กรมการค้าภายในดึงห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ช่วยรับซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่เพิ่งเริ่มตั้งไข่ ในราคาสูงกว่าตลาด
กรมการค้าภายในดึงห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ช่วยรับซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่เพิ่งเริ่มตั้งไข่ ในราคาสูงกว่าตลาด เพื่อสร้างกำลังใจในการทำผลผลิตปลอดสารพิษ เผยหากต่อไปสารเคมีลด อัพราคาเพิ่มให้ทันที ระบุทำสำเร็จแล้วที่น่าน ที่เป็นจังหวัดที่มีข้อมูลว่ามีการทำลายสิ่งแวดล้อมสูง หลังดึงเกษตรกรมาทำอินทรีย์ เผยยังจะช่วยดันให้เป้าหมายเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกเป็น 6 แสนไร่ในปี 64 ทำได้เร็วขึ้น
น.ส.สุทัศนีย์ ราชเรืองระบิน รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ประสานความร่วมมือไปยังห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) ให้เข้ามาช่วยรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรที่เพิ่มเริ่มต้นผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ โดยได้ทำการเชื่อมโยงให้มีการจับคู่ทำธุรกิจ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกรที่เพิ่งหันมาทำเกษตรอินทรีย์ได้มีกำลังใจและมีแรงในการขับเคลื่อนการทำเกษตรอินทรีย์ เพราะมีตลาดรองรับผลผลิตที่แน่นอน
“เป็นการรับประกันให้กับเกษตรกรว่า การเพาะปลูกพืชผัก ผลไม้ หรือทำปศุสัตว์อินทรีย์ จะมีตลาดรองรับผลผลิตแน่นอน แม้ว่าจะเพิ่งเริ่มต้นทำ เพราะกรมฯ ได้ประสานห้างให้เข้ามาช่วยรับซื้อ โดยราคาที่รับซื้อจะสูงกว่าราคาสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ทำแบบอินทรีย์ แต่ก็ไม่สูงเท่ากับสินค้าที่เป็นอินทรีย์แล้ว ซึ่งหากในอนาคต สินค้าปลอดสารเคมี ไม่มีสารตกค้างแล้ว ก็จะเพิ่มราคาให้เท่ากับการรับซื้อสินค้าที่เป็นอินทรีย์”น.ส.สุทัศนีย์กล่าว
น.ส.สุทัศนีย์กล่าวว่า การดำเนินการในรูปแบบนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มและขยายพื้นที่เพาะปลูกสินค้าอินทรีย์ แต่ยังเป็นการช่วยดูแลและปกป้องสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศด้วย โดยที่ผ่านมา ได้มีการดำเนินการในจังหวัดน่าน ซึ่งถือเป็นจังหวัดที่มีข้อมูลว่าเป็นจังหวัดที่ทำลายสิ่งแวดล้อมสูงมาก มีการใช้สารเคมีสูง มีสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม กรมฯ จึงได้เข้าไปให้คำแนะนำ เข้าไปช่วยผลักดันให้เกษตรกรเลิกใช้สารเคมี และหันมาเพาะปลูกแบบอินทรีย์ และดึงห้างเข้าไปรับประกันว่าจะรับซื้อผลผลิตทั้งหมด โดยมั่นใจว่า ในอนาคตจังหวัดน่าน จะเป็นจังหวัดที่มีสภาพแวดล้อมดีขึ้น
“ตอนนี้ ท็อปส์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต มาเล่นด้วยกับเรา เขาพร้อมที่จะเข้ามาช่วย เพราะไม่ใช่แค่เรื่องการทำธุรกิจค้าขาย ยังเป็นเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม เขาก็อยากช่วย ตอนนี้ส้มที่ผลิตได้ในจังหวัดน่าน ท็อปส์รับซื้อหมด และยังขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ ที่เกษตรกรอยากเริ่มต้นทำเกษตรอินทรีย์ เช่น ฝรั่ง ที่นครปฐม ทุเรียนที่เกาะช้าง รวมถึงผักและผลไม้ชนิดอื่นๆ ที่เกษตรกรอยากทำอินทรีย์ ก็พร้อมที่จะรับซื้อ”
น.ส.สุทัศนีย์กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการในรูปแบบนี้ กรมฯ มั่นใจว่าจะช่วยผลักดันให้เป้าหมายการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกเกษตรอินทรีย์เป็น 6 แสนไร่ภายในปี 2564 เพิ่มขึ้นจาก 2 แสนไร่ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว ทำได้เร็วขึ้น เพราะเกษตรกรจะมีแรงจูงใจในการทำเกษตรอินทรีย์ และยังมั่นใจว่าจะผลักดันให้มีจำนวนเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นราย
ปัจจุบัน ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทย มีมูลค่าตลาดประมาณ 2,700 ล้านบาท เติบโตปีละประมาณ 20% โดยแบ่งเป็นตลาดภายในประเทศ 800 ล้านบาท และตลาดต่างประเทศ 1,900 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าการส่งออกคิดเป็น 0.07% ของมูลค่าตลาดโลก ทำให้ยังมีโอกาสขยายตลาดได้อีกมาก ทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ