Skip to content

“ก้าวไกล” กัดฟันเป็นฝ่ายค้าน 150 สส.ปักธงเลือกตั้งใหม่

05 ส.ค. 2566 | 11:10น.
“ก้าวไกล” กัดฟันเป็นฝ่ายค้าน 150 สส.ปักธงเลือกตั้งใหม่

พรรคก้าวไกล ยังไม่ยอมรับฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ แม้ว่าพรรคเพื่อไทย เดินเกมจัดตั้งรัฐบาล และในสมการนั้นไม่มี “พรรคก้าวไกล”

พรรคก้าวไกลจึงถูกผลักให้เป็นฝ่ายค้านในทางพฤตินัย แต่ในทางนิตินัย “ชัยธวัช ตุลาธน” เลขาธิการพรรคก้าวไกล ยังยืนยันเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมว่า “ตอนนี้พรรคก้าวไกลยังไม่เป็นฝ่ายค้านเลยตอนนี้ ขอให้ใจเย็น ๆ”

พรรคก้าวไกล อันเป็นร่างที่สืบทอดอำนาจจากพรรคอนาคตใหม่ ยังไปไม่ถึงฝั่งเป็นรัฐบาล แต่มาแค่นี้ถือว่า “มาไกล”

อย่างไรก็ตาม ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม “ชัยธวัช” ทิ้งประโยคสำคัญ เผยถึง chapter ใหม่ของพรรคก้าวไกล หลังเพิ่งโดนพรรคเพื่อไทยแยกทาง ว่า

“พรรคก้าวไกลอยากเรียนพี่น้องประชาชนว่าไม่ว่าเราอยู่ในสถานะไหนหลังจากนี้พรรคก้าวไกลจะทำงานในฐานะ สส.อย่างเต็มที่อย่างดีที่สุดตามที่ได้รับความไว้วางใจประชาชนจากการเลือกตั้ง เพื่อผลักดันคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อผลักดันระบบเศรษฐกิจที่เท่าทันโลก”

“และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เติบโตอย่างเสมอภาค เท่าเทียม เราจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อผลักดันการกระจายอำนาจ ปฏิรูประบบราชการ สร้างรัฐที่โปร่งใส เป็นธรรม เคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน และจะทำงานอย่างเต็มที่ไม่ว่าสถานะไหน เพื่อสร้างระบบการเมืองให้เป็นระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ที่เสียงและอำนาจของประชาชนมีความหมายจริง ๆ ให้ได้สักวันหนึ่ง”

ขณะที่แหล่งข่าวผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ และปัจจุบันอยู่ในแกนหลักของคณะก้าวหน้า ยอมรับว่า พรรคก้าวไกลมาไกลขนาดนี้ถือว่า “เท่าทุน” มากกว่าขาดทุน

“มาถึงขนาดนี้ก็กำไรเยอะแล้ว ไม่ได้องุ่นเปรี้ยวที่จะต้องไปเป็นรัฐบาล เพราะหากแบ่งกับพรรคเพื่อไทย ครึ่ง ๆ (เก้าอี้ ครม.) ได้ส่วนแบ่งไม่ดีอาจจะเละก็ได้ เพราะเรารู้ว่าเราทำได้ไม่เต็มที่ก็ทำอะไร ออกมาแบบนี้ (ไปเป็นฝ่ายค้าน) ยิ่งได้คะแนนความเห็นใจจากประชาชน”

อย่างไรก็ตาม “รังสิมันต์ โรม” โฆษกพรรคก้าวไกล ยังไม่รู้ว่าสถานะทางการเมืองของพรรคก้าวไกลขณะนี้คืออะไร ไม่ใช่ทั้งฝ่ายค้าน และไม่ใช่ทั้งขั้วรัฐบาล และขั้ว 8 พรรคก็ไม่มีแล้ว

“สถานะ 8 พรรค ตอนนี้ที่เห็นตามหน้าข่าวคงไม่มีแล้ว และยังไม่มีสถานะฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล”

พรรคก้าวไกล เหมือนถอย แต่ถอยไม่สุดหรือไม่ “รังสิมันต์” โต้แย้งว่า เราถอยแล้ว ถอยอยู่ ถอยต่อ ตั้งแต่ประธานสภา

“เราคิดว่า 8 พรรคร่วมสำคัญกว่า เพราะนี่คือความฝันประชาชน มันอีกนิดเดียว ความฝันของประชาชนก็จะเป็นจริง ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องของการถอย แต่เรากำลังเจอกระบวนการที่ไม่เป็นธรรม ถูกตั้งขึ้นมาโดยคนไม่กี่คน ที่ไม่มีความชอบธรรมในเรื่องของเสียงข้างมาก เลยกลายเป็นว่าการตั้งรัฐบาลในสถานการณ์นี้มีความแปลกประหลาด”

รังสิมันต์ พูดถึง chapter ใหม่ของพรรคก้าวไกล หลังเอ็มโอยูถูกฉีกว่า

“เราให้ความสำคัญของที่ประชุมสภาในการแก้ไขปัญหาประชาชน ซึ่งตอนนี้เรามีสภา เราคงต้องโฟกัสกับสิ่งที่เราทำได้ ต้องใช้กลไกของสภาให้เป็นประโยชน์มากที่สุด เช่น การที่ ‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เสนอว่า คณะกรรมาธิการจะรอการตั้งทำไม เราสามารถตั้งได้เลย ไม่จำเป็นต้องรอรัฐบาล”

“เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะมีนายกรัฐมนตรีเมื่อไหร่ หากเกิดอุปสรรคขึ้นมา กลไกสภาก็ต้องรออีก เสียเวลากันเปล่า ๆ ดังนั้น พรรคก้าวไกล มุ่งเน้นงานในสภา คุยกันในพี่น้อง สส.ด้วยกันว่าเดินงานสภาให้เต็มที่ ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนให้เต็มที่ เราเดินหน้าในลักษณะแบบนี้ โฟกัสในสิ่งที่เราทำได้”

วาระหลักของพรรคก้าวไกลในฝ่ายนิติบัญญัติ นับจากนี้ที่ต้อง “ผลักดันต่อ” ในระดับรัฐธรรมนูญ ผลักวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272-ร่วมวงร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)

ในระดับกฎหมาย พรรคก้าวไกล ตั้งเป้าปฏิรูปกองทัพ เตรียมชง ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ร่างพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก และร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

นอกจากนี้ยังมี กฎหมายสมรสเท่าเทียม กฎหมายสุราก้าวหน้า แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ฐานหมิ่นประมาท ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

ที่ไม่อาจผลักดันจนผ่านในสภาชุดที่แล้ว รวมผลักดันวาระการนิรโทษกรรมคดีแสดงออกทางการเมือง

พรรคก้าวไกล มาไกลแต่ยังไม่ถึง จึงหวังผลระยะยาวในการเลือกตั้ง 2570 โดยโฟกัสงานในสภา เป็นบันไดไปสู่การเป็นรัฐบาล

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกล