บาทแข็งทุบมูลค่าส่งออก 2 เดือนแรกปี’61 รูปเงินบาท หดตัว 0.6% ครั้งแรก ‘พาณิชย์’ ยังมั่นใจเป้าส่งออกทั้งปี โต 8%
บาทแข็งทุบมูลค่าส่งออก 2 เดือนแรกปี’61 รูปเงินบาท หดตัว 0.6% เป็นครั้งแรก ‘พาณิชย์’ ยังมั่นใจเป้าส่งออกทั้งปี โต 8% มูลค่า 255,630 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังยอดส่งออกส่งออกสะสม 2 เดือนแรกรูปเงินเหรียญสหรัฐฯ ยังโต 13.8%
นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยตัวเลขส่งออกของไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ว่า ขยายตัวต่อเนื่อง 10.3% เป็นเดือนที่ 2 คิดเป็นมูลค่า 20,365ล้านเหรียญสหรัฐ โดยการส่งออกโดยรวม 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) ขยายตัว 13.8% สูงสุดในรอบ 7 ปีนับตั้งแต่ปี 2555 แต่หากดูภาพการส่งออกในรูปเงินบาทลดลงเป็นครั้งแรก 0.6% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มีมูลค่า 643,706 ล้านบาท ผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า

ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 19,557 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 16.0% ส่งผลให้การค้าไทยเกินดุล 808 ล้านเหรียญสหรัฐ รวม 2 เดือนแรกของปี 2561 การส่งออกไทยมีมูลค่า 40,467 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.8% การนำเข้า มีมูลค่า 39,778 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.1% และการค้าเกินดุล 689 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ การส่งออกที่โตเป็นผลมาจากการส่งออกขยายตัวได้ดีในทุกตลาดและสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนด โดยเฉพาะสหรัฐ เอเชียใต้ อาเซียน(5) และตลาด CLMV
นอกจากนี้ ยังกระจายการเติบโตไปสู่ตลาดศักยภาพ และตลาดใหม่อื่นๆ ด้วย เช่น ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง รวมไปถึงการส่งออกในกลุ่มสินค้าก็มีการเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัวเป็นเดือนที่ 16 ขยายตัว 0.3% โดยสินค้าที่ขายตัวได้แก่ ข้าว น้ำมันปาล์ม ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และไก่สดแช่แข็งและแปรรูป ส่วนสินค้าที่หดตัว ได้แก่ ยางพาราคา ผลมาจากราคาเป็นหลักและการส่งออกหดตัวในทุกตลาด น้ำตาลทราย และอาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป
ส่วนสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมขยายตัวเป็นเดือนที่ 12 ขยายตัว 11.5% สินค้าที่ขายตัว ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขณะที่สินค้าที่ส่งออกลดลง ได้แก่ ทองคำ โดยเฉพาะส่งออกไปตลาดสวิตเซอร์แลนด์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ แผงวงจรไฟฟ้า ส่งออกหดตัวในตลาด ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ เป็นต้น
ตลาดส่งออกสำคัญขยายตัวดีทุกตลาด โดยตลาดหลักขยายตัว 18.8% อาทิ ตลาด ญี่ปุ่น ขยายตัว 41.1% ซึ่งการส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนการส่งออกไปสหรัฐ ยุโรป ก็ยังคงขยายตัว ขณะที่การส่งออกไปตลาดศักยภาพ ยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง 7.8% โดยมีสาเหตุสำคัญจากการขยายตัวสูงจากการส่งออกไปตลาดอินเดีย และการส่งออกไป จีน CLMV ด้านตลาดศักยภาพระดับรอง ฟื้นตัวในเกณฑ์สูง 15.1 % โดยการส่งออกไปรัสเซีย และ CIS
อย่างไรก็ดี เป้าหมายการส่งออกทั้งปียังคงเป้า 8% มูลค่าอยู่ที่ 255,630 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยยังเชื่อว่ายังทำได้ แม้ขณะนี้ ค่าเงินบาทจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ส่งออกอยู่บ้างในรูปของค่าเงินบาท แต่ในรูปเงินเหรียญสหรัฐนั้นยังคงเติบโตอยู่ หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมหามาตรการเข้าดูแล
ทั้งนี้ เป้าหมายการส่งออกอยู่ภายใต้สมมติฐานค่าเงินบาทเฉลี่ย 32-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ 55-65 เหรียญสหรัฐต่อบาเรลล์ โดยการส่งออกได้ตามเป้าหมาย มูลค่าการส่งออกต่อเดือนทั้งปีเฉลี่ยอยู่ที่ 21,412 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่หลังจากนี้หากการส่งออกต่อเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 21,516 ล้านเหรียญสหรัฐ การส่งออกก็ยังโตได้ตามเป้าที่ตั้งไว้