เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รู้จัก “พลจักร นิ่มวัฒนา” ว่าที่ ผอ.สคร. ลูกหม้อคืนถิ่นคุมรัฐวิสาหกิจ-ดัน “อินฟราสตรักส์เจอร์ฟันด์”
Finance รู้จัก “พลจักร นิ่มวัฒนา” ว่าที่ ผอ.สคร. ลูกหม้อคืนถิ่นคุมรัฐวิสาหกิจ-ดัน “อินฟราสตรักส์เจอร์ฟันด์”
ถอดสูตรโตพันล้าน “มากุโระ กรุ๊ป” ชู Give More มัดใจลูกค้า ปักธงสร้าง Food Culture Platform
Business ถอดสูตรโตพันล้าน “มากุโระ กรุ๊ป” ชู Give More มัดใจลูกค้า ปักธงสร้าง Food Culture Platform
สยามพารากอน จัดงาน “SIAM PARAGON BANGKOK WATCH WEEK 2026: OPENING CEREMONY”
Biz Movement สยามพารากอน จัดงาน “SIAM PARAGON BANGKOK WATCH WEEK 2026: OPENING CEREMONY”
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เท ‘หมื่นล้าน’ ลุยผลิต ‘Torcal’ รถอีวีรุ่นแรก
EV เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เท ‘หมื่นล้าน’ ลุยผลิต ‘Torcal’ รถอีวีรุ่นแรก
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 68,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 68,400 บาท
GIZ ผนึก กนอ.-บีไอพี-บี.กริม เพาเวอร์ ร่วมเปลี่ยนผ่านพลังงานและลดคาร์บอน
SD GIZ ผนึก กนอ.-บีไอพี-บี.กริม เพาเวอร์ ร่วมเปลี่ยนผ่านพลังงานและลดคาร์บอน
โรดโชว์นิวยอร์กคึกคัก หุ้นไทยกลับเข้าเรดาร์ 25 กองทุนยักษ์ ลุ้นฟันด์โฟลว์หวนกลับ
Finance โรดโชว์นิวยอร์กคึกคัก หุ้นไทยกลับเข้าเรดาร์ 25 กองทุนยักษ์ ลุ้นฟันด์โฟลว์หวนกลับ
วธ.แสดงความยินดี เนเน่ เล็งดึงร่วมงานส่งเสริมวัฒนธรรม
Biz Movement วธ.แสดงความยินดี เนเน่ เล็งดึงร่วมงานส่งเสริมวัฒนธรรม
‘เศรษฐา’ ผลักดัน ‘เสริมกล้า’ รับซื้อนม อ.ส.ค. แก้วิกฤตนมล้นตลาด ส่งต่อโภชนาการเด็ก-ผู้พิการ
Biz Movement ‘เศรษฐา’ ผลักดัน ‘เสริมกล้า’ รับซื้อนม อ.ส.ค. แก้วิกฤตนมล้นตลาด ส่งต่อโภชนาการเด็ก-ผู้พิการ
ttb ชี้โจทย์การค้าโลกเปลี่ยน ชู 6 อุตฯ ไทยมีโอกาสชนะ
Finance ttb ชี้โจทย์การค้าโลกเปลี่ยน ชู 6 อุตฯ ไทยมีโอกาสชนะ
ดูทั้งหมด

ทำไม HR ชอบต่อเงินเดือน ?

17 ส.ค. 2566 | 11:47น.
เงินเดือน
คอลัมน์ : SD Talk
ผู้เขียน : ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
https://tamrongsakk.blogspot.com

เมื่อผู้สมัครงานผ่านการสัมภาษณ์แล้วมีคุณสมบัติเป็นที่ต้องตาต้องใจกรรมการสัมภาษณ์ HR ก็จะต้องติดต่อกลับไปเชื้อเชิญให้มาร่วมงานกัน ตรงนี้แหละครับจะต้องมีการพูดคุยกันเรื่องค่าจ้างเงินเดือนระหว่าง HR และผู้สมัครงาน

ในมุมของผู้สมัครงานก็อยากได้เงินเดือนอย่างที่อยากได้ เช่น ปัจจุบันเงินเดือน 30,000 บาท อยากได้เพิ่มจากเดิมเป็น 45,000 บาท (อยากได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 50%) คงไม่มีใครที่จะเปลี่ยนงานแล้วอยากได้เงินเดือนเท่าเดิม หรืออยากได้ต่ำกว่าเดิมนิดหน่อยก็พอใจแล้วหรอกนะครับ เพราะผู้สมัครเองต้องคิดแล้วว่า เมื่อจะเปลี่ยนงานใหม่ก็มีความเสี่ยงตามมาหลายเรื่อง

เช่น ต้องเปลี่ยนสถานที่ทำงาน และสภาพแวดล้อมใหม่, มีเพื่อนร่วมงานใหม่, มีหัวหน้า (หรือลูกน้อง) ใหม่, เจอกับนโยบายใหม่ ๆ, จะต้องถูกวัดผลการทำงานในที่ใหม่, จะผ่านทดลองงานได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้ ฯลฯ

จึงต้องคาดหวังค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อที่คิดไว้แล้ว และมองว่าคุ้มกับความเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะต้องเจอ พอเจอการต่อรองจากทาง HR ก็เลยรู้สึกตงิด ๆ ในใจว่าทำไมต้องมาต่อรองกันด้วย ผมว่าอาการแบบนี้ก็เหมือนกับการซื้อขายของกันเลยนะครับ

ผู้ขายคือผู้สมัครงานที่อยากจะขายความรู้ ทักษะ ความสามารถในงานให้ผู้ซื้อ (คือบริษัท) ซื้อ ซึ่งผู้ขายต้องมีราคาต้นทุน+กำไรเอาไว้ในใจอยู่แล้ว ว่าอยากจะขายเท่าไหร่ แต่พอเจอผู้ซื้อมาต่อรองราคาเข้าคงจะต้องรู้สึกหงุดหงิดบ้างเป็นธรรมดา

ลองมาฟังมุมของผู้ซื้อบ้างแล้วกันนะครับ ว่าทำไมต้องมาต่อรองเงินเดือนกันด้วย

ผู้สมัครไปเจอบริษัทที่ไม่มีระบบการจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นมืออาชีพ เช่น ถ้าบริษัทไหนที่ไม่มีโครงสร้างเงินเดือน (หรือแม้แต่จะมีโครงสร้างเงินเดือนก็ตาม) แล้วมี HR ที่มีวิธีคิดและทำงานแบบเก่า ๆ คือช่วย save cost ให้กับเถ้าแก่เป็นเรื่องหลัก ก็จะเจรจาต่อรองแบบกดเงินเดือนผู้สมัครงานเอาไว้ก่อน กรณีนี้ผู้สมัครต้องประเมินดูแหละครับว่าอยากจะทำงานในบริษัทแบบนี้หรือไม่

ส่วนบริษัทที่มีโครงสร้างเงินเดือนที่มีมาตรฐาน และมี HR ที่เป็นมืออาชีพ จะทราบได้ทันทีว่าเงินเดือนที่ผู้สมัครคาดหวังใน job grade นั้น อยู่ตรงจุดไหนของโครงสร้างเงินเดือน และบริษัทจะรับไหวหรือไม่

เช่น ถ้าเงินเดือนที่ผู้สมัครต้องการอยู่ใน quartile 4 HR ก็ต้องตอบปฏิเสธ เพราะถ้าขืนรับเข้ามาแล้วอีกปีสองปีเงินเดือนตัน ก็ต้องมาตามแก้ปัญหาในอนาคตกันอีก

ถ้าบริษัทที่มี HR มืออาชีพอย่างนี้ จะมีวิธีหาอัตราเงินเดือนที่เหมาะสม win-win ระหว่างตำแหน่งงานกับผู้สมัคร และสามารถอธิบายให้ผู้สมัครเข้าใจได้ด้วยเหตุและผล ถ้าเงินเดือนที่ผู้สมัครต้องการอยู่ในโครงสร้างเงินเดือนของ job grade นั้นก็จริง (เช่นอยู่ใน quartile 2)

แต่ HR เห็นว่าเงินเดือนที่ต้องการสูงกว่าพนักงานที่ทำงานอยู่ในตำแหน่งเดียวกันกับที่ทำงานดีตามปกติ กรณีแบบนี้ HR ต้องมาคำนวณหาเงินเดือนที่เหมาะสม เมื่อเปรียบเทียบกับพนักงานที่ทำงานอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ซึ่งอาจจะน้อยกว่าที่ผู้สมัครคาดหวังจึงเป็นสาเหตุให้ต้องเจรจาต่อรองกัน

HR ไม่แน่ใจว่าผู้สมัครจะมีความสามารถที่จะทำงานในตำแหน่งงานนี้ได้จริงหรือไม่ ก็เลยต้องเจรจากดเงินเดือนเอาไว้ก่อน ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นได้ทั้งบริษัทที่มีโครงสร้างเงินเดือนและไม่มีโครงสร้างเงินเดือน เรื่องทำนองนี้มักมีสาเหตุจากทั้ง HR และ line manager ยังมีวิธีการสัมภาษณ์แบบจิตสัมผัส (unstructured interview) เป็นหลัก

ทำให้ใช้ความรู้สึกในการรับผู้สมัครเข้ามาทำงานแทนการใช้เหตุ ใช้ผล และความรู้สึก ก็เลยทำให้ไม่แน่ใจว่าผู้สมัครจะทำงานได้จริงหรือไม่

ที่เล่ามาข้างต้นสรุปได้ว่า ขึ้นอยู่กับความเป็นมืออาชีพของ HR ในแต่ละบริษัทด้วยแหละครับว่ามีมากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงบริษัทที่ผู้สมัครไปสมัครงานน่ะเขามีระบบ มีหลักเกณฑ์ มีมาตรฐานการทำงานมากน้อยแค่ไหน

ที่สำคัญคือ ขึ้นอยู่กับตัวผู้สมัครงานครับ ว่าเมื่อได้รับการต่อรองมาแล้วจะรับได้แค่ไหน และจะตัดสินใจทำงานกับบริษัทดีหรือไม่

เพราะบริษัทไม่ได้เป็นผู้เลือกเพียงฝ่ายเดียว แต่ผู้สมัครก็มีสิทธิที่จะเลือกได้เช่นเดียวกัน ทำการบ้านและหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่จะไปทำงานให้ดี ใช้เวลาระหว่างการสัมภาษณ์ให้เป็นประโยชน์ แล้วนำข้อมูลเหล่านี้เพื่อมาประกอบการตัดสินใจ

เอาใจช่วยให้คนที่เป็นผู้สมัครได้งานที่อยากได้ และบริษัทก็ได้คนที่ใช่เข้ามาร่วมงานครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

HR เงินเดือน