ความท้าทายคือการปรับตัว
คอลัมน์ SD Talk
ปี 2566 ถือเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของแต่ละประเทศ และภาคธุรกิจจากวิกฤตการณ์การระบาดใหญ่ของโควิด-19 สำหรับประเทศไทย อุตสาหกรรมที่เรียกได้ว่าเป็นหัวใจของรายได้และ GDP หลักของประเทศคือ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทว่าแนวโน้มของการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบริการ และการท่องเที่ยวกำลังมาในทิศทางที่ดี
เมื่อไม่นานผ่านมา “คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) มีโอกาสแบ่งปันความรู้ และประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการบริการทั้งในระดับประเทศและระดับโลกผ่านการบรรยายภายใต้หัวข้อ Winning the future of Thai hospitality ภายในงาน Growing to the Next Level จัดโดยวิทยาลัยดุสิตธานี
โดยประเด็นหนึ่งคือ “ท่องเที่ยวโลกกำลังฟื้นตัว ความท้าทายคือการปรับตัว” ซึ่ง “คุณศุภจี” นำสถิติจากองค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ หรือ UNWTO มาเผยให้ดูว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 ทั่วทั้งโลกมีการฟื้นตัวในด้านการท่องเที่ยวอยู่ที่ 80% เมื่อเทียบกับตัวเลขในปี 2562
จะเห็นได้ว่าการกลับมาคืนสู่ภาวะปกติของการท่องเที่ยวทั่วโลกมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดี ทว่าธุรกิจต่าง ๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ เนื่องจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นลักษณะ K-shape นั่นคือ หากสามารถฟื้นตัวได้จะค่อย ๆ เติบโตอย่างต่อเนื่องหรือก้าวกระโดด
“แต่หากทำไม่สำเร็จอาจจะทำให้ธุรกิจนั้นไม่สามารถอยู่รอดได้ ปัจจัยที่ชี้ว่าธุรกิจนั้นจะร่วงหรือรอด คือการปรับตัวตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปหลังโควิด-19 มาเยือน โดยมุ่งเน้นไปที่คุณภาพการท่องเที่ยวมากกว่าปริมาณนักท่องเที่ยว และเพิ่มความหมายของการเดินทางเพื่อขยายระยะเวลาอยู่อาศัย และค่าใช้จ่าย”

“คุณศุภจี” ชี้ให้เห็นว่า ควรต้องสร้างสมดุลระหว่างนักท่องเที่ยวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเทรนด์การท่องเที่ยวของคนไทยมีจุดมุ่งหมายเฉพาะตัวมากขึ้น เช่น การเที่ยวไปทำงานไป (workation) การไปไหว้พระขอพร การตะลุยกิน การเสพวัฒนธรรมท้องถิ่น การผจญภัย การดูแลสุขภาพ การร่วมเทศกาลคอนเสิร์ต อีเวนต์ วิ่งมาราธอน การท่องเที่ยวคนเดียว การรักษ์โลก และการท่องเที่ยว และบริการที่ตอบโจทย์กับผู้ทำงานอิสระ
“ส่วนกระแสการท่องเที่ยวของโลกประกอบด้วยการมุ่งเน้นเทคโนโลยีเป็นหลัก สุขภาพ ความยั่งยืน การทำงานไปด้วยท่องเที่ยวไปด้วย ความรู้สึกเชื่อมโยงกับท้องถิ่น การพักผ่อนระยะยาวเพื่อประสบการณ์ที่มากกว่า และการทำการตลาดที่มุ่งเน้นไปที่ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวมากขึ้น”
นอกจากนั้น “ศุภจี” ยังกล่าวถึงความท้าทายของการฟื้นตัวของธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้คือ การขาดแคลนบุคลากร เนื่องจากช่วงโควิด-19 บุคลากรที่มีประสบการณ์ และได้รับการอบรมอย่างมีมาตรฐานนั้นไม่สามารถประกอบอาชีพในสายงานที่เชี่ยวชาญได้ จึงออกไปประกอบอาชีพในสายงานอื่น ทำให้ปัจจุบันจำนวนบุคลากรที่มีคุณภาพสวนทางกับจำนวนของนักท่องเที่ยว
“ประเทศไทยเป็นที่หนึ่งในด้าน hospitality mindset สถานศึกษาด้านการบริการในไทย จึงเป็นส่วนสำคัญในการผลิตแรงงานที่มีคุณภาพให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ โดยหลักสูตรควรสอดแทรกการบริการอย่างไทย (Thai Hospitality) เพื่อช่วยนำความเป็นไทยไปเผยแพร่สู่สายตาของชาวโลกได้
เนื้อหาสอดคล้องกับการทำงานจริง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ มีการนำเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลมาผนวกร่วม มุ่งเน้นความยั่งยืนและวิธีปฏิบัติที่แสดงออกซึ่งความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงการสร้างทักษะด้านอารมณ์ soft skill และทักษะด้านภาษาที่ 3 ไปด้วย”
แม้ว่างานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการบริการจะได้รับความนิยมน้อยลงจากเมื่อก่อน แต่รายได้ของบุคลากรในระดับปฏิบัติการสามารถอยู่รอดได้ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน “คุณศุภจี” แสดงตัวเลขของรายได้เฉลี่ยของบุคลากรทั้งอุตสาหกรรมอยู่ที่ 64,600 บาท และต่ำสุดอยู่ที่ 24,500 บาท ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง และมั่นคงของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และบริการไทยเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สร้างโอกาสดี ๆ ให้กับอนาคตของชาติได้อย่างแท้จริง