ราคาน้ำมันดิบ (5 พ.ค. 66) ทรงตัว ECB ปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นปี
ราคาน้ำมันดิบทรงตัว หลังธนาคารกลางยุโรปปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นปี
วันที่ 5 พฤษภาคม 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบทรงตัว หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นปรับเพิ่มเพียงร้อยละ 0.25 สู่ระดับร้อยละ 3.25 ซึ่งเพิ่มขึ้นน้อยสุดตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จากความกังวลต่ออัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในยุโรป
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 4 พ.ค. 2566 อยู่ที่ 68.56 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.04 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 72.50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.17 เหรียญสหรัฐ
ตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจสหรัฐและจีน หลังธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดมีมติในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่ออีกร้อยละ 0.25 สู่ระดับร้อยละ 5.00-5.25 ในวันพุธที่ผ่านมา ขณะที่ตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Caixin PMI) ในจีน เดือน เม.ย. 66 ที่หดตัวสู่ระดับ 49.5 ซึ่งสร้างความกังวลต่ออุปสงค์การใช้น้ำมันดิบทั่วโลก
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 28 เม.ย. 66 ปรับตัวลดลงกว่า 1.3 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 459.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลงเพียง 1.1 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1.742 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ตัวเลขการนำเข้าน้ำมันเบนซินในฮ่องกงที่ลดลงกว่าร้อยละ 61 ในเดือน มี.ค. 66 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปทานที่ยังจำกัดจากการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นของประเทศในแถบตะวันออกเฉียงเหนือของเอเชีย ท่ามกลางอุปสงค์ที่ยังอ่อนแอในภูมิภาค
