Skip to content

เปิดโควตารัฐมนตรี รัฐบาลเพื่อไทย 314 เสียง พรรคไหนได้กี่เก้าอี้

21 ส.ค. 2566 | 14:27น.
เปิดโควตารัฐมนตรี รัฐบาลเพื่อไทย 314 เสียง พรรคไหนได้กี่เก้าอี้

เปิดโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี รัฐบาลพรรคเพื่อไทย 11 พรรค 314 เก้าอี้ พรรคไหนได้กี่เก้าอี้ กี่ตำแหน่ง

ตามที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำจากพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลอีก 10 พรรคที่เหลือ ร่วมแถลงจัดตั้งรัฐบาลที่อาคารรัฐสภา เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (21 สิงหาคม 2566) มีทั้งสิ้น 11 พรรค 314 เสียง โควตารัฐมนตรี 35 ตำแหน่ง โดยยังไม่ได้ระบุกระทรวง

สำหรับจำนวนตำแหน่งของแต่ละพรรคร่วมรัฐบาล เป็นดังนี้

พรรคภูมิใจไทย (71 ที่นั่ง)

  • รัฐมนตรีว่าการ 4 กระทรวง
  • รัฐมนตรีช่วย 4 ตำแหน่ง

พรรคพลังประชารัฐ (40 ที่นั่ง)

  • รัฐมนตรีว่าการ 2 กระทรวง
  • รัฐมนตรีช่วย 2 ตำแหน่ง

พรรครวมไทยสร้างชาติ (36 ที่นั่ง)

  • รัฐมนตรีว่าการ 2 กระทรวง
  • รัฐมนตรีช่วย 2 ตำแหน่ง

พรรคชาติไทยพัฒนา (10 ที่นั่ง)

  • รัฐมนตรีว่าการ 1 กระทรวง

พรรคประชาชาติ (9 ที่นั่ง)

  • รัฐมนตรีว่าการ 1 กระทรวง

พรรคเพื่อไทย (141 ที่นั่ง)

  • รัฐมนตรีว่าการ 8 กระทรวง
  • รัฐมนตรีช่วย และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวม 9 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทย ยังได้รวบรวมเสียงพรรคอื่น ๆ มาร่วมรัฐบาลอีกจำนวน 5 พรรค ได้แก่

  • พรรคชาติพัฒนากล้า 2 ที่นั่ง
  • พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2 ที่นั่ง
  • พรรคเสรีรวมไทย 1 ที่นั่ง
  • พรรคท้องที่ไทย 1 ที่นั่ง
  • พรรคพลังสังคมใหม่ 1 ที่นั่ง

เดินหน้าแก้ปัญหา-ผลักดันนโยบายเศรษฐกิจ

การจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ พรรคเพื่อไทย ระบุในแถลงการณ์ว่า ได้เชิญหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายของแต่ละพรรคมาตกลงเรื่องการร่วมมือและแบ่งงานกันทำ โดย “ทุกพรรคบรรลุข้อตกลงร่วมกันจะนำนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงไว้เป็นนโยบายหลักในการบริหารประเทศ เช่น digital wallet, ที่ดินทำกิน, ขึ้นค่าแรงขึ้นต่ำ 600 บาทภายในปี 2570, เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท

เกณฑ์ทหารโดยสมัครใจ, เพิ่มราคาพืชผลเกษตร, แก้ปัญหาความขัดแย้งและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้, กัญชาทางการแพทย์และสุขภาพ และจะแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ และยังคงไว้ในส่วนของหมวดที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์”

ทั้งนี้ พรรคร่วมจะนำนโยบายเข้ามาบูรณาการร่วม พร้อมปรับ เสริม หรือประสานนโยบายของ “พรรคร่วมรัฐบาล” ให้เป็นนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด และนำมาจัดทำเป็นนโยบายร่วมกัน เพื่อแถลงต่อรัฐสภาต่อไป

พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ขอกราบเรียนว่า ขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาสำคัญลำดับแรกที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะประชาชนกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ สถานการณ์หนี้สินของครัวเรือน ภาคธุรกิจขนาดเล็กขนาดกลางได้รับผลกระทบมาแล้วเป็นเวลานาน ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงสร้างและกลไก เพื่อนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศให้กลับคืนมาอีกครั้ง

พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลตระหนักดีว่าในสถานการณ์ดังกล่าวเราไม่อาจจะทอดเวลาไปมากกว่านี้ หรือจำนนต่อสถานการณ์ขัดแย้งที่ประเทศและประชาชนตกอยู่ในวงล้อมที่เสียโอกาสไปทุกขณะ

การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ อยู่บนฐานความรับผิดชอบต่อประชาชนในสถานการณ์ที่ปัญหาทุกด้านส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องรุนแรง

แบ่งเก้าอี้ แต่ยังไม่ล็อกกระทรวง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การแบ่งโควตารัฐมนตรีจะเกิดขึ้นก่อนการโหวตนายกฯ และใครได้อะไรบ้างหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า จากการที่แถลงการณ์ไป เราได้กำหนดสัดส่วนของแต่ละพรรคถึงโควตารัฐมนตรี ส่วนรายละเอียดเป็นเรื่องของแต่ละพรรคไปดำเนินการ และได้คุยกันเป็นที่ตกลง ยอมรับซึ่งกันและกัน แต่ไม่สามารถนำเสนอได้ เพราะต้องผ่านกระบวนการไปตรวจสอบคุณสมบัติ และนำขึ้นทูลเกล้าฯ

เมื่อถามย้ำว่า ตอนนี้ใครได้กระทรวงอะไรรู้แล้วใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นข้อตกลงที่เรามีความชัดเจน ในเงื่อนไขที่เรามีร่วมกัน