จากกรณี นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก เข้าจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 64 ปี ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ขณะตั้งแคมป์พร้อมตรวจพบซากเสือดำและสัตว์ป่าคุ้มครองอีกหลายชนิด ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จ.กาญจนบุรี ต่อมาการเข้าตรวจค้นบ้านนายเปรมชัย จนพบอาวุธปืน และงาช้าง จำนวน 4 ต้น (2 คู่) ซึ่งมีนางคณิตา กรรณสูต อายุ 64 ปี ภรรยา นายเปรมชัย เป็นผู้ครอบครอง และน.ส.วันดี สมภูมิ อายุ 68 ปี เป็นผู้รับรองงาช้าง จนนำมาสู่การแจ้งข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (งาช้างแอฟริกา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 19 ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ (ปทส.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศด้านหน้าตึก บก.ปทส. ตั้งแต่ช่วงเช้ามีผู้สื่อข่าวจำนวนมากมารอสังเกตการณ์ทำข่าวการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาของนายเปรมชัย กรรณสูต ภายหลังพนักงานสอบสวน บก.ปทส. นัดให้เข้าพบพนักงานสอบสวนในวันนี้
จนกระทั่งเวลา 09.15 น. พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผบก.ปทส. เดินทางมาถึง บก.ปทส. พร้อมเปิดเผยว่าเมื่อวานได้มีการประชุมเรียกพนักงานสอบสวน เพื่อเตรียมความพร้อมและกำหนดแนวทางการสอบสวน โดยแบ่งทีมพนักงานสอบสวนเป็น 2 ทีม ทีมแรกจะทำการสอบสวนคดีครอบครองอาวุธปืน ของนายเปรมชัย และอีกชุดจะสอบสวนการครอบครองงาช้าง ของนางคณิตา ภรรยานายเปรมชัย และ น.ส.วันดี ผู้เซ็นรับรองงาช้าง
พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนในการสอบปากคำวันนี้ เมื่อนายเปรมชัยมาถึงเจ้าหน้าที่ก็จะแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบและสอบสวนก่อนจะนำตัวพิมพ์ลายนิ้วมือ ซึ่งวันนี้ได้มีการเรียกผู้ถูกกล่าวหา ทั้งหมด 3 คน คือ นายเปรมชัย กรรณสูต นางคณิตา ภรรยานายเปรมชัย และ น.ส.วันดี สมภูมิ ให้มารับทราบข้อกล่าวหา โดยนางคณิตา และน.ส. วันดี ถูกแจ้งในข้อหา ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ส่วนนายเปรมชัย ถูกแจ้งในข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และพ.ร.บ.อาวุธปืน ที่พบที่บ้าน อย่างไรก็ตามหากผู้ที่ถูกออกหมายเรียกยังไม่มาตามหมายเรียกในวันนี้ก็ต้องมีการเรียกประชุมพนักงานสอบสวนอีกครั้งเพื่อพิจารณาว่ามีการแจ้งเหตุขัดข้องหรือไม่ ถ้าไม่มีก็พิจารณาว่าจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หรือ ออกหมายจับ ต่อไป
ต่อมาเวลา 09.30 น. พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เดินทางมายัง บก.ปทส. เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับนายเปรมชัย กรรณสูต ในข้อหาพยายามติดสินบนเจ้าพนักงาน หลังมีหลักฐานการพูดจาในลักษณะติดสินบนกับ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ซึ่งเป็นผู้นำทีมเข้าจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูตร พร้อมพวก
พล.ต.ต.กมล กล่าวว่า เบื้องต้นในการแจ้งข้อกล่าวหานั้นมีความชัดเจนว่าสามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้ ซึ่งพยานหลักฐานสำคัญอยู่ที่ นายวิเชียรซึ่งได้ให้การเกี่ยวกับคดีพยายามตัดสินบนเจ้าพนักงานมา 2 ครั้งแล้ว โดยครั้งแรก พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นคนสอบปากคำเบื้องต้น แต่ครั้งที่ 2 ตนเป็นคนไปสอบ แต่คำให้การของนายวิเชียร ยังไม่ชัดเจน จึงจะต้องเชิญนายวิเชียร มาสอบปากคำเพิ่มเติม และให้หลักฐานที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์ เพื่อความชัดเจนในด้านของกฎหมาย ซึ่งในวันนี้ ตนทราบว่านายวิเชียร จะเดินทางมาประชุมที่กรมป่าไม้ อาจต้องมีการสอบปากคำเพิ่มเติมในวันนี้ จึงได้ประสานงานขอสอบปากคำเพิ่มแล้ว
พล.ต.ต.กมล กล่าวต่อว่า นายเปรมชัย พร้อมพวกถูกจับกุมในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งในระหว่างการควบคุมตัวนายเปรมชัย นายยงค์ โดดเครือ นางนที เรียมแสน และ นายธานี ทุมมาศ มาที่สำนักงานกรมอุทยานแห่งชาติ ได้มีการพูดคุยกับทางนายวิเชียร ในลักษณะติดสินบนเจ้าพนักงาน มีการเสนอเป็นคำพูดว่าอยากได้อะไรก็เสนอมา จะหามาให้ซึ่งในเหตุการณ์นั้น มีพยานที่ได้ยินอยู่หลายคน เราจึงต้องสอบปากคำนายวิเชียร เพิ่มเติม ว่าลักษณะการพูดให้สินบนเป็นลักษณะใด ซึ่งเป็นการสนทนาระหว่างนายเปรมชัยกับนายวิเชียรโดยตรงไม่มีการอัดเสียง และในส่วนของคลิปเสียงของ นายยงค์ที่เคยถูกเผยแพร่ ทางอินเตอร์เน็ต ตนเคยพูดไปแล้วว่าคลิปดังกล่าว ไม่มีเสียงของนายเปรมชัย แต่เป็นเสียงของ นายยงค์ที่มีการพยายามติดสินบนเจ้าพนักงาน อาทิ ไฟฉาย รองเท้าคอมแบท วิทยุสื่อสาร ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้สามารถเชื่อมโยงกันได้ โดยคลิปเสียงดังกล่าว ได้ทำการพิสูจน์แล้วว่าเป็นคลิปเสียงของใคร และถูกต้องตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะนำคลิปเสียงดังกล่าวมาพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม
พล.ต.ต.กมล กล่าวอีกว่า ในส่วนของการสอบปากคำเพิ่มเติมนายเปรมชัย วันนี้เราไม่คาดหวังกับคำให้การของผู้ต้องหา แต่เราคาดหวังคำให้การของนายวิเชียรมากกว่า ทางด้านของพยานและนายวิเชียร จะต้องชัดเจนมากกว่านี้ ว่าลักษณะของการพยายามติดสินบนกับเจ้าพนักงาน ที่นายเปรมชัยเสนอมาเกี่ยวกับอะไร ซึ่งจะสอบปากคำนายวิเชียร เป็นครั้งที่ 3 อีกครั้ง
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลา 09.45 น. นายเปรมชัยได้เดินทางมาถึง บก.ปทส. หลังจากลงรถได้เดินขึ้นทางด้านหลังตึกเพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ห้องประชุมชั้น 3 บก.ปทส. ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อมูลกับนายเปรมชัยแต่ไม่ได้รับคำตอบใดๆ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเปรมชัย ลงมาที่ห้องศปก.บก.ปทส. ชั้น 2 เพื่อให้ทาง พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. และพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ทำการสอบสวนในคดีพยายามติดสินบนเจ้าพนักงาน
ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เดินทางมาถึง บก.ปทส.เพื่อติดตามความคืบหน้าในคดีดังกล่าว พร้อมเปิดเผยว่า วันนี้มาติดตามดูสำนวนคดีใน 3 ข้อกล่าวหา ที่ได้ดำเนินการร้องทุกข์ไปแล้ว ประกอบด้วย 1.ติดสินบนเจ้าพนักงาน 2.มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 3.มีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ปกติตาม ป.วิอาญาคำให้การของผู้ต้องหาไม่ให้รับฟังอยู่แล้ว ซึ่งมีวัตถุพยานยืนยันอยู่ เจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ ซึ่งหลักฐานในเรื่องของอาวุธปืนและงาช้างไม่เหลืออะไรต้องตรวจสอบเพิ่มแล้ว จริงๆ แล้ววันที่ 15 มีนาคม ก็สามารถสรุปสำนวนได้ในเรื่องข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องข้อกฎหมายยังมีปัญหาอยู่จึงยังไม่ให้สรุป โดยข้อกฎหมายที่มีปัญหาคือกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท เช่น ปืนคาบศิลา เป็นโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุหรือไม่ ซึ่งวันนี้ก็ได้เชิญทางกรมศิลปากรมาดู หากพบว่าเป็นก็จะมีข้อหาเพิ่มเติมขึ้นมาอีกในเรื่องของ พ.ร.บ.โบราณสถานและวัตถุ หรือเรื่องงาช้างเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.งาช้างปี 2558 หรือไม่ หรือจะเป็นความผิดในกฎหมายระหว่างประเทศเรื่องลักทรัพย์หรือรับของโจรหรือไม่ อันนี้คือปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โดยในเรื่องงาช้างได้เชิญไซเตส (เจ้าหน้าที่อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์) มา ทั้งนี้จะต้องสอบถามจากทั้ง 2 หน่วยงาน นอกจากนี้จากข้อเท็จจริงตำรวจมีพยานหลักฐานครบถ้วนในการดำเนินคดีใน 3 ข้อหาที่ได้ร้องทุกข์ไปแล้ว ยกเว้นข้อหาที่ผมระมัดระวังว่าจะเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทหรือไม่ เดี๋ยวจะเป็นการฟ้องซ้ำขึ้นมา
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า ส่วนข้อหาติดสินบนจะต้องไปพูดคุยกับพล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. ก่อน เพราะมีพยานบุคคลอยู่แล้ว คงไม่กังวล ส่วนจะมีข้อกำชับหรือสั่งการใดเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ตนขอไปฟังจากกรมศิลป์และไซเตส (อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์) ก่อน คาดว่าจะมีข้อสั่งการเพิ่มเติมแน่ให้ทำแค่ไหนอย่างไร เพราะวันนี้มีการแจ้งข้อหา 3 ข้อหา ใน 3 คดี พร้อมกันซึ่งยังไม่มีการออกหมายจับ จะให้ใครไปฝากขังก่อนแล้วใครจะอายัดตัวก็จะพิจารณาสั่งการ ส่วนขั้นตอนการให้ประกันตัวที่นี่ตนสั่งห้ามแน่นอนให้นำตัวไปฝากขัง ซึ่งเงื่อนไขการห้ามออกนอกประเทศคงไม่ยื่นเพราะอยู่ในดุลยพินิจของศาลอยู่แล้วคงไม่ไปก้าวล่วง ส่วนกรณีที่นางคณิตา และ น.ส. วันดี สมภูมิ ขอเลื่อนตามหมายเรียกนั้นก็จะทำการออกหมายเรียกไปใหม่ภายใน 7 วัน ส่วนนายเปรมชัยนั้นตนจะมีการซักถามบ้างแต่คงไม่ถอดหมวก ตนไม่ได้เป็นห่วงว่าโซเซียลจะว่าอย่างไร แต่ตนเป็นห่วงว่าทางฝั่งนายเปรมชัยจะฟ้องกลับพนักงานสอบสวนอย่างไรมากกว่า
ที่มา : มติชนออนไลน์