เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

เปิดข้อมูล “นักลงทุนต่างประเทศ” 10 สัญชาติ ถือหุ้นไทย 5.6 ล้านล้าน

07 ต.ค. 2566 | 11:00น.
หุ้นไทยแกว่งตัว 1,590-1,610 จุด

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดข้อมูลนักลงทุนต่างประเทศ 10 สัญชาติ ถือครองหุ้นไทยกว่า 5.6 ล้านล้านบาท

วันที่ 7 ตุลาคม 2566 นางสาวสุมิตรา ตั้งสมวรพงษ์ ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า จากการศึกษาข้อมูลการถือครองหุ้นในตลาดหุ้นไทย จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2566 ของบริษัทจดทะเบียนจำนวน 795 บริษัท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) รวมกว่า 19.26 ล้านล้านบาท หรือ 99.4% ของมูลค่าหลักทรัพย์รวมทั้งตลาด พบว่า

นักลงทุนต่างชาติถือครองหุ้นไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยมูลค่ารวมกว่า 5.87 ล้านล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 14.95% จากสิ้นเดือนกรกฎาคม 2565 โดยมูลค่าการถือครองหุ้นคิดเป็น 30.50% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ที่สำคัญจาก 1.การปรับเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในบางหมวดธุรกิจ และ 2.การถือครองหุ้นของบริษัทที่เข้าจดทะเบียนซื้อขายใหม่ (New Listing Companies) จำนวน 45 บริษัท ซึ่งมีมูลค่าถือครองหุ้นรวม 69,528 ล้านบาท

และอุตสาหกรรมที่นักลงทุนต่างชาติมีมูลค่าการถือครองหุ้นสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มบริการ และกลุ่มธุรกิจการเงิน มีมูลค่าถือครองหุ้นรวม 4.08 ล้านล้านบาท คิดเป็น 69.4% ของมูลค่าการถือครองหุ้นรวมของนักลงทุนต่างชาติ

โดยกลุ่มเทคโนโลยี ยังคงเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่นักลงทุนต่างชาติถือครองหุ้นด้วยมูลค่าสูงสุดที่ระดับ 1,930,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 775,102 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 67.07% จากปีก่อน โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้มูลค่าการซื้อครองหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลจาก

1.ราคาหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และ 2.การถือครองหุ้นเพิ่มขึ้นในบริษัทจดทะเบียนในหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในหมวดเทคโนโลยีและการสื่อสารที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้

รองลงมาเป็นกลุ่มบริการ ปรับขึ้นมาจากอันดับ 4 ในปีก่อน โดยมีมูลค่าการถือครองหุ้นรวม 1,086,482 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194,638 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.82% จากปีก่อน โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้มูลค่าการซื้อครองหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลจาก

1.การได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นของนักลงทุนต่างประเทศและถือครองหุ้นเพิ่มขึ้นในบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในหมวดการแพทย์ และ 2.การปรับย้ายหมวดธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ย้ายมาอยู่ในหมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการ ภายใต้กลุ่มบริการ

ถัดมาเป็นกลุ่มธุรกิจการเงิน ที่ลดลงจากอันดับ 2 ในปีก่อน โดยมีมูลค่าการถือครองหุ้นรวม 1,057,987 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51,237 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.09% จากปีก่อน สวนทางกับการเปลี่ยนแปลงดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลดลง 0.97% จากปีก่อน

ทั้งนี้เนื่องจาก 1.การเข้าจดทะเบียนของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในหมวดประกันภัยและประกันชีวิต และ 2.การถือครองหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในหมวดธนาคารบางแห่งที่เพิ่มขึ้น โดยบางธนาคารเป็นผลจากราคาที่ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่บางธนาคารมีการถือครองด้วยจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่กลุ่มทรัพยากร ลดลงจากอันดับ 3 ในปีก่อน โดยมีมูลค่าการถือครองหุ้นรวม 861,642 ล้านบาท ลดลง 91,779 ล้านบาท หรือลดลง 9.63% จากปีก่อน ใกล้เคียงดัชนีของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวลดลง 8.94% จากปีก่อน

ส่วนหมวดธุรกิจที่นักลงทุนต่างชาติ มีมูลค่าการถือครองหุ้นสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ETRON) 1,384,202 ล้านบาท รองลงมา คือ หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค (ENERG) 861,642 ล้านบาท และหมวดธนาคาร (BANK) 828,880 ล้านบาท

โดย 3 หมวดธุรกิจนี้มีมูลค่าการถือครองหุ้นรวม 3.07 ล้านล้านบาท หรือ 52.34% ของมูลค่าการถือครองหุ้นรวมของนักลงทุนต่างชาติ

และพบสัดส่วน 75.2% ของมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ เป็นการถือครองหุ้นที่อยู่ในองค์ประกอบของดัชนี MSCI Thailand Index เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ระดับ 72.3%

และนักลงทุนต่างชาติที่มีมูลค่าการถือครองหุ้นสูงสุด 10 สัญชาติแรก พบว่า 9 ใน 10 สัญชาติ เป็นสัญชาติเดียวกันกับปีก่อน แต่มีสลับอันดับ โดยนักลงทุนจากสหราชอาณาจักร มีมูลค่าการถือครองหุ้นสูงสุด ตามมาด้วยนักลงทุนจากสิงคโปร์ ฮ่องกง สวิสเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ มอริเชียส ไต้หวัน และฝรั่งเศส ตามอันดับ ขณะที่บริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์ อันดับลดลงไปอยู่ที่อันดับที่ 11 จากอันดับ 10 ในปีผ่านมา โดย 10 ประเทศนี้มีมูลค่าการถือครองหุ้นรวม 5.64 ล้านล้านบาท สัดส่วน 96% ของมูลค่าการถือครองหุ้นรวมของนักลงทุนต่างชาติ

  • นักลงทุนจากสหราชอาณาจักร ยังคงมีมูลค่าการถือครองหุ้นสูงสุดในตลาดหุ้นไทย โดยมูลค่าการถือครองหุ้นส่วนใหญ่กระจายถือครองหุ้นของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่เป็นองค์ประกอบดัชนีอ้างอิงต่างประเทศ (อาทิ MSCI Thailand Index เป็นต้น)
  • อันดับที่ 2 ยังคงเป็นนักลงทุนจากสิงคโปร์ ที่มูลค่าการถือครองหุ้นส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ทั้งในหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และหมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
  • ขณะที่อันดับ 3 ในปีนี้ คือ นักลงทุนจากฮ่องกง มูลค่าการถือครองหุ้นส่วนใหญ่กระจายถือครองหุ้นของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่เป็นองค์ประกอบดัชนีอ้างอิงต่างประเทศ แซงหน้านักลงทุนจากสวิสเซอร์แลนด์ ที่ปีนี้อยู่ที่อันดับ 4 โดยมูลค่าการถือครองหุ้นส่วนใหญ่ของกระจายถือครองหุ้นของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่เป็นองค์ประกอบดัชนีอ้างอิงต่างประเทศ โดยเฉพาะในธุรกิจพลังงาน
  • อันดับที่ 5 และอันดับที่ 6 ยังคงเป็นสัญชาติและอันดับเดิม ได้แก่ นักลงทุนจากสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ตามอันดับ
  • อันดับที่ 7 และอันดับที่ 8 ยังคงเป็นนักลงทุนจากเนเธอร์แลนด์และมอริเชียส โดยปีนี้เนเธอร์แลนด์ขยับแซงหน้ามอริเชียสมาอยู่ที่อันดับ 7 ส่วนมอริเชียสลดลงไปอยู่มี่อันดับ 8
  • ส่วนอันดับ 9 คือ นักลงทุนจากไต้หวัน ขยับขึ้นมาจากอันดับที่ 11 ในปีที่ผ่านมา โดยมูลค่าการถือครองหุ้นส่วนใหญ่อยู่ในหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
  • อันดับที่ 10 คือ นักลงทุนจากฝรั่งเศส ที่ลดลงมาจากอันดับ 9 ในปีที่ผ่านมา และนักลงทุนจากบริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์ ที่อยู่ในอันดับ 10 ในปีที่ผ่านมา ที่ขยับลดลงไปอยู่ที่อันดับ 11 ในปีนี้