ตลาดสมาร์ทโฟนยังแข่งขันกันดุเดือดทุกปี สำหรับปี 2560 ที่เพิ่งผ่านไป รายงาน International Data Corporation (IDC) Quarterly Mobile Phone Tracker ได้สรุปสถานการณ์อย่างชัดเจน โดยระบุว่า สมาร์ทโฟนของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มียอดจัดส่งรวม 100 ล้านเครื่อง หดตัวลง 0.6% จากปีก่อน โดยมีเฉพาะเมียนมาและฟิลิปปินส์เท่านั้นที่ยอดจัดส่งลดลง
โดยแบรนด์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดยังเป็น “ซัมซุง” ราว 29% แต่แบรนด์ขยับเพิ่มมากที่สุดจากปีก่อนคือ “วีโว่” เพิ่ม 118.2% ส่วน “แอปเปิล” ถูกเบียดมาร์เก็ตแชร์ให้ลดลง 2.2%
“เจเซ่น อุย” นักวิเคราะห์ตลาดไคล์เอนต์ดีไวซ์อาวุโส ไอดีซีอาเซียน เปิดเผยว่า พฤติกรรมของผู้ใช้ส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้ ยังให้ความสำคัญกับงบประมาณ และจะไม่รีบเปลี่ยนเครื่องที่ราคาสูงหากเครื่องที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังใช้งานได้ดี ทำให้อายุเฉลี่ยในการใช้งานยาวขึ้น การเปลี่ยนเครื่องใหม่ช้าลง
โดยในอาเซียนโทรศัพท์มือถือในกลุ่มราคาย่อมเยา (น้อยกว่า 200 เหรียญสหรัฐ/6,300 บาท) ยังมีมาร์เก็ตแชร์มากสุดที่ 37% กลุ่มราคาระดับกลาง (200-400 เหรียญสหรัฐ/6,300-12,600 บาท) มีส่วนแบ่งที่ 27% ซึ่งเมื่อเทียบกับปีก่อนจะมีส่วนแบ่งเพียง 17% เท่ากับเพิ่มขึ้นถึง 53%
ขณะที่สมาร์ทโฟน 4G เติบโตขึ้น 44% โดยมีสัดส่วนที่ 81% ของตลาดรวม หรือ 56.2 ล้านเครื่อง ส่วนความต้องการฟีเจอร์โฟน 4G ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ราว 250,000 เครื่องเท่านั้น แต่ในเมืองที่ระดับความสำคัญรองลงมายังมีการใช้งานฟีเจอร์โฟน 2G ต่อไป โดยฟีเจอร์โฟน 4G เหล่านี้มีวางจำหน่ายในไทยมาตั้งแต่ปี 2559 แต่เพิ่งวางจำหน่ายในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เมื่อปลายปีที่แล้ว
สำหรับไฮไลต์ของแต่ละแบรนด์ “ซัมซุง” เป็นผู้เล่นอันดับหนึ่งของตลาดโทรศัพท์ในกลุ่มราคาระดับกลาง ด้วย ซัมซุงซีรีส์ Galaxy J “ออปโป้ และวีโว่” ยังขยายแบรนด์ด้วยการใช้ผู้มีชื่อเสียงและกิจกรรมทางการตลาดในการผลักดัน ซีรีส์ F และ V ขณะที่ “หัวเว่ย” ใช้ซีรีส์ Nova เข้าแข่งขัน รวมถึงใช้กลยุทธ์ที่คล้ายคลึงกับออปโป้และวีโว่ ฟาก “แอปเปิ้ล” มีส่วนในตลาดโทรศัพท์กลุ่มราคาระดับกลาง ด้วยโมเดลก่อนหน้า เช่น iPhone 5 iPhone SE และ iPhone 6
ฟากยอดจัดส่งแฟบเลต หรือเครื่องที่มีขนาดหน้าจอ 5.5-7 นิ้ว เติบโตขึ้น 71% บ่งบอกถึงความต้องการหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น โดยมีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 35% ของตลาดรวม หรือ 35.0 ล้านเครื่อง ซึ่ง “วีโว่” เป็นแบรนด์ที่เติบโตสูงสุดในกลุ่มนี้ แต่สมาร์ทโฟนหน้าจอขนาด 5-5.5 นิ้ว ยังครองส่วนแบ่งถึง 50% ของตลาดรวม
ขณะที่ในปี 2561 นักวิเคราะห์ตลาดไคล์เอนต์ดีไวซ์อาวุโส ไอดีซีอาเซียน มองว่า ผู้ใช้จะยินดีในการลงทุนซื้อสมาร์ทโฟนกลุ่มราคาระดับกลางที่มีหน้าจอใหญ่ขึ้น และแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงขึ้น การที่ผู้ค้าจะคงความสามารถในการแข่งขันไว้ได้ จะต้องมีฟีเจอร์ที่ดึงดูด ทั้งกล้องคู่ ขอบจอบาง มี AI ฝังในเครื่อง ซึ่งหวังจะได้เห็นการเปิดตัวโทรศัพท์ในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์โอริโอ “โก อิดิชัน” ที่มีราคาต่ำกว่า 200 เหรียญสหรัฐ (6,300 บาท) เพื่อให้เข้ากับข้อจำกัดของงบประมาณของกลุ่มเป้าหมาย