“วัฒนาอุดร” ปรับใหญ่รับรพ.เอกชนแข่งเดือด
ธุรกิจโรงพยาบาลกลุ่มอีสานแข่งเดือด รายใหญ่งัดโปรโมชั่นราคาตีตลาด ถึงเวลา “วัฒนา อุดรธานี” ปรับใหญ่ เพิ่มบริการใหม่เพียบ ทั้งศูนย์ฉุกเฉิน 24 ชม. คลินิกพิเศษ ต่อมไร้ท่อเด็ก เนิร์สซิ่งโฮมดูแลผู้สูงอายุ ขึ้นหอผู้ป่วยใหม่รับดีมานด์ตลาดคนไทย-ลาว หวังเพิ่มส่วนแบ่งตลาด สร้างรายได้โต
นางสาวณัฐธิรา ตั้งสืบสกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการบริหาร บริษัท วัฒนาการแพทย์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารโรงพยาบาลวัฒนา อุดรธานี กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจโรงพยาบาลในกลุ่มอีสานเหนือที่ประกอบด้วย 7 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย สกลนคร นครพนม หนองบัวลำภู บึงกาฬ มีการแข่งขันค่อนข้างสูง ซึ่งหลัก ๆ สู้กันที่ความครบทางด้านการแพทย์และการบริการอย่างไรก็ตาม ก็มีโรงพยาบาลเอกชนเปิดให้บริการเฉลี่ย 1 แห่งต่อจังหวัดเท่านั้น ทำให้ธุรกิจโรงพยาบาลในจังหวัดรองของกลุ่มอีสานเหนือ ยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก ดังนั้นเป้าหมายทางธุรกิจอีก 5 ปีข้างหน้า จึงมีแผนจะขยายโรงพยาบาลขนาด 100 เตียงไปยังจังหวัดรองเหล่านี้เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับโอกาสที่กำลังเติบโต
“อีกเป้าหมายที่วางไว้คือ สร้างให้ รพ.วัฒนา อุดรธานีเป็นศูนย์กลางของธุรกิจโรงพยาบาลแห่งอีสานเหนือที่ผู้ป่วยนึกถึงให้ได้”
ในส่วนการแข่งขันธุรกิจโรงพยาบาลเฉพาะจังหวัดอุดรธานีเองก็แรงไม่แพ้กัน โดยแข่งกันที่กลยุทธ์ราคาเป็นหลัก เนื่องจากอุดรธานีเป็นจังหวัดใหญ่และมีโรงพยาบาลเอกชนรายหลักถึง 3 ราย ได้แก่ โรงพยาบาลกรุงเทพอุดร โรงพยาบาลเอกอุดร และโรงพยาบาลขอนแก่นราม ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ต่อเนื่อง โดยทิศทางธุรกิจปีนี้ แบ่งออกเป็น 2 กลยุทธ์หลักได้แก่ 1.การสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางการแพทย์กับโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั้งบำรุงราษฎร์ ในการร่วมมือทางด้านแพทย์หรือโรงพยาบาลวัฒนา หนองคาย ในการจัดซื้อยา และใช้ทรัพยากรร่วมกันเพื่อลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันกับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ อีกทั้งยังได้จับมือกับบริษัทผู้ผลิตเครื่องฟอกไตจากเยอรมนีตั้งแผนกไตเทียมที่โรงพยาบาลวัฒนา อุดรธานี พร้อมทั้งขยายจาก 25 เตียงเป็น 35 เตียง
“บริษัทเปิดกว้างสำหรับการจับมือร่วมกับพันธมิตรในทุก ๆ ด้าน เพราะมองว่าเราอาจจะไม่ได้เชี่ยวชาญในทุกด้าน ขณะที่ข้อดีของการมีพันธมิตรคือ การเข้ามาเติมเต็มซึ่งกันและกันเพื่อสร้างการเติบโตไปพร้อม ๆ กัน โดยที่ผ่านมาก็มีพันธมิตรด้านการส่งต่อผู้ป่วยจากลาว อย่างศูนย์การแพทย์ อลิอันซ์ นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งปัจจุบันมีฐานลูกค้าในประเทศ 60% และต่างประเทศ 40%”
ตามด้วย 2.การพัฒนาบริการใหม่ ๆ ควบคู่กัน เช่น คลินิกศูนย์มีบุตรยาก ด้วยการเพิ่มห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน และความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ ทำให้ได้การตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาจะเริ่มต้นได้ปีนี้ อีกทั้งปรับปรุงห้องพักผู้ป่วย ปรับปรุงห้องตรวจภายใต้งบฯการลงทุนประมาณ 20 ล้านบาท เพื่อสร้างการเติบโตให้แก่ธุรกิจระยะยาว
ขณะเดียวกันปีที่ผ่านมาได้ทุ่มงบฯกว่า 50 ล้านบาทเพื่อรีโนเวตอาคารใหม่ พร้อมทั้งเพิ่มบริการทางการแพทย์ให้ครบวงจรมากขึ้น เช่น ขยายบริการทางแพทย์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงในหลายแผนก ทั้งกุมารแพทย์ ศัลยแพทย์ อายุรแพทย์ รวมถึงพัฒนาแอปพลิเคชั่น Wattana health care เพื่อรองรับความต้องการของผู้เข้ามาใช้บริการ และเปิดคลินิกพิเศษ ต่อมไร้ท่อเด็ก
นางสาวณัฐธิรากล่าวว่า นอกจากนี้ยังเปิดให้บริการ วัฒนาโฮมแคร์ รองรับแนวโน้มของประชากรสูงอายุที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งปัจจุบันได้รับการตอบรับที่ดีจากญาติผู้ป่วย เนื่องจากบริการดังกล่าวแตกต่างจากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่ว ๆ ไป โดยมีบริการรับส่งผู้สูงอายุถึงบ้าน จัดแพ็กเกจให้สอดรับกับความต้องการของผู้ใช้บริการ หวังสร้างขยายฐานกลุ่มผู้สูงอายุในระยะยาว ปัจจุบันมีศูนย์เฉพาะทาง 16 ศูนย์
“บริษัทได้เริ่มปรับโครงสร้างใหม่ตั้งแต่ปี 2559 ด้วยการยกเลิกรายได้จากประกันสังคม และแล้วเสร็จในปี 2560 ทำให้รายได้จากส่วนนี้หายไป พร้อมกับรีโนเวตพื้นที่ใหม่ ด้วยการเพิ่มหอผู้ป่วยใหม่อีก 1 หอ ทำให้ในแง่ของศักยภาพในการให้บริการผู้ป่วยเพิ่มขึ้น และปีนี้คาดว่าจะเพิ่มจำนวนเป็น 100 เตียง จากปัจจุบันอยู่ที่ 60 เตียง รองรับผู้ป่วยในจังหวัดใกล้เคียงและ สปป.ลาว”
“นอกจากการปรับตัวครั้งสำคัญในรอบ 33 ปีแล้ว บริษัทยังใช้กลไกราคาเข้ามาช่วยเพิ่มฐานผู้เข้ามาใช้บริการให้มากขึ้นด้วย โดยวางราคาต่ำกว่าคู่แข่ง เพิ่มความยืดหยุ่นและความสามารถทางการแข่งขัน”
ทั้งนี้คาดว่าผลจากการปรับกลยุทธ์และเพิ่มบริการใหม่จะส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจปีนี้เติบโตขึ้นเป็นตัวเลข 2 หลัก จากปีก่อนที่มีรายได้ประมาณ 300 ล้านบาท