เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สีหศักดิ์ ปิดจ็อบเยือนยุโรป 3 ประเทศ ได้แรงหนุนคาด FTA ไทย-อียู สรุปจบปีนี้
World สีหศักดิ์ ปิดจ็อบเยือนยุโรป 3 ประเทศ ได้แรงหนุนคาด FTA ไทย-อียู สรุปจบปีนี้
อนุทิน มั่นใจไทยรอดวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่ขาดแคลนน้ำมัน-มีเพียงราคาอิงตลาดโลก
Politics อนุทิน มั่นใจไทยรอดวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่ขาดแคลนน้ำมัน-มีเพียงราคาอิงตลาดโลก
อนุทิน มั่นใจ GDP ปีนี้โตเกิน 2.1% ได้ลงทุน-ส่งออก-จ้างงานหนุน 
Politics อนุทิน มั่นใจ GDP ปีนี้โตเกิน 2.1% ได้ลงทุน-ส่งออก-จ้างงานหนุน 
อนุทิน ไม่ปิดประตูพรรคที่ 3 หากประเทศ-ประชาชนได้ประโยชน์ ยันไร้คลื่นใต้น้ำ ครม.
Politics อนุทิน ไม่ปิดประตูพรรคที่ 3 หากประเทศ-ประชาชนได้ประโยชน์ ยันไร้คลื่นใต้น้ำ ครม.
PEA เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี ลงทุนหมื่นล้าน ดาต้าเซ็นเตอร์-EV Hub 
Economic PEA เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี ลงทุนหมื่นล้าน ดาต้าเซ็นเตอร์-EV Hub 
พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
Economic พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
Politics ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
Automotive มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
Politics อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
ดูทั้งหมด

“ภากร” รับลูกนายกฯเศรษฐา เฮียริ่ง “ขยายเวลาเทรดหุ้น” ดึงนักลงทุน

05 ต.ค. 2566 | 15:43น.
นายภากร ปีตธวัชชัย

“ภากร” ผู้จัดการตลาดหุ้นไทย รับลูกนายกฯ “เศรษฐา ทวีสิน” ลุยเปิดเฮียริ่ง “ขยายเวลาซื้อขายหุ้น” ดึงนักลงทุน-เพิ่มวอลุ่มตลาด พร้อมเปิดแผนหารือ ออกไปโรดโชว์นักลงทุนต่างชาติ แสดงความสามารถทำกำไร-ศักยภาพบริษัทจดทะเบียนไทย ปั้นโปรดักต์ใหม่

วันที่ 5 ตุลาคม 2566 นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า จากการได้เข้าพบคุณเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เพื่อหารือแผนพัฒนาตลาดทุนไทย ได้ข้อสรุปด้วยกัน 5 เรื่องสำคัญคือ 1.การขยายเวลาซื้อขายหุ้นไทย ซึ่งเรื่องนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯได้ทำการศึกษามาโดยตลอด เพียงแต่ในอดีตยังไม่เห็นประโยชน์ที่สูงมากนัก

แต่อย่างไรก็ดีในปัจจุบันมองว่าควรจะกลับมาพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งมีข้อมูลเตรียมไว้แล้ว โดยคาดว่าจะเอาเข้าประชุมคณะกรรมการ เมื่อเสร็จแล้วจะเอาไปเปิดรับฟังความเห็น (เฮียริ่ง) จากผู้ร่วมตลาดทุน และฝ่ายงานกำกับดูแล ต่อไป

ทั้งนี้ ในส่วนของตลาดหลักทรัพย์ฯไม่มีข้อจำกัดอะไรเลย ที่จะมีการปรับเพิ่มเวลาการซื้อขาย ระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯสามารถจะเปิดซื้อขายได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นจะขึ้นอยู่กับองค์กรที่เกี่ยวข้องเห็นประโยชน์กับการขยายเวลาตรงนี้อย่างไร

สำหรับแนวทางการขยายเวลาซื้อขายหุ้นไทยนั้น ประโยชน์ที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับเวลาในการขยาย เพราะการซื้อขายของตลาดหุ้นทั่วโลกมีความต่อเนื่องกัน เริ่มจากตลาดหุ้นออสเตรเลีย มายังเอเชีย ไปยุโรป และไปยังสหรัฐอเมริกา ฉะนั้นการขยายช่วงเวลาจะต้องดูว่าจะเป็นช่วงเช้า หรือช่วงเที่ยง หรือช่วงเย็น ซึ่งประโยชน์จะไม่เหมือนกัน ซึ่งตรงนี้คงจะต้องไปนำเสนอข้อดีแต่ละช่วงเวลาให้กับผู้ร่วมตลาดต่อไป

“การที่เราจะขยายเวลาซื้อขายหุ้นไทยในแต่ละช่วงไม่เหมือนกัน เราก็จะได้วอลุ่มของนักลงทุนที่แตกต่างกัน ถ้าเป็นช่วงเช้าจะเป็นวอลุ่มของนักลงทุนในเอเชียนมาร์เก็ต ถ้าเป็นช่วงเที่ยงจะเป็นนักลงทุนเอเชียนและยูโรเปียน และถ้าเป็นช่วงเย็นจะเป็นนักลงทุนยูโรเปียน เพราะฉะนั้นคงจะต้องหารือกันอีกทีว่ากลุ่มนักลงทุนกลุ่มไหนที่เราน่าจะได้ประโยชน์สูงสุด” นายภากรกล่าว

2.ต้องมีการปรับกระบวนการทำงาน การให้ข้อมูล การจัดการการซื้อขายหุ้น และการยกระดับการจัดการของบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ให้ความเชื่อมั่นกลับมาในตลาดทุนให้ได้มากขึ้น

จากที่เกิดเหตุการณ์กรณีของ MORE เมื่อช่วงเดือน พ.ย. 2565 และกลางปี 2566 กรณีของ STRAK ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้วงการตลาดทุนรู้ว่าจะต้องปรับตัวและทำงานร่วมกันมากขึ้น ดำเนินการให้รวดเร็วขึ้น และรุนแรงขึ้น แต่ต้องบาลานซ์ไม่ทำให้การทำธุรกิจ การลงทุน และการระดมทุนยากกว่าเดิม

3.ต้องมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และออกไปชักชวนหรือโรดโชว์นักลงทุนต่างชาติให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรและศักยภาพของบริษัทจดทะเบียนไทย ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ ซึ่งตอนนี้มีหลายธีม อาทิ ความยั่งยืน (Sustainability)

รูปแบบการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ (New S-curve) อาทิ ธุรกิจพลังงานสะอาดหรือธุรกิจอีวี และเรื่องของ Well Being เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนกลับมาลงทุนในตลาดทุนไทยมากขึ้น

4.ต้องทำให้ตลาดทุนไทยเป็นที่นักลงทุนรายย่อยและธุรกิจรายย่อย สามารถใช้ตลาดทุนไทยทั้งในการระดมทุนและไปลงทุนในต่างประเทศได้

5.ต้องผลักดันตลาดทุนไทยไปสู่ระดับภูมิภาค ซึ่งตอนนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯมีนโยบายนี้อยู่แล้วในการสนับสนุนให้บริษัทต่างประเทศเข้ามาระดมทุนในประเทศไทย

“นโยบายที่เราได้รับจากนายกฯ ถือว่าค่อนข้างสอดคล้องกับแผนพัฒนาตลาดทุนไทยที่เราดำเนินการอยู่” ผู้จัดการตลาดหุ้นกล่าว

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า สำหรับภาวะตลาดหุ้นไทยสิ้นเดือน ก.ย.66 พบว่าดัชนี SET Index ปิดที่ 1,471.43 จุด ปรับลดลง 6% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับดัชนีหลักทรัพย์อื่น ๆ ในภูมิภาค และปรับลดลง 11.8% เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อนหน้า

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มการเงิน กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มบริการ

ส่วนมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai อยู่ที่ 49,462 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 34.1% โดยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน 9 เดือนแรกปี 66 อยู่ที่ 56,218 ล้านบาท

โดยนักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิเป็นเดือนที่ 8 โดยในเดือน ก.ย. 2566 ขายสุทธิไปกว่า 22,436 ล้านบาท เนื่องจากแนวโน้มเงินทุนเคลื่อนย้ายกลับไปยังพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯและเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐ รวมถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจจีน

จึงทำให้เห็นสัญญาณเงินทุนไหลออกจากหลายตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียและทำให้เงินสกุลต่าง ๆ ปรับตัวอ่อนค่า โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่ปรับลดลงมาก อย่างไรก็ดีนักลงทุนต่างชาติยังรอจังหวะการกลับเข้าซื้อหุ้นไทยด้วยเหตุผลหลายประการ

เช่น ความคืบหน้าเกี่ยวกับแผนและนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ทิศทางค่าเงินบาท รวมถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย