้พูดคุยกับผู้สมัคร ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ แล้วยังเชื่อมั่นนโยบาย ทั้งการยกระดับการท่องเที่ยว ยกระดับพาสปอร์ตไทย
อีกทั้งการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ที่คาดว่าจะดียิ่งขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไปไม่ว่าเป็นใคร พรรคเพื่อไทยยังคงเดินหน้าเจรจาการค้าทั่วโลก เพราะตลาดใหม่เป็นเรื่องสำคัญ
เมื่อถามถึงเหลืออีก 30 วันจะเลือกตั้ง วันที่ 14 พ.ค. 2566 มั่นใจจะแลนด์สไลด์ 310 เสียงหรือไม่ นายเศรษฐาระบุว่า ไม่อยากจะคาดเดาจำนวนตัวเลข ส.ส.ของพรรคที่ตั้งเป้า 376 ว่าจะได้กี่เปอร์เซ็นต์ แต่ขอเดินหน้างานเผยแพร่นโยบายของพรรค เพราะมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต รมว.อุตสาหกรรมและผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ช่วยหาเสียง หากสื่อสารนโยบายครบถ้วนถูกต้องก็มั่นใจ หลังจากนี้มีเวลาไม่เยอะ ตนขอลุยหาเสียงเต็มที่ไม่มีการย่อท้อ และไม่มีปัญหาแต่อย่างใด อีกทั้งเวลามีไม่เยอะ ตนจะลุยเต็มที่