กองทรัสต์ LHHOTEL ลงทุนเพิ่ม 2 ทรัพย์สินใหม่ “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา-โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา” มูลค่า 9,800 ล้านบาท รับธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว หนุนพอร์ตเติบโตเท่าตัวแตะ 20,000 ล้านบาท เตรียมเสนอขายหน่วยทรัสต์ไม่เกิน 540 ล้านหน่วย-กู้ยืมเงินไม่เกิน 4,500 ล้านบาท ประมาณการเงินจ่ายประโยชน์ตอบแทน 1.15 บาทต่อหน่วย
วันที่ 13 กันยายน 2566 นายกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) ในเครือ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะ Sponsor ของกองทรัสต์ ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล (LHHOTEL) เปิดเผยว่า พัทยาถือเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทย สามารถเดินทางได้สะดวกเพียงกว่า 1 ชั่วโมง จากกรุงเทพฯ
โดยการท่องเที่ยวพัทยาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังจากเปิดประเทศปลายปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ภาพรวมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของพัทยา ยังได้รับปัจจัยบวกจากโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ให้เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของภูมิภาคอาเซียนและแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศ
รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ เช่น ยกระดับสนามบินอู่ตะเภา เป็นสนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์หลักแห่งที่ 3, พัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 และโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมต่อ 3 สนามบิน เป็นต้น

ทั้งนี้ภาพรวมธุรกิจโรงแรม (ทุกระดับ) และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในพัทยา ณ สิ้นปี 2565 มีจำนวนห้องพักรวมประมาณ 60,000 ห้อง ในจำนวนดังกล่าวเป็นโรงแรมระดับบน 22% และโรงแรมระดับลักเซอรี่เพียง 1% ส่วนที่เหลือเป็นโรงแรมระดับกลาง 64% โรงแรมราคาประหยัด 11% และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ 2%
ซื้อ 2 โรงแรมพัทยาเข้ากอง
โดย “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา” และ “โรงแรมแกรนด์เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา” ซึ่งพัฒนาและบริหารโดยบริษัท และเป็นทรัพย์สินที่ LHHOTEL จะลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้ จัดอยู่ในโรงแรมระดับลักเซอรี่และโรงแรมระดับบน ซึ่งมีคู่แข่งน้อยราย
โดยโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา มีจำนวน 490 ห้องพัก ออกแบบด้วยคอนเซ็ปต์อวกาศแห่งแรกในประเทศไทย โดยมีสวนน้ำอวกาศ Space Water Park ขนาดใหญ่กว่า 12,000 ตารางเมตร สปาและออนเซ็นซีวิวแห่งแรกในประเทศไทย
นับจากเปิดบริการเดือนสิงหาคม 2565 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าต่างชาติและคนไทย โดยช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยกว่า 91%
ส่วนโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา มีจำนวน 396 ห้องพัก ตั้งอยู่บนศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา แหล่งช็อปปิ้งใจกลางย่านพัทยาเหนือ ที่เพียบพร้อมไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เปิดบริการปลายปี 2561
จุดเด่นโรงแรม
จุดเด่นคือ ห้องพักทุกห้องสามารถมองเห็นวิวทะเลและสามารถเดินทางเข้าออกโรงแรมได้อย่างสะดวกสบาย ด้วย 3 ถนนเส้นหลัก มีสวนน้ำลอยฟ้า 6,000 ตารางเมตร
โดยผลการดำเนินงานฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยกว่า 91% เช่นเดียวกัน แม้ว่าชาวจีนยังไม่ได้เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างเต็มที่
นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ LHHOTEL กล่าวว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวและโรงแรมของประเทศไทยฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ประกอบกับประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว
ส่งผลให้ช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยแล้ว 12.9 ล้านคน สูงกว่าปี 2565
โดยทั้งปีที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 11.2 ล้านคน ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยตลอดปี 2566 จะมีจำนวนรวมประมาณ 25-30 ล้านคน
แม้ยังไม่เท่ากับปี 2562 ในช่วงก่อนเกิดโควิด-19 และนักท่องเที่ยวชาวจีนยังไม่ได้เดินทางมาไทยเท่ากับเป้าหมายตามที่คาดไว้ก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดรัฐบาลชุดใหม่เร่งดำเนินนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวรับไฮซีซั่น เช่น นโยบายฟรีวีซ่า เป็นต้น ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรม
ดังนั้น การลงทุนภายใต้ธีมการท่องเที่ยวของประเทศไทย จึงน่าสนใจและเป็นโอกาสดีที่จะเข้าลงทุนในกองทรัสต์ประเภทโรงแรม ซึ่งจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายดังกล่าว
อีกทั้งในปัจจุบันทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นมีแนวโน้มเข้าใกล้จุดสูงสุด ซึ่งจะส่งผลดีต่อการลงทุนในกองทรัสต์ที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะกองทรัสต์ LHHOTEL ที่มีนโยบายลงทุนในทรัพย์สินกลุ่มโรงแรมที่มีศักยภาพ มีผลการดำเนินงานที่ดี พัฒนาและบริหารงานโดยบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญและได้มาตรฐาน
ล่าสุดอยู่ระหว่างการเตรียมการลงทุนเพิ่มเติมในโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา ซึ่งเป็นทรัพย์สินคุณภาพจาก บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล ในเครือ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
ดร.ณัฐกวิน เจียมโชติพัฒนกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ LHHOTEL กล่าวว่า ปัจจุบันกองทรัสต์ LHHOTEL มีทรัพย์สินหลัก 3 โครงการ ได้แก่
- โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 จำนวน 462 ห้องพัก
- โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ จำนวน 497 ห้องพัก
- โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55จำนวน 442 ห้องพัก
อัตราเข้าพัก 90%
โดยผลการดำเนินงานของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ทั้ง 3 แห่งดังกล่าว ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 90% และค่าห้องพักเฉลี่ยสูงกว่าในช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2562 แล้วกว่า 20%
ขณะที่ผลการดำเนินงานของกองทรัสต์ LHHOTEL ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังจากเปิดประเทศและกลับมาจ่ายประโยชน์ตอบแทนในรูปเงินปันผลแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ ตั้งแต่งวดไตรมาส 3/2565
โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 กองทรัสต์จ่ายเงินปันผลแล้ว 2 ครั้ง รวมเป็นจำนวนเงิน 0.58 บาทต่อหน่วย
ทั้งนี้ จากภาพรวมการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัว จึงเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่กองทรัสต์ LHHOTEL จะลงทุนเพิ่มเติมในโรงแรมพัทยา 2 โครงการ นับเป็นการกระจายการลงทุนสู่พัทยาเป็นครั้งแรกในทรัพย์สินศักยภาพสูงที่เป็นแลนด์มาร์กของย่านพัทยาเหนือเพื่อเปิดโอกาสให้แก่ผู้ที่สนใจเข้าลงทุน
ทรัพย์สินในพอร์ตแตะ 2 หมื่นล้าน
ซึ่งภายหลังลงทุนเพิ่มเติม LHHOTEL จะมีมูลค่าสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็นกว่า 20,000 ล้านบาท และมีอายุสิทธิการเช่าคงเหลือเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 22 ปีเศษ จากเดิมประมาณ 18 ปีเศษ
รวมถึงมีการกระจายการลงทุนที่ดีขึ้น โดยมีสัดส่วนทรัพย์สินในกรุงเทพฯ 55% และพัทยา 45%
นางสาวจิตติสา เจริญพานิช ผู้บริหารงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินร่วม กล่าวว่า LHHOTEL เป็นทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจในจังหวะนี้ที่ภาพรวมการท่องเที่ยวกับมาคึกคักโดยโรงแรม ที่ LHHOTEL ลงทุนอยู่ในปัจจุบันและจะลงทุนเพิ่มเติม เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่มีศักยภาพสูง
อยู่ในทำเลย่านศูนย์กลางธุรกิจใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และพัทยาที่เป็นเมืองท่องเที่ยวของทั้งคนไทยและต่างชาติ และโรงแรมทั้งหมดมีผลการดำเนินงานที่ดี และฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากช่วงโควิด-19
โรงแรมที่ LHHOTEL เข้าลงทุน พัฒนาและบริหารโดย Sponsor ในกลุ่ม แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ฯ ผู้พัฒนาโครงการและบริหารโรงแรมชั้นนำ และการบริหารจัดการโดยผู้จัดการกองทรัสต์มืออาชีพโดย บลจ. LH Fund
นอกจากนี้ Sponsor ยังมีไปป์ไลน์ในการพัฒนาทรัพย์สินใหม่ ๆ ที่เป็นโอกาสให้กับ LHHOTEL ในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต
ปัจจุบัน LHHOTEL เป็นกองทรัสต์กลุ่มโรงแรม ที่มีขนาดสินทรัพย์รวม และมูลค่าตามราคาตลาดสูงที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ฯ การเพิ่มทุน และลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินใหม่จะช่วยเสริมสภาพคล่องจากขนาดของกองทรัสต์ที่ใหญ่ขึ้น และสร้างการเติบโตให้กับรายได้ของกองทรัสต์
เสนอขายหน่วยทรัสต์ไม่เกิน 450 ล้านหน่วย
โดยการเพิ่มทุนในครั้งนี้ กองทรัสต์จะมีการเสนอขายหน่วยทรัสต์จำนวนไม่เกิน 540 ล้านหน่วย และมีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินไม่เกิน 4,500 ล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนในสิทธิการเช่าโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา
โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมไม่เกิน 9,800 ล้านบาท และมีประมาณการเงินจ่ายประโยชน์ตอบแทน ภายหลังการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมอยู่ที่ประมาณ 1.15 บาทต่อหน่วย (อ้างอิงจากรายงานและข้อมูลทางการเงินตามสถานการณ์สมมุติของผู้สอบบัญชี สำหรับงวด 12 เดือน ช่วงเวลาประมาณการวันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567)
นายยศวีร์ สุทธิกุลพานิช ผู้บริหารสายงาน Investment Banking and Capital Markets ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCBB) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินร่วม กล่าวว่า กองทรัสต์ (REIT) เป็นหนึ่งในการลงทุนที่ได้รับความนิยมและมีความน่าสนใจ
เนื่องจากมีโอกาสรับผลตอบแทนการลงทุนที่มีความสม่ำเสมอในระยะยาวและมีความผันผวนด้านราคาต่ำกว่าตราสารทุน
จ่ายปันผลดี
โดยเฉพาะ LHHOTEL ที่ลงทุนในโรงแรมที่มีอัตราเข้าพักและผลการดำเนินงานรวมทั้งการจ่ายเงินปันผลที่ดี และยังสามารถฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากช่วงโควิด-19 หลังจากประกาศเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงปลายปีที่ผ่านมา
ประกอบกับปัจจุบันคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีแนวโน้มที่ใกล้จะยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว จะส่งเสริมความน่าสนใจในการลงทุนในกองทรัสต์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล
นอกจากนี้หลังจากมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
และคาดว่าจะมีกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติ (Fund Flow) ที่จะไหลเข้ามาสู่ตลาดทุนไทยเพิ่มขึ้นด้วย
ขายผู้ถือหน่วยเดิม-นักลงทุนรายใหม่
ทั้งนี้ สำหรับความคืบหน้าการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติม เพื่อจะใช้เข้าลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินใหม่ของ LHHOTEL ซึ่งจะเสนอขายแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมและนักลงทุนรายใหม่
หลังจากสำนักงาน ก.ล.ต. ได้นับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยทรัสต์ แบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (ไฟลิ่ง) แล้ว
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาให้มีผลบังคับใช้ โดย LHHOTEL จะประชาสัมพันธ์ข้อมูลสำคัญต่าง ๆ รวมถึงช่วงระยะเวลาจองซื้อให้ผู้ลงทุนทราบตามช่องทางต่าง ๆ ต่อไป