เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อมรเทพ’ อ่านสัญญาณ กนง.อั้นดอกเบี้ยถึงกลางปีหน้า
Finance ‘อมรเทพ’ อ่านสัญญาณ กนง.อั้นดอกเบี้ยถึงกลางปีหน้า
‘ยิบอินซอย’ เดินหน้าปั้นดีลิเวอรี่หนุนธุรกิจเกษตรครบลูป
Business ‘ยิบอินซอย’ เดินหน้าปั้นดีลิเวอรี่หนุนธุรกิจเกษตรครบลูป
เปิดสถิติลงทุน 9 เดือน EEC ญี่ปุ่น-จีน ชิงปักฐานยานยนต์
Economic เปิดสถิติลงทุน 9 เดือน EEC ญี่ปุ่น-จีน ชิงปักฐานยานยนต์
เจ้าพระยาพ้นช่วงวิกฤต เร่งระบายน้ำออกทุ่ง จับตาฝนใหม่ 2-6 พ.ย. น้ำทะเลหนุนซ้ำ
Economic เจ้าพระยาพ้นช่วงวิกฤต เร่งระบายน้ำออกทุ่ง จับตาฝนใหม่ 2-6 พ.ย. น้ำทะเลหนุนซ้ำ
เกษตรฯ ปัดฝุ่น “Mr./Mrs. รายสินค้า” คุมข้อมูล-บริหารตลอดห่วงโซ่ เชื่อม Big Data
Economic เกษตรฯ ปัดฝุ่น “Mr./Mrs. รายสินค้า” คุมข้อมูล-บริหารตลอดห่วงโซ่ เชื่อม Big Data
ปศุสัตว์ตั้ง 6 ชุดเฉพาะกิจ ลุยตาก-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน สกัดโค กระบือ เถื่อน
Economic ปศุสัตว์ตั้ง 6 ชุดเฉพาะกิจ ลุยตาก-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน สกัดโค กระบือ เถื่อน
“วัชระพล” ลงเลย หนุนอ้อยสดลดเผา เร่งแก้ที่ดิน ส.ป.ก.-แหล่งน้ำ
Economic “วัชระพล” ลงเลย หนุนอ้อยสดลดเผา เร่งแก้ที่ดิน ส.ป.ก.-แหล่งน้ำ
ความคุ้มค่า ‘โซลาร์ภาคประชาชน’
Columns ความคุ้มค่า ‘โซลาร์ภาคประชาชน’
ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
กรรมของผี
คุยกับเอกราช กรรมของผี
ดูทั้งหมด

พิพากษา “สมชาย” นายกฯ 75 วัน ไปหรืออยู่ สู้หรือหนี คดี 7 ตุลา

30 ก.ค. 2560 | 23:30น.

วันพิพากษา-ชี้ชะตา “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” อดีตนายกรัฐมนตรี กำลังเข้าเขตแดนอันตราย

จากคดี อม.2/2558 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 295 และ 302 จากกรณีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อ 7 ต.ค. 2551 หน้าอาคารรัฐสภา มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และผู้บาดเจ็บ 471 ราย

เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงที่ “สมชาย” เป็นนายกฯ 75 วัน ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2551 หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เขาเป็นนายกฯคนที่ 26 ต่อจาก “สมัคร สุนทรเวช”

เป็นนายกฯที่อยู่ในตำแหน่งสั้นที่สุดรองจากทวี บุญยเกตุ 17 วัน และ พล.อ.สุจินดา คราประยูร 47 วัน

ที่มานายกฯนอกทำเนียบ 

เป็นนายกฯคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยเข้าบัญชาการประเทศที่ทำเนียบรัฐบาล เหตุผลเพราะกลุ่มพันธมิตรฯ ยึดทำเนียบเอาไว้

สถานที่บัญชาการประเทศของ “สมชาย” ช่วงแรกคือสนามบินดอนเมือง เหตุผลเพราะขณะนั้นสนามบินดอนเมืองถูกทิ้งร้าง และอยู่ใกล้บ้าน

“การทำงานในทำเนียบชั่วคราวที่สนามบินดอนเมืองไม่ได้เป็นอุปสรรคใด ๆ ต่อการทำงาน เพียงแต่ช่วงนั้นผมรู้สึกอึดอัดและขมขื่นที่สุดโดยเฉพาะเวลาไปประชุมที่ต่างประเทศ เพราะบ่อยครั้งที่ผู้นำต่างชาติถามผมว่าปล่อยให้คนไม่กี่คนเข้ามายึดทำเนียบได้อย่างไร ในเมื่อไม่มีคำตอบที่มีเหตุผลไปบอกเขาได้”

“ผมอาจเป็นนายกฯที่ไม่ได้เข้าทำงานที่ทำเนียบเลย พรรคพวกผมบางคนบอกว่า ผมเป็นนายกฯที่มีทำเนียบรัฐบาลใหญ่ที่สุดในโลก แถมนำเครื่องบินลงจอดได้จำนวนมากอีกด้วย”

เรียกถก ครม.กลางดึก

แต่เหตุที่ทำให้ “สมชาย” ต้องกลายเป็น “จำเลย” คือวัน 7 ตุลาเลือด

วันนั้น “สมชาย” และ ครม.ต้องแถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎรที่อาคารรัฐสภา กลุ่มพันธมิตรฯเคลื่อนทัพจากทำเนียบมาปิดทางเข้ารัฐสภาตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 6 ตุลา

“สมชาย” จึงสั่งเรียกประชุม ครม. 5 ทุ่มของวันที่ 6 ตุลา เพื่อให้รัฐมนตรีมารวมตัวกันประชุมหาทางออกว่าจะเข้าไปแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันรุ่งขึ้นได้อย่างไร ส่วน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ขณะนั้นมารายงานสถานการณ์และขอตัวกลับไปดูความเรียบร้อยก่อนการประชุม ครม.จะเริ่มขึ้น

วง ครม.จึงได้ข้อสรุปสองทาง

1.ย้ายไปแถลงที่อื่น 2.เลื่อนแถลงนโยบายออกไปก่อน โดย “ชูศักดิ์ ศิรินิล” ขณะนั้นเป็นเลขาธิการนายกฯ ได้ต่อสายตรงถึง “ชัย ชิดชอบ” ประธานสภา ซึ่งทั้งสองทางถูกปฏิเสธเนื่องจากการเปลี่ยนสถานที่แถลงนโยบาย ต้องขอมติจากที่ประชุมสภา แต่ขณะนั้นเรียกประชุมไม่ได้ และหากจะเลื่อนแถลงนโยบาย ก็ขัดระเบียบข้อบังคับที่จะต้องแจ้งสมาชิกสภาให้ทราบล่วงหน้า

หลังการประชุม “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” เสนอว่า ควรมอบ “พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ” รองนายกฯดูแลเรื่องการชุมนุม เพราะเป็นผู้ใหญ่ซึ่งสามารถดูแลการชุมนุมได้

“มติ ครม.คืนนั้นมีแค่นี้ ไม่ได้มีมติให้สลายการชุมนุม” สมชายระบุ

ไม่ใช้ พ.ร.บ.ฉุกเฉิน 

“มีข้อเสนอให้ผมประกาศภาวะฉุกเฉิน ใช้ พ.ร.บ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ผมไม่เห็นด้วย เพราะหากรัฐบาลกระทำการรุนแรงจนพวกเขาเลือดตกยางออก ก็ย่อมเป็นเงื่อนไขที่จะพูดว่าผมเป็นรัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรมและคงเอาเรื่องจนถึงที่สุด”

“ถ้าประกาศภาวะฉุกเฉินก็ต้องนำกำลังทหารเข้ามาควบคุมสถานการณ์ ต้องมีอาวุธเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งอาจเกิดการบาดเจ็บล้มตายกันได้ ทั้งที่เห็นว่าเราเป็นคนไทยด้วยกันไม่ควรห้ำหั่นกันเอง พยายามอย่างที่สุดไม่ให้เกิดความรุนแรง” 

หลังจาก “สมชาย” และคณะแถลงนโยบายสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ เพียง 3 ชั่วโมงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภามาแจ้งว่า ไม่สามารถออกทางอื่นได้เลย มีเพียงวิธีเดียวคือปีนกำแพงด้านหลังออกไปยังพระที่นั่งวิมานเมฆ เจ้าหน้าที่หาบันไดมาพาด “สมชาย” และ “ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์” ลูกสาว ซึ่งเป็น ส.ส.เชียงใหม่ ได้ปีนออกไปด้วยกัน ก่อนจะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปส่งที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถ.แจ้งวัฒนะ

แม้ “สมชาย” ไม่อยู่ในตัวอาคารรัฐสภา แต่การสลายการชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภาก็ยังมีต่อเนื่องสลับกับหยุดเป็นบางช่วง ตั้งแต่ช่วงเช้าจดเย็น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาเป็นเครื่องมือให้ม็อบพันธมิตรฯสลายตัว แต่การปฏิบัติการของตำรวจส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากและเสียชีวิต 2 ราย คือ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี และ น.ส.องคณา ระดับปัญญาวุฒิ

ทว่า “สมชาย” ยืนยันแก๊สน้ำตาไม่ได้ทำให้ใครเสียชีวิต “แพทย์พิสูจน์บาดแผลและรายงานว่าได้รับบาดเจ็บบริเวณชายโครงจากวัตถุระเบิดซีโฟร์ ซึ่งไม่มีอยู่ในแก๊สน้ำตา ผมทราบเรื่องนี้มาเป็นอย่างนี้ แน่นอนย่อมมีการโต้เถียงและวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานา ผมก็รับฟังทุกฝ่าย”

แต่เมื่อเขามาหาเรื่องก็เลยเกิดปัญหาขึ้นจนได้ หลังเหตุการณ์สงบมีผู้ไปร้องเรียนเอาผิดผมต่อคณะป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่ง ป.ป.ช.ไต่สวนแล้วลงมติชี้มูลว่าผมกับพวกรวม 4 คน มีความผิด ฟ้องว่าคณะรัฐมนตรีมีมติให้สลายการชุมนุม ทั้งที่ไม่มีการพูดถึงการสลายการชุมนุมเลย “ผมเคยเป็นผู้พิพากษามาก่อน ไม่ใช่จะไม่รู้เรื่องของกระบวนการยุติธรรม”

อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.ส่งเรื่องไปยังวุฒิสภาถอดถอน “สมชาย” ออกจากตำแหน่งนายกฯในเวลาต่อมา

ป.ป.ช.งัดอัยการ – ฟ้องศาลเอง

กระนั้น 9 มี.ค. 2553 วุฒิสภาไม่ถอดถอน ด้วย 76 ต่อ 49 เสียง งดออกเสียง 9 บัตรเสีย 3 ไม่ถอดถอนนายสมชายออกจากตำแหน่งแต่ ป.ป.ช.ส่งเรื่องไปให้อัยการสูงสุดฟ้องเอาผิดต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แม้อัยการตีสำนวนกลับ เพราะสำนวนยังไม่สมบูรณ์ แต่ ป.ป.ช.ไม่ยอม จึงตั้งคณะกรรมการร่วม แต่หาข้อยุติกันไม่ได้ ป.ป.ช.จึงยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาเอง

สมชายบอกว่า “ผมอดทนอดกลั้นและหลีกเลี่ยงปัญหาถึงขนาดนี้ แต่ ป.ป.ช.ก็ยังมาดำเนินคดีกับผมในข้อหาสั่งสลายการชุมนุม ทำให้มีคนบาดเจ็บล้มตาย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ การที่ผมต้องถูกดำเนินคดีจากเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งที่หลีกเลี่ยงอย่างเต็มที่แล้ววันนั้น ไม่มีความเป็นธรรมกับผมเลย”

จาก 7 ตุลา 2551 ป.ป.ช.ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา ซึ่งศาลประทับรับฟ้องเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2558 ผ่านมา 2 ปี 6 เดือน

2 ส.ค.นี้ ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา ท่ามกลางข่าวลือว่า “สมชาย” อาจเดินทางออกนอกประเทศ และยังไม่มีการยืนยันว่ากลับสู่มาตุภูมิแล้วหรือไม่ ?