Skip to content

ชิป 7 นาโนเมตร ของหัวเว่ย เป็นภัยคุกคามแอปเปิลได้อย่างไร

07 ต.ค. 2566 | 12:12น.
ชิป 7 นาโนเมตร ของหัวเว่ย เป็นภัยคุกคามแอปเปิลได้อย่างไร

วัดขุมพลังชิปหัวเว่ย 7 นาโนเมตร สะเทือนชิปไอโฟน 3นาโนเมตร ภัยคุกคามครั้งใหม่ของไฮเทคโนโลยีอเมริกัน

เมื่อต้นเดือน ก.ย.2566 ที่ผ่านมา หัวเว่ย ได้ประกาศวางขายสมาร์ตโฟน Huawei Mate 60 ซึ่งใช้ขุมพลังชิปประมวลผล 7 นาโนเมตร 5G ซึ่งทำให้คู่แข่งทั่วโลกต่างพรั่นพรึงและเต็มไปด้วยคำถามว่า จีนทำได้อย่างไร?

เนื่องจากหัวเว่ย เป็นตัวละครสำคัญของความขัดแย้งทางเทคโนโลยี จีน-สหรัฐ ซึ่งมีมาตรการกีดกันไม่ให้จีนเข้าถึงเทคโนโลยีการผลิตชิปขั้นสูง หรือ คือ เครื่องยิงชิปแบบลิโธกราฟี่ ที่สามารถยิงชิปที่ละเอียดได้ถึง 3นาโนเมตรในปัจจุบัน ซึ่งมีเพียงบริษัท ASML บริษัทดัช แห่งเดียวในโลกที่ผลิตได้ และสิทธิบัตรได้รับการปกป้องจากสหรัฐ

การกีดกันการเข้าถึงเครื่องยิงชิปนี้ ทำให้บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ในจีน ไม่สามารถพัฒนาชิปประสิทธิภาพสูงได้ทันคู่แข่ง และหัวเว่ย ในฐานะผู้ผลิตอุปกรณ์อัจฉริยะก็ตกที่นั่งลำบาก

การที่หัวเว่ย ใช้เทคโนโลยีผลิตชิปแบบเก่าของ บริษัท SMIC (Semiconductor Manufacturing International Corporation) ผลิตชิป  7 นาโนเมตร (ประสิทธิภาพและความจุวงจรใกล้เคียง Snapdragon 888 มีใช้ในแอนดรอยน์เรือธงหลายรุ่น เช่น Samsung S21 จึงเป็นการพัฒนาที่ไล่ตามที่กระชั้นชิดขึ้นมาเพียง 2 ปีเท่านั้น) และยังเป็นชิป 5G ที่ขณะนี้มีเพียง “Qualcomm” เท่านั้นที่ผลิตได้ ขณะที่ Apple ทุ่มเงินวิจัยหลายหมื่นล้านเหรียญสหรัฐยังไม่สำเร็จ

CNBC รายงานผลการวิเคราะห์ Huawei Mate 60 Pro โดยบริษัทซอฟต์แวร์ TechInsights ว่า ขนาดของนาโนเมตร หมายถึงขนาดของทรานซิสเตอร์แต่ละตัวบนชิป ยิ่งทรานซิสเตอร์มีขนาดเล็กเท่าไรก็ยิ่งสามารถบรรจุลงในเซมิคอนดักเตอร์ตัวเดียวได้มากขึ้นเท่านั้น โดยทั่วไป การลดขนาดนาโนเมตรจะทำให้ชิปมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“ชิปสมาร์ทโฟนของ Huawei เรียกว่า Kirin 9000S ซึ่งรวมโปรเซสเซอร์และส่วนประกอบสำหรับการเชื่อมต่อ 5G ซึ่งเป็นอินเทอร์เน็ตบนมือถือยุคถัดไปที่รับประกันความเร็วสูงสุด Huawei ยังไม่ยืนยันว่ารองรับ 5G แต่รีวิวแสดงให้เห็นว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีความสามารถในการดาวน์โหลดด้วยความเร็วระดับ 5G” รายงานระบุ

“Dan Hutcheson” รองประธาน TechInsights กล่าวว่าชิปขนาด 7 นาโนเมตรแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคนิคที่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของจีนสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องลิโธกราฟฟี่ ล่าสุดที่มใช้ลำแสง EUV ของบริษัท ASML

สะเทือนวอชิงตัน

Pranay Kotasthane, รองผู้อำนวยการสถาบัน Takshashila ที่เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์ วิเคราะห์ว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนี้ ได้เขย่าวอชิงตันอย่างแน่นอน กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกาออกแถลงการณ์ในเดือนนี้โดยระบุว่ากำลังมองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชิปของ Huawei

กระบวนการผลิตที่ 7 นาโนเมตรของ SMIC ยังเผยให้เห็นจุดอ่อนของมาตรการกีดกันเทคโนโลยี หรือกลยุทธ์การจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ ซึ่งอาจนำไปสู่การควบคุมการส่งออกเทคโนโลยรฃีที่เข้มงวดมากขึ้น

เขาเสริมว่าวอชิงตันอาจพิจารณาด้านอื่นๆ ของการออกแบบชิปและกระบวนการผลิตเพื่อบังคับใช้ข้อจำกัดเพิ่มเติม

การเติบโตของชิป Huawei เป็นภัยคุกคาม Apple

มีรายงานในเดือนนี้ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางจีนถูกห้ามใช้ไอโฟนและโทรศัพท์ยี่ห้อต่างประเทศอื่นๆ ในที่ทำงาน และยังห้ามไม่ให้นำเข้ามาในสำนักงาน

กระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าไม่มีกฎระเบียบใดๆ ที่ห้ามการซื้อและใช้โทรศัพท์ต่างประเทศ

เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนยังคงก่อหวอดอยู่ ซึ่งการฟื้นตัวของ Huawei อาจเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่ที่สุดต่อ Apple

“Will Wong”ผู้จัดการฝ่ายวิจัยอาวุโสของ IDC กล่าวกับ CNBC ว่า มีการคาดว่า Huawei จะสร้างความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่าสำหรับ Apple ในประเทศจีนมากกว่าปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์

“เป็นเพราะว่า Huawei ไม่เพียงแต่มีภาพลักษณ์ของแบรนด์ระดับพรีเมียมเช่นเดียวกับ Apple เท่านั้น แต่ยังเป็นความภาคภูมิใจของชาติในประเทศจีนอีกด้วย”

Apple ถูกมองว่าเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ และ Huawei ได้แข่งขันโดยตรงกับ Apple ในจีนมานานหลายปี แต่ยอดขายของ Huawei ลดลงอย่างมากเมื่อไม่สามารถติดตั้งเทคโนโลยี 5G และชิปใหม่ล่าสุดให้กับสมาร์ทโฟนได้

การฟื้นตัวในพื้นที่นี้ ดังเช่นกรณีของ Mate 60 Pro อาจทำให้โทรศัพท์รุ่นใหม่ของ Huawei เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ซื้อชาวจีนอีกครั้ง

“ภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดจาก Huawei คือการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ในชิปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงปัจจัยรูปแบบใหม่ เช่น แบบพับได้”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หัวเว่ย แอปเปิล Apple