เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
EEC บูมลงทุนธุรกิจแพทย์เฉพาะทาง EASE ทุ่ม 800 ล้าน เปิด รพ.กระดูกและข้อ
Business EEC บูมลงทุนธุรกิจแพทย์เฉพาะทาง EASE ทุ่ม 800 ล้าน เปิด รพ.กระดูกและข้อ
ลูนิค เรียลเอสเตท เปิดตัว “ลูเชี่ยน เบย์ จอมเทียน พัทยา”  คอนโดหรู เจาะต่างชาติวัยเกษียณ พรีเซล ธ.ค.นี้
Real Estate ลูนิค เรียลเอสเตท เปิดตัว “ลูเชี่ยน เบย์ จอมเทียน พัทยา”  คอนโดหรู เจาะต่างชาติวัยเกษียณ พรีเซล ธ.ค.นี้
“เจ้าสัวธนินท์” กางพิมพ์เขียวพลิกเศรษฐกิจ ชู AI-หุ่นยนต์รุกค้าปลีก-เล็งลุยธุรกิจไฟฟ้า
Business “เจ้าสัวธนินท์” กางพิมพ์เขียวพลิกเศรษฐกิจ ชู AI-หุ่นยนต์รุกค้าปลีก-เล็งลุยธุรกิจไฟฟ้า
WHART จ่อกู้กสิกรไทย 1,920 ล้าน รีไฟแนนซ์หนี้เดิม เปิดสิทธิผู้ถือหน่วยค้านถึง 20 พ.ย.
Finance WHART จ่อกู้กสิกรไทย 1,920 ล้าน รีไฟแนนซ์หนี้เดิม เปิดสิทธิผู้ถือหน่วยค้านถึง 20 พ.ย.
เปิดราคาที่ดินใหม่ 10 ทำเลทอง กรุงเทพฯ “สยามสแควร์” แพงสุด วาละเกือบ 4 ล้าน
Real Estate เปิดราคาที่ดินใหม่ 10 ทำเลทอง กรุงเทพฯ “สยามสแควร์” แพงสุด วาละเกือบ 4 ล้าน
ไวไวผนึกซีคอน บางแค จัดมหกรรมอาหาร LAVALAND รวม 54 ร้านเด็ดทั่วไทย
Biz Movement ไวไวผนึกซีคอน บางแค จัดมหกรรมอาหาร LAVALAND รวม 54 ร้านเด็ดทั่วไทย
เดอะมอลล์ ย้ำศูนย์การค้ายุคนี้ต้อง “ใหม่สดเสมอ”
Business เดอะมอลล์ ย้ำศูนย์การค้ายุคนี้ต้อง “ใหม่สดเสมอ”
ชาวอาเซียนรัก ‘อาหารไทย’ มาก Grab บอกยอดสั่งซื้อใน 7 ประเทศ ทะลุ 2 หมื่นล้านบาท
Business ชาวอาเซียนรัก ‘อาหารไทย’ มาก Grab บอกยอดสั่งซื้อใน 7 ประเทศ ทะลุ 2 หมื่นล้านบาท
KTB ประกาศร่วมทุน BAM จัดตั้งบริษัทร่วมทุนบริหารสินทรัพย์ ทำธุรกิจแก้หนี้เสีย
Finance KTB ประกาศร่วมทุน BAM จัดตั้งบริษัทร่วมทุนบริหารสินทรัพย์ ทำธุรกิจแก้หนี้เสีย
iLaw เผย ประธานสภาสั่ง “ไม่รับ” ร่าง “ลบมรดก 6 ตุลาฯ” ปัดตกรายชื่อประชาชนเกือบ 60,000 ชื่อ
Politics iLaw เผย ประธานสภาสั่ง “ไม่รับ” ร่าง “ลบมรดก 6 ตุลาฯ” ปัดตกรายชื่อประชาชนเกือบ 60,000 ชื่อ
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง หลังนักลงทุนแห่ซื้อดอลลาร์

01 มิ.ย. 2566 | 18:08น.
THB

เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง หลังนักลงทุนแห่ซื้อดอลลาร์ เหตุมีแรงหนุน หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเปิดรับสมัครงานเพิ่มขึ้น 358,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 10.1 ล้านตำแหน่งในเดือนเมษายน

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/6) ที่ระดับ 34.64/66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (31/5) ที่ระดับ 34.79/81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่เมื่อคืนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวลดลง เป็นผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า

ขณะที่นักลงทุนจับตาสภาคองเกรสสหรัฐเตรียมลงมติร่างกฎหมายปรับเพิ่มเพดานหนี้หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติผ่านร่างกฎหมายการขยายเพดานหนี้ ด้วยคะแนนเสียง 314 ต่อ 117 เสียง ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลสหรัฐสามารถหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ครั้งประวัติศาสตร์

โดยในช่วงบ่ายวันนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าต่อเนื่อง โดยยังมีแรงหนุนหลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเปิดรับสมัครงาน (JOLTS) ซึ่งนับเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสนใจ โดยมองว่าเป็นมาตรวัดภาวะตึงตัวในตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยในการพิจารณานโยบายการเงิน และอัตราดอกเบี้ยของเฟด เพิ่มขึ้น 358,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 10.1 ล้านตำแหน่งในเดือน เม.ย.

สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 9.375 ล้านตำแหน่ง หลังจากปรับตัวลงติดต่อกัน 3 เดือน ซึ่งการเพิ่มขึ้นของตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ท่ามกลางภาวะตึงตัวในตลาดแรงงานนั้น เป็นปัจจัยหนุนการดีดตัวขึ้นของเงินเฟ้อ เนื่องจากพนักงานจะมีอำนาจต่อรองในการขอขึ้นค่าแรงต่อนายจ้าง ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อเฟดในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย.

ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ 66.4% ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย.อีก 0.25% สู่ระดับ 5.22-5.50% และให้น้ำหนักเพียง 33.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมวันที่ 13-14 มิ.ย.

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.61-34.89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.75/77 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.75% เป็น 2.00% ต่อปีในวันที่ 31 พ.ค. ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้เข้าสู่ภาวะปกติมาแล้ว 6 ครั้งติดต่อกัน เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวมากขึ้น แต่โดยรวมยังอยู่ในภาวะผ่อนคลาย และเศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะขยายตัวไม่เต็มที่

ขณะเดียวกันก็ยังมีความไม่แน่นอนในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมืองของไทยภายหลังการเลือกตั้ง ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจของไทยเดือน พ.ค. หดตัวลง สวนทางกับที่คาดการณ์ โดยออกมาที่ 49.7 จุด เทียบกับที่ตลาดเคยคาดไว้ที่ 54.6 จุด

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/6) ที่ระดับ 1.0689/93 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (31/5) ที่ระดับ 1.0673/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐในช่วงเช้า โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0660-1.0697 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0691/95 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/6) ที่ระดับ 139.31/35 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (31/5) ที่ 139.88/92 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนได้รับแรงหนุนการเปิดเผยผลสำรวจภาคเอกชนระบุในวันนี้ (1/6) ว่า กิจการภาคการผลิตของญี่ปุ่นขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนในเดือน พ.ค. โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตและยอดคำสั่งซื้อใหม่ รวมถึงการคาดการณ์เชิงบวกในช่วงหนึ่งปีข้างหน้า

ทั้งนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของ Jibun Bank อยู่ที่ 50.6 ในเดือน พ.ค. ซึ่งอยู่เหนือระดับ 50 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ต.ค.ปีที่แล้ว และถือเป็นอัตราการขยายตัวเร็วที่สุดในรอบหนึ่งปี โดยระดับ 50 ขึ้นไปบ่งชี้ว่า กิจกรรมธุรกิจอยู่ในภาวะขยายตัวผลผลิตและยอดคำสั่งซื้อใหม่แตะระดับสูงสุดในรอบ 12 และ 13 เดือนตามลำดับ เนื่องจากความเชื่อมั่นธุรกิจและผู้บริโภคช่วยหนุนอุปสงค์

อย่างไรก็ดี นายกูรินชาส์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่า BOJ ควรเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงหากอัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นสูงเหนือระดับคาดการณ์ และควรเตรียมความพร้อมที่จะใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินหากอัตราเงินเฟ้ออยู่เหนือระดับเป้าหมายของ BOJ เป็นเวลานานเกินไป โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 138.95-139.97 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 139.82/86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ รายงานตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ ทั้งดัชนีภาคการผลิตเดือน พ.ค. (1/3), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน พ.ค. จาก ADP (1/6), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (1/6), และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน พ.ค. (2/6)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.5/-10.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -9.5/-7.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ