Skip to content
ดูทั้งหมด

สมาคมผู้เลี้ยงสุกร เตรียมเข้าพบทูตเกษตรบราซิล คิวแรก 15 ส.ค. นี้

11 ส.ค. 2566 | 17:03น.
หมูเถื่อน

หมูเถื่อน

คณะกรรมการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เดินหน้าปกป้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรต่อเนื่อง เตรียมเข้าพบทูตเกษตรหลายชาติ “บราซิล” เป็นรายแรก 15 สิงหาคมนี้ ชี้แจงผลกระทบที่เกิดจาก “ปัญหาหมูเถื่อน” ถล่มไทย 8 เดือนเสียหาย 3 หมื่นล้าน พร้อมย้ำประเทศไทยมีผลผลิตสุกรเพียงพอ-ไม่มีกฎหมายอนุญาตนำเข้าเนื้อสุกร

วันที่ 11 สิงหาคม 2566 นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันที่ 15 สิงหาคม 2566 จะเข้าพบทูตเกษตรของประเทศบราซิล เพื่อหารือถึงปัญหาหมูเถื่อนในประเทศไทยกำลังมีการสอบสวนดำเนินคดีกันอย่างเข้มข้น

“คณะกรรมการสมาคมร่วมกันพิจารณาแล้วเห็นว่า ในระหว่างประเทศ ควรมีมาตรการป้องกันไม่ให้จำนวนหมูเถื่อนมีมากขึ้นไปกว่าที่เป็นอยู่ จำเป็นต้องสื่อสารไปยังประเทศผู้ส่งออกเนื้อสุกร เพื่อให้เข้าใจในผลกระทบที่มีต่อประเทศไทย ในขณะที่ประเทศไทยมีผลผลิตสุกรอย่างเพียงพอและไม่มีการอนุญาตนำเข้าเนื้อสุกรอย่างเป็นทางการ”

และหลังจากนี้ กรรมการสมาคมมีกำหนดขอเข้าพบทูตเกษตรหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศผู้ส่งออกสุกรต้นทางที่ปรากฏในกล่องของกลางหมูเถื่อนที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ นอกจาก บราซิล จะมี อาร์เจนตินา เยอรมนี และอื่น ๆ

ทั้งนี้ ประเด็นการเข้าพบหารือนั้น จะเป็นการให้รายละเอียดถึงผลกระทบจากการมีสินค้าสุกรลักลอบนำเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นจำนวนมาก สุกรเหล่านี้มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าประเทศไทยมากถึงราว 30-40% เข้ามาแทรกแซงตลาดสร้างผลกระทบต่อราคาสุกรหน้าฟาร์มของไทย เป็นเหตุให้เกษตรกรต้องขาดทุนสะสมมาเป็นระยะเวลานานร่วม 8 เดือน หลายรายต้องเลิกกิจการ สร้างความเสียหายกับอุตสาหกรรมสุกรทั้งระบบกว่าวันละ 150 ล้านบาท หรือราว 4,000-5,000 ล้านบาทต่อเดือน หรือคิดเป็นกว่า 30,000 ล้านบาทในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา

นายสุรชัยกล่าวอีกว่า ในวงการปศุสัตว์โดยเฉพาะวงการไก่เนื้อของไทยและบราซิลนับว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน การเข้าพบในทูตเกษตรบราซิลว่าด้วยเรื่องสุกรครั้งนี้ น่าจะเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างอุตสาหกรรมสุกรของทั้งสองประเทศให้รู้จักกันดีมากยิ่งขึ้น และเชื่อว่าหากอุตสาหกรรมสุกรของบราซิลเข้าใจผลกระทบต่าง ๆ แล้ว จะเกิดความร่วมมือด้วยดี น่าจะช่วยป้องกันการลักลอบส่งเนื้อสุกรเข้าไทยได้เช่นกัน

สำหรับการประสานความร่วมมือระหว่างรัฐ สมาคมได้ขอความร่วมมือไปยังกรมปศุสัตว์ ช่วยทำหนังสือชี้แจงผลกระทบต่อเกษตรกรและอุตสาหกรรมสุกรของไทย แจ้งไปยังภาครัฐของประเทศผู้ส่งออกเนื้อสุกรเหล่านั้นอย่างเป็นทางการด้วยแล้ว