ราคาน้ำมันดิบ (20 ก.ย. 66) ปรับลด หลังนักลงทุนเริ่มเทขายทำกำไร
ราคาน้ำมันดิบปรับลงเล็กน้อย หลังนักลงทุนเริ่มเทขายทำกำไร
วันที่ 20 กันยายน 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงเล็กน้อย หลังนักลงทุนเริ่มเทขายทำกำไร จากราคาที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องกว่า 3 วันติดต่อกันสู่ระดับสูงกว่า 95 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 65
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 19 ก.ย. 2566 อยู่ที่ 91.20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.28 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 94.34 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.09 เหรียญสหรัฐ
ตลาดยังคงกังวลอุปทานน้ำมันดิบตึงตัว จากการขยายระยะเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตของซาอุดีอาระเบียและรัสเซียรวมกันที่ 1.3 ล้านบาร์เรล ต่อวันจนถึงสิ้นปี 2566 และปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ shale oil ของสหรัฐในเดือน ต.ค. 66 ที่คาดว่าจะลดลงเป็นเดือนที่สามติดต่อกัน
รัสเซียกำลังพิจารณาเพิ่มการเก็บภาษีการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปทุกประเภทกว่า 250 เหรียญสหรัฐต่อตัน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 66 ถึง มิ.ย. 67 เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ
หลังตลาดปิด สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) เผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 15 ก.ย. 66 ปรับลดลงกว่า 5.25 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลงเพียง 2.7 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตลาดคาดการณ์ปริมาณการนำเข้าน้ำมันเบนซินของมาเลเซียมีแนวโน้มปรับตัวลดลง จากการกลับมาดำเนินงานของโรงกลั่นภายในประเทศ
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังจีนมีแนวโน้มส่งออกเพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลคาดจะปรับลดโควตาการส่งออกน้ำมันเตา 0.8 ล้านตัน เป็นน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันเครื่องบิน สำหรับปีนี้ ท่ามกลางการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นในเกาหลีใต้
