ผู้เสียหายรายย่อยที่ลงทุนหุ้น STARK รวมตัวลงชื่อกับสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย เพื่อต่อสู้เรียกร้องดำเนินคดีแบบกลุ่มแล้ว 1,112 คน วงเงินความเสียหายกว่า 2,200 ล้านบาท หลังจากที่มูลค่าหุ้นจาก 7 หมื่นล้านบาท ละลายแทบเป็นศูนย์ ขีดเส้นลงชื่อวันสุดท้าย 25 มิ.ย.นี้
วันที่ 23 มิถุนายน 2566 ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด แถลงความคืบหน้าในการรวมตัวของผู้ลงทุนรายย่อยจากการลงทุนในหุ้น บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ว่า จนถึงวันที่ 22 มิ.ย. 2566 สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยแจ้งว่า ถึงเวลา 11.00 น. มีผู้เสียหายเข้ามากรอกข้อมูลชื่อว่าเป็นเหยื่อ เพื่อให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มรวม 1,112 คน วงเงินความเสียหายกว่า 2,200 ล้านบาท จากผู้ถือหุ้นทั้งหมดมากกว่า 10,000 ราย โดยจะรวบรวมผู้เสียหายไปจนถึงวันที่ 25 มิ.ย. 2566 ที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ หุ้น STARK เคยมีมูลค่าสูงสุดตามราคาตลาด ตอนราคา 5.50 บาท อยู่ที่ 73,733 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ราคาหุ้นลงมาต่ำสุดที่ 0.01 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดที่ตลาดหลักทรัพย์ฯกำหนด หรือเหลือเพียง 135 ล้านบาท เท่ากับเงินละลายไปกับหุ้นตัวนี้มากถึง 73,598 ล้านบาท โดยผู้ลงทุนหุ้นสามัญกับหุ้นตัวนี้เป็นผู้แบกรับความเสียหาย แทบจะกลายเป็นศูนย์ เมื่อเทียบกับเจ้าหนี้มีหลักประกัน เจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้หุ้นกู้ ที่ยังอาจพอมีหวังได้รับเฉลี่ยหนี้คืนบ้าง
แต่กับนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯก็มีคำเตือนกันไว้แล้วว่า “การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง” แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องเป็นความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการลงทุนตามปกติของธุรกิจ แต่กรณี STARK เกิดจากการกระทำอันไม่สุจริตของผู้เกี่ยวข้อง ทางผู้ถือหุ้นรายย่อยจึงได้รวมตัวกันขึ้นเพื่อรวบรวมหลักฐานในการดำเนินคดีแบบกลุ่ม เพื่อดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีแบบฟ้องหมู่ หรือ Class Action
โดยนักลงทุนรายย่อยที่ตกเป็นเหยื่อได้รับความเสียหายจากมูลค่าหุ้น 73,733 ล้านบาท จนแทบจะกลายเป็นศูนย์ในตอนนี้ ได้รับการประสานงานจากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ให้กรอกแบบฟอร์มข้อมูลหลักฐานเพื่อดำเนินคดีแบบกลุ่ม โดยขอให้กรอกตามลิงก์ HYPERLINK “https://forms.office.com/pages/responsepage.aspx?id=aJ9E3Ee9S0OiOxK7CpqamjI1gLgEUbBAlZJsmC7nqsNUQlFYMThKMDMwQUJQT1pIOFNBSFlLT1c2UyQlQCNjPTEu&origin=QRCode&fbclid=IwAR2-kRRV-FEuNOO70RuihGlbVZz_5w0RVZgDbSjMuqT8lHaQH9GA_nzfLWU ภายใน” https://forms.office.com/page/responsepage.aspx?id=aJ9E3Ee9S0OiOxK7CpqamjI1gLgEUbBAlZJsmC7nqsNUQlFYMThKMDMwQUJQT1pIOFNBSFlLT1c2UyQlQCNjPTEu&origin=QRCode&fbclid=IwAR2-kRRV-FEuNOO70RuihGlbVZz_5w0RVZgDbSjMuqT8lHaQH9GA_nzfLWU ภายในวันที่ 25 มิถุนายนนี้
เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์ฯได้กำหนดให้หุ้น STARK ซื้อขายถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ เป็นวันสุดท้าย และอาจจะห้ามการซื้อขายยาวระหว่างการฟื้นฟูกิจการ และตอนนี้ราคาก็ลงมาต่ำสุดที่ตลาดกำหนดแล้ว หากเหยื่อผู้เสียหายจะเข้าชื่อกันก็เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
ทั้งนี้ ในจำนวนที่ลงชื่อกันมามีผู้เสียหายตั้งแต่ระดับหลักหมื่นบาท ไปสูงสุดถึงหลักร้อยล้านบาท การดำเนินคดีแบบกลุ่มดังกล่าว ในกรณีทำนองเดียวกันนี้มีบทเรียนว่าผู้เสียหายชนะคดีมาแล้ว และได้รับเฉลี่ยเงินคืน ส่วนคนที่ไม่ลงชื่อขอเรียกร้องสิทธิก็ย่อมไม่ได้รับประโยชน์ หรือความเป็นธรรมใด ๆ จึงขอเชิญชวนให้ลงชื่อตามกำหนด
การฟ้องร้องดำเนินคดีแบบกลุ่มดังกล่าว จะมีการแต่งตั้งผู้แทนของเหยื่อผู้เสียหายเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่เหลือทั้งหมดเพียงแต่รวบรวมหลักฐานความเสียหายร่วมยื่นฟ้องเท่านั้น ทั้งนี้ ได้มีนักกฎหมาย ทนายความผู้รักความเป็นธรรม เชี่ยวชาญทั้งคดีกลุ่ม คดีธุรกิจ ร่วมกันเข้ามาเป็นผู้ดำเนินการตามกฏหมาย เพื่อหวังจะให้เกิดความยุติธรรม เกิดบทเรียน และป้องปรามพฤติการณ์ฉ้อฉลในตลาดหุ้นในอนาคตต่อไป