Skip to content

ท่องเที่ยวกับลูกน้อย อย่างสบายใจกับ Babierge

31 มี.ค. 2561 | 22:03น.
ท่องเที่ยวกับลูกน้อย อย่างสบายใจกับ Babierge

คอลัมน์ สตาร์ตอัพ “ปัญหา” ทำ “เงิน”

โดย มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

สำหรับคนที่มีลูกเล็ก ๆ การเดินทางด้วยเครื่องบินถือเป็นงานหินสุดหฤโหด เพราะเด็กบางคน ถ้าไม่ร้องไห้ ก็วิ่งซนไปมา หรือไม่ก็ยื่นมือ (และเท้า) ไปทุบ (หรือกระทืบ) เก้าอี้คนข้างหน้า ทำให้พ่อแม่ต้องหัวหมุน ทั้งคอยปลอบ คอยปราม คอยวิ่งไล่จับ

แถมยังต้องพะวงกับการหอบหิ้วอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งเปล รถเข็นคาร์ซีต อุปกรณ์ชงนม แพมเพิร์ส และสารพัดของเล่น เพื่อปรนนิบัติพัดวีลูกน้อยให้สุขกายสบายใจตลอดการเดินทาง

เพราะมองเห็นปัญหานี้ “เคอร์รี คูลาด และแฟรน มายา” 2 สาวจากรัฐนิวเม็กซิโกจึงตัดสินใจร่วมกันก่อตั้งบริษัทของตัวเองขึ้นมา ชื่อ Babierge (baby+concierge) เพื่อทำหน้าที่แบ่งเบาภาระของครอบครัวระหว่างเดินทาง โดยให้บริการเช่าอุปกรณ์เลี้ยงเด็กล่วงหน้า ลูกค้าเพียงแค่กดจองและโอนเงิน พอถึงที่หมาย ก็จะมีคนเอาของมาส่งให้ทันที ไม่ต้องเหนื่อยยากขนของเองอีกต่อไป

บริการ Babierge เหมือนบริการ sharing economy ทั่วไป ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างพ่อแม่ที่กำลังเดินทางกับลูก หรือร้านค้าที่มีอุปกรณ์เด็กให้เช่าตามเมืองต่าง ๆ

ถึงรูปแบบธุรกิจจะไม่หวือหวา แต่เพราะจับจุดถูกและมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ทำให้มีลูกค้าสนใจใช้บริการอยู่เรื่อย ๆ

อีกทั้งบริษัทยังได้บทเรียนของสตาร์ตอัพรุ่นก่อน ๆ ทำให้รู้จักเสริมบริการพิเศษต่าง ๆ เข้าไป เพื่อให้ลูกค้าสบายใจ เช่น มีประกันความเสียหายจากการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ มีการฝึกอบรมพาร์ตเนอร์เรื่องการให้บริการ เช่น การทำความสะอาดสินค้าก่อนนำออกมาให้ลูกค้า การตั้งราคาค่าเช่า การจัดส่งและการจัดเก็บอุปกรณ์ให้ตรงต่อเวลาที่นัดหมาย เป็นต้น

ผู้สนใจอยากเป็นพาร์ตเนอร์ก็แค่สมัครมาทางเว็บของบริษัท จากนั้นก็ลิสต์รูปภาพพร้อมราคาอุปกรณ์ที่พร้อมให้เช่าขึ้นหน้าเว็บ หากมีคนสนใจอยากเช่าก็ตกลงวันเวลาจุดนัดพบกันไป โดยพาร์ตเนอร์ต้องรับผิดชอบค่าจัดส่งเองทั้งหมด และจะได้รายได้ 80% ของค่าเช่า ส่วนที่เหลือเป็นค่าธรรมเนียมของบริษัท

18 เดือนแรกหลังเปิดให้บริการในปี 2016 บริษัทสามารถขยายกิจการให้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 100 จุดในอเมริกาและแคนาดา โดยที่พาร์ตเนอร์ของบริษัท (ส่วนใหญ่คือแม่บ้านเต็มเวลา) สามารถหารายได้จากการให้เช่าอุปกรณ์เลี้ยงเด็กเฉลี่ยเดือนละ 600 เหรียญ แต่ถ้าเป็นช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว รายได้จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 เหรียญต่อเดือน ประเมินคร่าว ๆ บริษัทมีเงินหมุนเวียนอยู่ในระบบประมาณ 1 ล้านเหรียญต่อปี

ข้อดีของการเจาะ niche market แบบนี้ คือมีคู่แข่งน้อย แต่ข้อจำกัดคือ รายได้อาจมาเป็นช่วง ๆ ตามฤดูกาล ดังนั้น นอกจากขยายตลาดแล้ว Babierge ยังต้องมองหาลู่ทางเพิ่มรายได้อื่น ๆ ด้วย เช่น การเซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกับ Des-tination Hotels โดยมอบส่วนลด 10% ค่าเช่าอุปกรณ์เลี้ยงเด็กให้ลูกค้าที่พักในโรงแรม หรือการให้เช่าอุปกรณ์อื่น ๆ นอกเหนือจากอุปกรณ์เลี้ยงเด็ก เช่น ต้นคริสต์มาส หรือเชิงเทียนสำหรับเทศกาล “ฮานุกกะห์” ของชาวยิว

นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้พาร์ตเนอร์สร้างสรรค์แพ็กเกจบริการเสริมใหม่ ๆ อาทิ บริการจัดหาของสดอาหารแห้งสำหรับครอบครัวที่เช่าบ้านหรืออพาร์ตเมนต์ระหว่างท่องเที่ยว หรือทำตลาดกับผู้สูงอายุที่อยากเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมเพื่อต้อนรับหลาน ๆ มาเยี่ยมช่วงวันหยุด เป็นต้น

ถือเป็นบริการที่น่าจะถูกใจพ่อแม่ที่ชอบพาลูกเด็กเล็กแดงไปเที่ยวพร้อมหน้าพร้อมตาเป็นครอบครัว เพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องปวดหัวกับการขนย้ายข้าวของ จะได้มีเวลาดูแลลูกได้เต็มที่ ไม่ให้เป็นลิงน้อยแสนซนวิ่งเล่นปีนป่ายไปทั่ว หรือแปลงร่างเป็นนกหวีดร้องปรี๊ด ๆ ไปตลอดทาง (ป.ล. ลูกเราไม่ได้น่ารักในสายตาของทุกคนนะคะ)