กรมการค้าภายใน เตรียมมาตรการรับมือผลไม้ภาคใต้ ประสานผู้ส่งออก ผู้ผลิต ผู้รวบรวม ล้ง ห้างสรรพสินค้า เข้าไปรับซื้อ เผยมังคุดเริ่มออก ราคาดี 79-97 บาท เพิ่ม 135% ทุเรียนและเงาะ กำลังออกสู่ตลาด มั่นใจราคาดี ปีนี้เป็นปีทอง
วันที่ 12 มิถุนายน 2566 นายกรนิจ โนนจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเข้าสู่ต้นฤดกาลผลไม้ภาคใต้ กำลังจะออกสู่ตลาดโดยเฉพาะทุเรียน มังคุด เงาะ ซึ่งกรมได้เตรียมมาตรการรับมือ ได้ประสานผู้ประกอบการ ทั้งผู้ส่งออก ผู้ผลิต ผู้รวบรวม โรงคัดบรรจุ ผลไม้ (ล้ง) ที่จบภารกิจในภาคตะวันออก เพราะสิ้นฤดูผลผลิตภาคตะวันออกแล้ว รวมถึงประสานผู้ส่งออก ผู้ซื้อ ห้างค้าส่งค้าปลีก ห้างท้องถิ่นทั่วประเทศ ที่ต้องการผลไม้ไปจำหน่าย เปิดจุดรับซื้อผลไม้ กรมเองเตรียมกลไกรถโมบายผลไม้ เขารับซื้อผลไม้ในพื้นที่ภาคใต้ออกสู่ตลาด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

ปัจจุบันเป็นช่วงที่ผลผลิตมังคุดกำลังออกสู่ตลาด โดยออกแล้วประมาณ 10-20% ของผลผลิตทั้งหมด ขณะที่สถานการณ์ด้านราคายังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง เกรดมันรวม ราคากิโลกรัม (กก.) ละ 79-97 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่ราคา 37 บาท/กก. หรือเพิ่มขึ้น 135% เกรดกากลาย กก.ละ 55-67 บาท เพิ่มจาก 20-35 บาท/กก. หรือเพิ่มขึ้น 122% เกรดคละ กก.ละ 35-52 บาท เพิ่มจาก 27 บาท หรือเพิ่ม 61% และเกรดดำ กก.ละ 20-28 บาท เพิ่มจาก 15-18 บาท/กก. หรือเพิ่มขึ้น 45%
สำหรับผลผลิตทุเรียน เพิ่งเริ่มออกสู่ตลาด ส่วนเงาะยังไม่ออกสู่ตลาด แต่กรมได้เตรียมมาตรการรับมือไว้แล้ว ทั้งการประสานผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้อ การเร่งระบายผลผลิตจากแหล่งผลิตออกสู่ตลาด การจัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคผลไม้ Fruit Festival 2023 การสนับสนุนกล่องให้กับเกษตรกร เพื่อใช้ใส่ผลไม้ และส่งผ่านไปรษณีย์ การขอความร่วมมือสายการบินให้โหลดผลไม้ขึ้นเครื่องฟรี 20 กก. เป็นต้น
“คาดว่าปีนี้จะเป็นปีทองของผลไม้ในภาคใต้ เช่นเดียวกับผลไม้ภาคตะวันออก เพราะราคาผลไม้สูงขึ้นทำสถิติทุกตัว โดยทุเรียนเกรด AB เฉลี่ย กก.ละ 172 บาท เพิ่ม 20% เกรด C กก.ละ 131 บาท เพิ่ม 41% และเกรด D กก.ละ 111 บาท เพิ่ม 42% มังคุด เกรดมัน กก.ละ 123 บาท เพิ่ม 102% เกรดกากลาย กก.ละ 91 บาท เพิ่ม 82% เกรดคละ กก.ละ 88 บาท เพิ่ม 132% และเงาะ กก.ละ 36 บาท เพิ่ม 100%”
นายกรนิจกล่าวอีกว่า กรมมั่นใจว่าผลไม้ภาคใต้ที่กำลังจะออกสู่ตลาด น่าจะราคาดีไม่แพ้กัน เพราะมีมาตรการดูแลไว้หมดแล้ว และผู้ซื้อ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็เตรียมที่จะเข้าไปซื้อเพื่อกระจายออกสู่ผู้บริโภค
อย่างไรก็ดี สถานการณ์ผลผลิตผลไม้ภาคใต้ มีปริมาณรวม 895,118 ตัน เพิ่มขึ้น 77% แยกเป็นมังคุด ปริมาณ 142,077 ตัน เพิ่ม 409% ทุเรียน ปริมาณ 667,338 ตัน เพิ่ม 49% เงาะ ปริมาณ 52,804 ตัน เพิ่ม 96% ลองกอง ปริมาณ 32,899 ตัน เพิ่ม 1,497%
กรมมองว่า ปี 2565 ผลผลิตผลไม้ภาคใต้ลดลงเป็นอย่างมากจากภัยธรรมชาติ พี่น้องชาวสวนภาคใต้ขาดรายได้ แต่ปริมาณผลผลิตผลไม้ที่เพิ่มขึ้นในปี 2566 ถึงแม้เป็นความท้าทาย แต่ถือเป็นโอกาสที่พี่น้องชาวสวนจะสามารถขายผลผลิตที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น ในราคาที่สูงขึ้น ส่งผลให้รายได้พี่น้องชาวใต้เพิ่มขึ้นด้วย