เร่งทุกฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
บทบรรณาธิการ
ผลลงคะแนนโหวตร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ คือร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กับร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ความเห็นชอบด้วยคะแนนเห็นชอบ 211 เสียง งดออกเสียง 7 เสียง และเห็นชอบ 202 เสียง ไม่เห็นชอบ 1 เสียง งดออกเสียง 13 เสียงตามลำดับ ปลดล็อกการเมืองได้อีกเปลาะ
แม้ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับจะถูกปรับแก้โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกัน 3 ฝ่าย ในส่วนของสาระสำคัญ แตกต่างไปจากร่างเดิมที่คณะกรรมาธิการ (กรธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ได้ยกร่างไว้ อาทิ การตัดสิทธิของผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่มีเหตุผลสมควร การกำหนดให้ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคการเมืองมีหมายเลขผู้สมัครแตกต่างกันในแต่ละเขตเลือกตั้ง
รวมทั้งกำหนดบทเฉพาะกาลให้ ส.ว.มาจากกลุ่มวิชาชีพ 10 กลุ่ม หรือให้ผู้สมัคร ส.ว.สมัครในนามอิสระและสมัครผ่านองค์กรนิติบุคคล ช่วง 5 ปีแรก เมื่อพ้น 5 ปีจึงนำระบบการเลือกไขว้ที่ กรธ.บัญญัติไว้มาใช้ เป็นต้น
ถือเป็นการโหวตผ่านกฎหมายลูกรัฐธรรมนูญแบบมีเงื่อนไข แม้สมาชิก สนช.บางส่วนจะหวั่นเกรงว่าบทบัญญัติใน พ.ร.ป.บางมาตราอาจขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่จะถึงขั้นยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ต้องจับตาดูกันต่อไป
อย่างไรก็ตาม สุดท้ายหากมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความประเด็นข้อกฎหมาย ก็มีโอกาสจะถูกมองลบ เพราะแม้สมาชิก สนช.บางส่วนจะอ้างว่าต้องการให้เกิดความชัดเจน แต่พรรคการเมือง กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองกลับมองในทำนองต้องการตีรวนยื้อการเลือกตั้ง ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. จะเน้นย้ำว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย และการันตีไม่คิดคว่ำร่างกฎหมายลูกรัฐธรรมนูญ
แต่ผลโหวตร่าง พ.ร.ป.ทั้ง 2 ฉบับที่ผ่านฉลุย ก็ทำให้หลายฝ่ายโล่งใจ เพราะนอกจากโรดแมปที่วางไว้จะไม่ถูกเลื่อนออกไป ช่วยให้การเมืองที่เริ่มคุกรุ่นผ่อนคลายลงแล้ว ยังเพิ่มความเชื่อมั่นให้สาธารณชน ภาคธุรกิจ ตลอดจนนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ ที่เกาะติดสถานการณ์ทางการเมืองด้วยความเป็นห่วง เพราะกังวลว่าจะกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงบั่นทอนเศรษฐกิจที่กำลังกระเตื้อง
เมื่อทุกอย่างดำเนินไปตามกฎกติกา ความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาขัดแย้งทางการเมืองลดน้อยลง รัฐบาลในฐานะผู้บริหารประเทศจึงควรใช้โอกาสนี้เร่งเดินหน้าโครงการต่าง ๆ พร้อมผลักดันผลงานให้ปรากฏ เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับจะได้เติบโตต่อเนื่อง เพราะหากการเมืองนิ่ง ทุกภาคส่วนเชื่อมั่น ทุกฟันเฟืองขยับ การขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าคงไม่เหลือบ่ากว่าแรง