สนามบินร้อยเอ็ด (ROI) เป็นหนึ่งในท่าอากาศยานภาคอีสาน มีเนื้อที่ 2,787 ไร่ 46 ตารางวา อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด 19 กิโลเมตร พื้นที่จังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ มหาสารคาม ยโสธร และจังหวัดมุกดาหาร ปัจจุบันหน่วยงานต่าง ๆ ของจังหวัดร้อยเอ็ด ทั้งภาครัฐและเอกชนกำลังร่วมกันผลักดัน ผ่านการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ยกระดับให้เป็นท่าอากาศยานศุลกากร เพื่อให้เทียบเท่ากับสนามบินอื่น
“ชูศักดิ์ ราชบุรี” รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้สนามบินร้อยเอ็ดได้รับงบประมาณพัฒนาเพื่อให้เป็นสนามบินศุลกากร เบื้องต้น
1.การทำแผนในปีงบประมาณ 2566-2567 ด้วยงบประมาณจากกรมท่าอากาศยาน ปรับปรุงอาคารผู้โดยสารขาเข้าและขาออก มีเป้าหมายเพื่อรองรับผู้โดยสารให้มากขึ้น ซึ่งดำเนินการก่อสร้างไปได้ 95% เกือบแล้วเสร็จ
2.แผนงานต่อมาคือปรับปรุงรันเวย์หรือทางวิ่งให้มีระยะเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่
3.แผนการปรับปรุงลานจอดรถให้ได้มาตรฐาน จากรองรับได้ 180 คัน เพิ่มเป็น 400 คัน โดยมีแผนปรับปรุงเรื่องอื่น ๆ อีกหลายอย่าง เช่น ระบบการประปาภูมิภาคที่ขยายการให้บริการเข้ามาในเขตพื้นที่สนามบิน และสิ่งที่จะต้องพัฒนาควบคู่ไปกับสนามบินร้อยเอ็ด สิ่งแรกคือการท่องเที่ยว
“รายได้จากการท่องเที่ยวถือว่าเป็นรายได้หลักของทั้งเมืองหลักเมืองรอง ร้อยเอ็ดเรามี ROI ET TOWER หรือหอโหวดสูง 35 ชั้น 101 เมตร เป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่มองเห็นได้ 360 องศา มีพระพุทธมิ่งเมืองมงคล สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง ในปีนี้จะสร้างซิปไลน์ลงมาจากหอโหวดลงไปถึงบึงพลาญชัย น่าจะเป็นจุดดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาได้เยอะขึ้น
นอกจากนี้ยังมีพระมหาเจดีย์ชัยมงคลที่ผู้คนนิยมมาเที่ยวชม จะสนับสนุนการท่องเที่ยวด้านการเกษตรที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองข้าวหอมมะลิ ในอนาคตเราจะพัฒนาตัวเองไปเป็นเมืองศิลปวัฒนธรรมตามยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประเพณี ผลักดันกิจกรรมต่าง ๆ เข้าสู่ปฏิทินการท่องเที่ยวเพื่อโปรโมตต่อไป”
“ชูศักดิ์” บอกว่า ส่วนสำคัญที่สุดในการพัฒนาสนามบินที่จังหวัดร้อยเอ็ดจะได้คือ ด้านของเศรษฐกิจ การส่งเสริมการค้าการลงทุน การขนส่งทางอากาศ ที่จะสามารถประทับตราผ่านด่านศุลกากรได้ ไม่ต้องไปผ่านที่สนามบินขอนแก่น หรือสนามบินอุบลราชธานี
นอกจากนี้ยังรองรับเครื่องบินเช่าเหมาลำ หรือชาร์เตอร์ไฟลต์จากต่างประเทศได้โดยตรง ตลอดจนรองรับผู้โดยสารจากจังหวัดข้างเคียงที่เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ จากจังหวัดมหาสารคาม กาฬสินธุ์ และยโสธร ด้วยระยะทางไม่เกิน 60 กิโลเมตร จากสัญญาณตั้งแต่ปลายปี 2565 คาดว่าในปี 2566 ต่อจากนี้จะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
สอดคล้องกับ “สนอง ดลประสิทธิ์” รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ปกติผู้โดยสารผ่านสนามบินร้อยเอ็ดน่าจะเกือบ 3 แสนคน/ปี ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่และจังหวัดข้างเคียง มีเขยฝรั่งปะปนบ้าง ถ้าขายเพิ่มและมีไฟลต์บินเพิ่ม คนจะยิ่งเพิ่มขึ้นอีกจนถึงหลักล้านในอนาคต และการยกระดับเป็นสนามบินศุลกากรจะช่วยดึงชาวต่างชาติเข้ามายังจังหวัดร้อยเอ็ดได้โดยตรงเพิ่มขึ้น
“เราพยายามผลักดันให้มีสายการบินเข้ามาให้บริการมากขึ้น และได้ผลตอบรับดี แต่เมื่อสอบถามความคืบหน้ามักจะได้คำตอบว่าอยู่ระหว่างการศึกษา ทั้งที่จำนวนผู้โดยสารของท่าอากาศยานร้อยเอ็ดไม่ได้มีเพียงคนร้อยเอ็ดเพียงอย่างเดียว มาจากจังหวัดรอบข้างก็เยอะ ผู้ใช้บริการมีมากพอ ในแต่ละเที่ยวบินดูแล้วไม่น่าจะต่ำกว่า 90% ต่อไฟลต์บิน 1 เที่ยว
ซึ่งตอนนี้มีผู้ให้บริการอยู่ 2 สายการบิน คือ แอร์เอเชีย และนกแอร์ โดยสายการบินที่มีเที่ยวบินจริงมีเพียงแอร์เอเชียเท่านั้น ขณะที่สายการบินอื่นให้บริการไม่ต่อเนื่อง ค่าตั๋วของสายการบินที่ให้บริการอยู่จึงค่อนข้างราคาแพง เฉลี่ยเริ่มต้นที่ 3,000 บาท/ไฟลต์บิน ช่วงเทศกาลพุ่งสูงถึง 4,000-5,000 บาท/ไฟลต์บิน ไป-กลับ กทม.ไม่ต่ำกว่า 8,000 บาท”
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาสนามบินน่าจะใช้งบประมาณรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท งบฯจังหวัดที่ได้ในแต่ละปีคงไม่เพียงพอ ต้องขึ้นอยู่กับผู้บริหารจากส่วนกลาง ขึ้นอยู่กับงบประมาณ ยกตัวอย่าง เช่น การทุ่มงบประมาณพัฒนาสนามบินบุรีรัมย์ในขณะนี้
ทั้งนี้ ข้อมูลของกรมท่าอากาศยานระบุไว้ว่า ศักยภาพท่าอากาศยานร้อยเอ็ดส่วนอาคารผู้โดยสาร มีขนาดพื้นที่ 3,013 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารได้ 300 คนต่อชั่วโมง แบ่งเป็น พื้นที่สาธารณะชั้นล่าง 1,248 ตารางเมตร ใช้เป็นพื้นที่เช่า 123 ตารางเมตร คงเหลือ 1,125 ตารางเมตร ห้องผู้โดยสารขาเข้า 288 ตารางเมตร ห้องผู้โดยสารขาออก 269 ตารางเมตร
ปัจจุบันที่ท่าอากาศยานร้อยเอ็ดอยู่ระหว่างการปรับปรุงต่อเติมอาคารที่พักผู้โดยสาร เมื่อปรับปรุงเรียบร้อยแล้วจะมีพื้นที่ 4,139 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารได้ 600 คนต่อชั่วโมง
โครงการพัฒนาปี 2566-2567 ได้แก่
1.งานก่อสร้างปรับปรุงต่อเติมอาคารที่พักผู้โดยสาร (ปี 2566)
2.งานก่อสร้างลานจอดรถยนต์ และปรับปรุงกายภาพท่าอากาศยานร้อยเอ็ด 1 แห่ง วงเงินงบประมาณ 30,000,000 บาท (ปี 2566)
3.งานจ้างศึกษาออกแบบรายละเอียดการต่อเติมความยาวทางวิ่ง ขยายอาคารและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม วงเงินงบประมาณ 48,250,000 บาท (ปี 2567) จากทางวิ่งปัจจุบัน 2,100 เมตร ต่อเติมเป็น 2,500 เมตร
4.งานก่อสร้างห้องชุดพักอาศัย 3 ชั้น จำนวน 2 หลัง (48 ยูนิต) วงเงินงบประมาณ 11,000,000 บาท (ปี 2567) และ 5.งานปรับปรุงระบบประปาท่าอากาศยานร้อยเอ็ด วงเงินงบประมาณ 16,000,000 บาท (ปี 2567)
สำหรับประโยชน์ที่ได้จากการเป็นสนามบินนานาชาติ และสนามบินศุลกากร
1.การเดินทางไปต่างประเทศ สามารถตรวจลงตรา (แสตมป์) วีซ่า ผ่านประเทศที่สนามบินร้อยเอ็ดได้เลย ไม่ต้องไป check in ที่สนามบินดอนเมือง หรือสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อความสะดวก ลดความแออัด และลดเวลาการเดินทาง
2.สามารถรองรับ flight ban หรือเที่ยวบินส่วนบุคคลที่ขอลงจอดที่สนามบินร้อยเอ็ดได้
3.ขยายรันเวย์จาก 2,100 เมตร เป็น 2,500 เมตร เพื่อรองรับเครื่องบินลำใหญ่ (226 คน) เพิ่มสายการบินและเที่ยวบิน ดอนเมือง-ร้อยเอ็ด เพิ่มนักท่องเที่ยว