เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CPALL ออกมาตรการสกัดรีเซล สินค้า ALL Café
Business CPALL ออกมาตรการสกัดรีเซล สินค้า ALL Café
ดีมานด์นักท่องเที่ยวยุโรปพุ่ง หนุนไฟลต์บินตรงเข้าไทยผู้โดยสารทะลัก
Business ดีมานด์นักท่องเที่ยวยุโรปพุ่ง หนุนไฟลต์บินตรงเข้าไทยผู้โดยสารทะลัก
‘โกลเด้น คอสเมติก’ เมืองตราด พลิกวิกฤตปิดด่าน ลุยยุโรป-ตะวันออกกลาง
Economic ‘โกลเด้น คอสเมติก’ เมืองตราด พลิกวิกฤตปิดด่าน ลุยยุโรป-ตะวันออกกลาง
เซวตาระอุ! ชาวโมร็อกโกนับหมื่นแห่ว่ายน้ำข้ามแดน หนีวิกฤตไร้งานทำ
Economic เซวตาระอุ! ชาวโมร็อกโกนับหมื่นแห่ว่ายน้ำข้ามแดน หนีวิกฤตไร้งานทำ
ศาลสั่งคืนภาษีทรัมป์! Amazon รับ 2 หมื่นล้าน ลุยคืนเงินลูกค้า-หั่นราคาสินค้า
Business ศาลสั่งคืนภาษีทรัมป์! Amazon รับ 2 หมื่นล้าน ลุยคืนเงินลูกค้า-หั่นราคาสินค้า
2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน
Politics 2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน
ถอดบทเรียน ‘ซีรีส์เกาหลี’ ยุคสตรีมมิ่ง ทำไมโตระดับโลก แต่ ‘ในบ้าน’ เริ่มอ่อนแอ ?
Tech ถอดบทเรียน ‘ซีรีส์เกาหลี’ ยุคสตรีมมิ่ง ทำไมโตระดับโลก แต่ ‘ในบ้าน’ เริ่มอ่อนแอ ?
รัฐบาลเดินหน้าแก้ค่าไฟแพง เคลียร์สัญญาชั่วนิรันดร์ ราคาต้องเหมาะสม-มีพลังงานพอ
Politics รัฐบาลเดินหน้าแก้ค่าไฟแพง เคลียร์สัญญาชั่วนิรันดร์ ราคาต้องเหมาะสม-มีพลังงานพอ
จับตา ‘น้ำแม่สาย’ เช้านี้ปริ่มตลิ่งอีกระลอก ฝนเมียนมาถล่ม เสี่ยงน้ำรั่วเข้าชุมชน
เศรษฐกิจภูมิภาค จับตา ‘น้ำแม่สาย’ เช้านี้ปริ่มตลิ่งอีกระลอก ฝนเมียนมาถล่ม เสี่ยงน้ำรั่วเข้าชุมชน
Geely EX2  อีวีสุดจี๊ด คุ้มค่า น่าโดน
Automotive Geely EX2 อีวีสุดจี๊ด คุ้มค่า น่าโดน
ดูทั้งหมด

inDrive ลงตลาดเขย่าสมรภูมิแอปเรียกรถ

02 ต.ค. 2566 | 16:15น.

inDrive แอปเรียกรถสัญชาติอเมริกัน จ่อลุยทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการ สแกนตลาด-สะท้อนภาพการแข่งขันในตลาดแอปเรียกรถ มูลค่า 70,000ล้านบาทที่เติบโตหลังโควิด 

ในช่วงปลายปี 2565 เป็นต้นมา สถานการณ์โควิดคลี่คลายไปมาก ขณะที่นักท่องเที่ยวเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ กระตุ้นให้เกิดการเดินทางภายในเมืองและการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่จริง ทั้งการทำงานหรือกิจกรรมในชีวิตประจำวันก็กลับมาคึกคักมากขึ้น

ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจที่ได้รับปัจจัยหนุนจากการท่องเที่ยว-เดินทางในชีวิตปกติ คือ ธุรกิจให้บริการ และหากแยกย่อยลงไปก็มีธุรกิจให้บริการขนส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ride-hailing) หรือ “แอปเรียกรถ” ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงโควิด และเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง

แอปเรียกรถรายใหม่ทยอยเข้าสู่ตลาด

ก่อนหน้าโควิด-19 ยังเป็นช่วงของการบุกเบิกแพลตฟอร์มและบริการเรียกรถ แพลตฟอร์มต่างชาติ ได้แก่ Uber Grab และ GET (Gojek) ที่เข้ามาทดลองและพัฒนาระบบพร้อม ๆ กับขับเคลื่อนข้อกฎหมายในบ้านเราอย่างยาวนานเริ่มถอยออกจากตลาดจนเหลือเพียง Grab และอีกรายคือ Lineman ที่ให้บริการเฉพาะเรียกรถแท็กซี่

จนกระทั่งสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้คนอาศัยอยู่กับบ้านมากขึ้น ทำให้ Grab และ Lineman หันไปมุ่งเน้นการพัฒนาบริการดีลิเวอรี่แข่งกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ จนทำให้ Grab มีกำไรครั้งแรกจากธุรกิจฟู้ดดีลิเวอรี่ และในภาพรวมปี 2565 ก็พลิกทำกำไรจากทั้งดีลิเวอรี่และบริการเรียกรถกว่า 652 ล้านบาท

ในส่วนธุรกิจเรียกรถของ Grab ปี 2564 มีรายได้รวม 11,218 ล้านบาท แต่ยังคงขาดทุนสุทธิ 325 ล้านบาท จนกระทั่งในปี 2565 รายได้เติบโตจากปี 2564 ถึง 33.6% มาอยู่ที่ 15,197 ล้านบาท และพลิกกลับมาทำกำไรสุทธิ 576 ล้านบาท หรืออัตรากำไรเติบโตปีต่อปีสูงถึง 277.13%

ในขณะเดียวกัน “แอปเรียกรถ” จำนวนหนึ่งกลับซุ่มพัฒนาและปล่อยให้มีการทดลองใช้กันอย่างเงียบ ๆ ในประเทศไทยมาตั้งแต่ 2-3 ปี ก่อนแล้ว เช่น Bolt และ inDrive

ฝั่งแพลตฟอร์มไทยของ Robinhood ที่เกิดจากปัญหาเรื่องค่าบริการฟู้ดดีลิเวอรี่ที่เก็บจากร้านค้าแพง จึงสร้างแอปขึ้นมาโดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมร้านค้า และเติบโตเก็บเกี่ยวฐานผู้ใช้งานตลอดมาจนกระทั่งในช่วงเดือนธันวาคม 2565 ก็มีการประกาศลุยสมรภูมิแอปเรียกรถเต็มตัวโดยเริ่มที่เครือข่ายแท็กซี่กว่าหมื่นคัน

ลักษณะเช่นเดียวกับ AirAsia Super App ที่ก่อนหน้านั้นไม่นานซื้อกิจการของ GET หรือ Gojek แพลตฟอร์มสัญชาติอินโดนีเซีย แล้วพัฒนาใหม่เป็นแอปดีลิเวอรี่ของตนเอง และขยายบริการจนขอใบอนุญาตจากกรมขนส่งทางบกให้บริการเรียกรถได้ในช่วงไล่เรี่ยกันของปี 2565

ไม่ใช่แค่ Robinhood และ AirAsia Super App ในเวลาไล่เรี่ยกันมีแพลตฟอร์มหรือผู้ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกกฎหมายจากกรมการขนส่งทางบกหน้าใหม่รวมทั้งสิ้น 6 แอป แบ่งเป็น แอปพลิเคชั่นที่เรียกแท็กซี่และรถส่วนบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้บริการรับจ้างขนส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ Grab, Air Asia Ride Robinhood Ride และล่าสุด คือ Bolt ซึ่งได้รับใบอนุญาตเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีแอปสำหรับให้บริการแท็กซี่โดยเฉพาะ คือ Cabb Driver ที่ให้ผู้ขับเช่ารถแท็กซี่ทรงคลาสสิก ให้บริการในกรุงเทพฯและปริมณฑล อีกแอป คือ Hello Phuket ให้บริการเรียกแท็กซี่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

แพลตฟอร์มเอสโตเนีย สแกนตลาดแอปเรียกรถอาเซียนมูลค่า 7 หมื่นล้าน

ในช่วงที่ Bolt แพลตฟอร์มสัญชาติเอสโตเนีย ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการพัฒนาระบบบริการดิจิทัลประกาศทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือ พ.ค. 2566 ที่ผ่านมา

นายณัฐดลย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการประเทศไทย Bolt กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ผู้คนกลับมาเดินทางอีกครั้ง ทำให้มีผู้ประกอบการหลายรายตบเท้าเข้าสู่ตลาดนี้ รวมถึง Bolt ที่ขยายธุรกิจมายังประเทศเทศไทย ก่อนขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย

“คนไทยที่มาใช้บริการแอปเรียกรถยังไม่เท่ากับประเทศอื่น ๆ ในโลก ที่ใช้ระบบนี้ในชีวิตประจำวันได้ จึงยังมีโอกาสเติบโต แต่ยอมรับว่ามีคู่แข่งอีกมากที่เข้ามาได้ อย่างในไทยเองมี 70 ล้านคน แต่สัดส่วนที่มาใช้แอปเรียกรถน้อยกว่า 10% และหากมองมูลค่าตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสูงถึง 75,000 ล้านบาท และน่าจะโตอย่างน้อยอีก 9.4% ถึงปี 2028 จะอยู่ที่ 1.6 แสนล้านบาท เราก็โฟกัสในธุรกิจตัวเอง และอยากเป็นที่ 1 มีฐานลูกค้าและฐานคนขับที่ใหญ่ และเป็นทางเลือกคนในเมือง”

Bolt ใช้กันแพร่หลายในทวีปยุโรป 45 ประเทศ 300 หัวเมืองใหญ่ มีฐานลูกค้า100 ล้านคน และการเกิดที่เอสโตเนียซึ่งเป็นประเทศที่เน้นการพัฒนาด้านดิจิทัลจึงมีความพร้อมด้านพัฒนาเทคโนโลยีด้วยต้นทุนที่ต่ำ จึงสามารถสเกลในประเทศต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว และสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

“Bolt เริ่มเข้ามาทดลองให้บริการในไทย ตั้งแต่ 2563 ด้วยปัจจัยความพร้อมต่าง ๆ จึงเห็นการเติบโตชัดเจนในฝั่งคนขับ จำนวนรอบ จำนวนเที่ยว ปีต่อปีโต 3Digit เป็นเอ็กโปเนียนเชียล มีพาร์ตเนอร์คนขับ หรือ ‘ไรเดอร์’ นับหมื่นคน และมีโอกาสขยายเป็นแสนคนได้ในเวลาอันใกล้นี้”

“สำหรับตลาดประเทศไทยมีปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน เช่น การมีกลุ่มประชากรที่มีความคุ้นชินการใช้แอปพลิเคชั่น หรือความนิยมในการใช้ระบบไร้เงินสด อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งนักท่องเที่ยวคุ้นเคยกับ Bolt อยู่แล้ว ไทยจึงมีดีมานด์ทั้งในฝั่งคนขับ และผู้โดยสาร เราจึงเลือกที่จะเริ่มต้นในไทยก่อนไปประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย” นายณัฐดลย์กล่าว

inDrive แพลตฟอร์มอเมริกัน จ่อลุยตลาดตาม

ในช่วงเดียวกันกับที่ Bolt เข้ามาสแกนตลาดบริการแอปเรียกรถในประเทศไทย ก็มีแอป inDrive อีกแอปหนึ่งที่เข้ามาทดลองในช่วงเวลาไลเรี่ยกัน และเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเมื่อราว 1-2 ปีก่อน

โดย inDrive ชูจุดเด่นเรื่อง “การต่อรองราคา” ระหว่างผู้ใช้บริการ และไรเดอร์คนขับ (peer-to-peer) แม้จะมีระบบคำนวณราคาตามระยะทาง แต่ผู้ใช้สามารถเลือกคนขับที่เสนอราคาที่พึงพอใจได้ โดยมีทั้งบริการขนส่งภายในเมือง ระหว่างเมือง และขนส่งพัสดุหรือรถบรรทุกส่งของ

บริการขนส่งระหว่างเมืองยอดนิยมมักจะเป็นกรุงเทพฯ-พัทยา หรือกรุงเทพฯ-หัวหิน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเลือกของทั้งผู้ใช้และผู้ขับที่ต่อรองราคากันภายในแอป

inDrive ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในเมืองยาคุตสค์ ไซบีเรียตะวันออก แต่ย้ายไปในปี 2561 ได้จดทะเบียนบริษัท inDriver Holdings Inc จดทะเบียนในมลรัฐเดลาแวร์ สหรัฐอเมริกัน และดำเนินงานในกว่า 40 ประเทศ และมีสำนักงาน 17 แห่งทั่วโลก