4 ชนวนอุบัติเหตุ กม.เลือกตั้ง เกมเสี่ยงร่างทรง คสช. ขยับโรดแมปครั้งที่ 5
รายงานพิเศษ
เป็นมหากาพย์ยิ่งกว่าไตรภาค เมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) 2 ฉบับสำคัญต่อโรดแมปเลือกตั้งกุมภาพันธ์ 2562
คือ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เกิดข้อขัดข้องทางเทคนิคทางกฎหมาย จนต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ
เมื่อ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยื่น “จดหมายน้อย” มาถึง “พรเพชร วิชิตชลชัย” ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทักท้วงว่า ทั้ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. มีปัญหาเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
เปิดจดหมายน้อย “มีชัย” “จดหมายน้อย” ที่ “มีชัย” ส่งให้ “พรเพชร” มีใจความว่า ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. กรธ.ปรึกษาหารือกันแล้วมีความห่วงกังวลอย่างมากในส่วนของ “บทเฉพาะกาล”
1.วิธีการสมัครที่แบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ การสมัครด้วยตนเองกับการสมัครด้วยการแนะนำจากองค์กร
2.การเลือกในระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ โดยให้ผู้สมัครแต่ละวิธีแยกกันเลือกเป็นบัญชี 2 ประเภท
เพราะไม่ใช่การเลือกกันเองระหว่างผู้สมัครทั้งหมด การให้องค์กรเป็นผู้กลั่นกรองก่อนนั้น ทำให้ประชาชนไม่สามารถเลือกสมัครได้อย่างเสรีทุกกลุ่ม จึงไม่ตรงตามเจตนารมณ์ มาตรา 107 ของรัฐธรรมนูญ
“ปัญหาไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มีความสำคัญหากมีผู้ร้องเรียนภายหลังจะทำให้การเลือกวุฒิสภาต้องเสียไปทั้งหมด และจะกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ไม่อาจดำเนินการต่อไปได้”
ส่วน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2 ประเด็นที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ คือ 1.มาตรา 35 การตัดสิทธิเป็นข้าราชการการเมือง หากไม่ไปเลือกตั้ง เป็นการเขียนเกินขอบเขตการจำกัดสิทธิ
และ 2 ตามมาตรา 95 วรรคสามของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ ส.ส.มาจากการลงคะแนนโดยตรงและลับ แต่ให้มีคนช่วยกาบัตรแทนผู้พิการได้ในบัดดล สนช.จึงส่งศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ว. ตามที่ “มีชัย” ต้องการ ส่วน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.นั้น สนช.ไม่ได้ยื่น เพราะ สนช.ส่วนใหญ่เห็นว่า “ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ”
แผนสมคบคิดถูกถล่ม ทว่าแม้ สนช.จะยื่นร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.เพียงฉบับเดียว แต่ก็กลายเป็นปมร้อนยิ่งกว่าร้อน เมื่อถูกฝ่ายการเมืองถล่มว่าเป็น “แผนสมคบคิด” เพื่อให้ยืดออกไปเกินกุมภาพันธ์ 2562 หรือไม่
และยิ่งกว่านั้นปมร้อนก็ไฟไหม้ฟางไปถึงความขัดแย้งที่ปะทะกันในแม่น้ำ 5 สายด้วยกันเอง ระหว่าง สนช.และ กรธ.
แม้ “พรเพชร” จะออกมาการันตีว่า การส่งกฎหมาย พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ว.ให้ศาลตีความนั้นไม่กระทบโรดแมปเลือกตั้งกุมภาพันธ์ ปี 2562 เพราะมีกรอบเวลา 90 วัน ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ขยายเวลาบังคับใช้เอาไว้ให้ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยภายในกรอบ 90 วันก็ไม่มีปัญหา
ผิดจากร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. หากส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ แน่นอนว่าจะกระทบโรดแมป
“ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่มีตัวช่วย 90 เหมือนร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. หากยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็จะกระทบโรดแมป เพราะจะต้องชะลอกฎหมายเอาไว้จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย ไม่สามารถส่งให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อยังส่งไม่ได้ก็ต้องล่าช้าไปตามจำนวนวันที่ดีเลย์” พรเพชรกล่าว
พร้อมกับแนะนำว่า หากใคร “คาใจ” ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ก็สามารถยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ ตอนที่กฎหมายประกาศใช้ ซึ่งจะไม่กระทบโรดแมป แต่มีเงื่อนไข 1 ข้อ คือ จะต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความก่อนถึงวันเลือกตั้ง !
อย่างไรก็ตาม แม้มีคำยืนยันจากระดับประมุขของ สนช.การันตีเรื่อง “ล็อกวันเลือกตั้ง” แต่ในสถานการณ์จริง สมาชิก สนช.ก็ยังไม่กล้ารับปาก–กรธ.ก็ยังไม่กล้า
ยืนยันว่า วันเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ตามที่ “พล.อ.ประยุทธ์” ประกาศไว้หรือไม่ แหล่งข่าวจาก กรธ.ประเมินว่า 4 ช่องทางขยับโรดแมป
1.เพราะตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ว่าอย่างไร ศาลอาจเห็นว่า บทเฉพาะกาลของกฎหมาย ส.ว.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ หรือข้อความในบทเฉพาะกาลขัดกับรัฐธรรมนูญซึ่งทำให้ตกไปเฉพาะข้อความที่ขัด หรือข้อความในบทเฉพาะกาลขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
“หากขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทั้งฉบับก็จะทำให้กฎหมายตกไป และทำให้โรดแมปเลือกตั้งขยับออกไปแน่นอน เพราะต้องมีการร่างใหม่“
“เท่ากับว่าถ้าไม่มีกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ก็จะไม่มี ส.ส. และไม่มีการเลือกนายกฯ เพราะรัฐธรรมนูญระบุให้เลือก ส.ว.ให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง ส.ส. 15 วัน“
2.ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาพิจารณานานกว่ากรอบ 90 วัน ที่ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ขยายเวลาเอาไว้ แต่เป็นไปได้น้อย
3.การไม่ยื่นร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้ศาลตีความก็มีความเสี่ยงไม่ต่างกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. เพราะ กรธ.ทักท้วงว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีส่วนที่อาจขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ
ดังนั้น หากนำกฎหมายที่ไม่สมบูรณ์เข้าสู่กระบวนการทูลเกล้าฯ ก็จะมีปัญหาเรื่องความเหมาะสมขึ้นมาหรือไม่ และอาจกระทบโรดแมป คสช.
4.หากสุดท้าย ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. รวมถึงร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ผ่านไปได้ และมีการประกาศใช้เป็นกฎหมาย พร้อมกับมีการเลือกตั้ง แต่ภายหลังการเลือกตั้งมีผู้ร้องศาลรัฐธรรมนูญว่า การเลือกตั้งไม่เป็น “ความลับ” ขึ้นมา โดยมีคนล่วงรู้มากกว่า 2 คน จากเหตุให้มีคนช่วยคนพิการกาบัตรได้
“จะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับและเป็นโมฆะ เสียทั้งเงินและงบประมาณอีก” แหล่งข่าวจาก กรธ.กล่าว
ลงเอยที่ศาลรัฐธรรมนูญที่สุดแล้ว โรดแมปเลือกตั้งกุมภาพันธ์ 2562 ต้องไปลุ้นกันที่ศาลรัฐธรรมนูญ
แม้ว่าจุดเริ่มต้นของเรื่องของกฎหมายลูก ตั้งไข่มาจาก กรธ.โดยมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.กุมบังเหียนอยู่ก่อนจะส่งให้ สนช.พิจารณาโดยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากฎหมาย ส.ส. และ ส.ว. “แปรญัตติ–ยำใหญ่” อีกครั้ง ก่อนโหวตให้ความเห็นชอบแบบท่วมท้น
แม้ภายหลังจะมี “ข้อพิพาท” เรื่องตัวบทกฎหมายทั้งกฎหมาย ส.ส.-ส.ว. แต่ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วม 3 ฝ่าย โดยมี ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพิ่มเข้ามาเป็นฝ่ายที่ 3
กฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ได้ผ่านการกลั่นกรองโดย กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายอีกรอบ เพื่อเคลียร์ข้อพิพาท และลดความเห็นต่าง ผลปรากฏว่ากฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ผ่านความเห็นชอบของ สนช.เป็นรอบที่ 2
แต่ด้วยอิทธิฤทธิ์ “จดหมายน้อย” ของมีชัย และการ “รับลูก” ของ “พรเพชร” และพรรคพวก สนช. ที่ทำให้ปัญหาข้อกฎหมายยังไม่จบ ทั้งที่อยู่ในเรือแป๊ะลำเดียวกัน อยู่ในอาคารรัฐสภาแห่งเดียวกัน แต่กฎหมายที่ถืออยู่ในมือกลับเห็นไปคนละทาง
ปัญหาทางเทคนิคของร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับ จึงยังเป็นมหากาพย์ไตรภาค
เลี่ยงที่จะคิดไม่ได้ว่าเป็นเกมเลื่อนโรดแมปเลือกตั้งกุมภาพันธ์เป็นครั้งที่ 5