เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หอการค้าแฟร์ 2026 ยกทัพ 90 บูธ-ริมปิงฯ ปักหมุด Lanna Expo กระตุ้นไฮซีซั่นโค้งท้าย
เศรษฐกิจภูมิภาค หอการค้าแฟร์ 2026 ยกทัพ 90 บูธ-ริมปิงฯ ปักหมุด Lanna Expo กระตุ้นไฮซีซั่นโค้งท้าย
ถอดรหัสพฤติกรรม ‘การสื่อสาร’ ช่วงน้ำท่วม ‘Voice Call’ พุ่งสูงสุด 600%
Tech ถอดรหัสพฤติกรรม ‘การสื่อสาร’ ช่วงน้ำท่วม ‘Voice Call’ พุ่งสูงสุด 600%
“น้ำมันพืชกุ๊ก” คว้า 4 รางวัล จากเวที HR Asia Awards 2026
HR “น้ำมันพืชกุ๊ก” คว้า 4 รางวัล จากเวที HR Asia Awards 2026
เหล่าตัวแม่สายแฟร์ ร่วมแคมเปญ “ACE LOVES FASHION: A UNIVERSE OF WHAT WE LOVE” โดยเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
Biz Movement เหล่าตัวแม่สายแฟร์ ร่วมแคมเปญ “ACE LOVES FASHION: A UNIVERSE OF WHAT WE LOVE” โดยเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
หุ้นไทยยังมีอัพไซด์ รับกำไร บจ.หนุน มองดัชนีย่อตัวเป็นจังหวะสะสม
Finance หุ้นไทยยังมีอัพไซด์ รับกำไร บจ.หนุน มองดัชนีย่อตัวเป็นจังหวะสะสม
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
กลุ่มอมรรัชดา เท 100 ล้าน ผุดโชว์รูม GWM เพิ่ม-รีแบรนด์ ศูนย์ซ่อม BENZ-BMW ‘หมดวอร์แรนตี’
Automotive กลุ่มอมรรัชดา เท 100 ล้าน ผุดโชว์รูม GWM เพิ่ม-รีแบรนด์ ศูนย์ซ่อม BENZ-BMW ‘หมดวอร์แรนตี’
รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน หลังเจรจารับเงื่อนไขแค่ 3% ขู่ใช้ไม้แข็งยกเลิกสัญญา
Politics รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน หลังเจรจารับเงื่อนไขแค่ 3% ขู่ใช้ไม้แข็งยกเลิกสัญญา
แสนสิริ กวาดยอดขาย 3.64 หมื่นล้าน ผนึกแบงก์ช่วยลูกค้าได้บ้าน ลุยเปิดโค้งสุดท้าย 12 โครงการ
Real Estate แสนสิริ กวาดยอดขาย 3.64 หมื่นล้าน ผนึกแบงก์ช่วยลูกค้าได้บ้าน ลุยเปิดโค้งสุดท้าย 12 โครงการ
ASW พรีเซล 9 เดือนแรกทะลุ 83% ลุยเปิด 2 คอนโดใหม่ภูเก็ต ดึงดีมานด์ไฮซีซั่น
Real Estate ASW พรีเซล 9 เดือนแรกทะลุ 83% ลุยเปิด 2 คอนโดใหม่ภูเก็ต ดึงดีมานด์ไฮซีซั่น
ดูทั้งหมด

กระทรวงการต่างประเทศเผยแรงงานไทยลอตแรก 15 คน กลับไทย 11 ต.ค.นี้

09 ต.ค. 2566 | 16:58น.
กลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นเหนืออาคารในเมืองกาซา ระหว่างการโจมตีทางอากาศโดยอิสราเอล ภาพถ่ายเมื่อ 9 ตุลาคม 2023 ในภาพปรากฏฝูงนกบินผ่านไป

กระทรวงการต่างประเทศเผยแรงงานไทยลอตแรก 15 คน เตรียมกลับไทย 11 ตุลาคมนี้ เบื้องต้นมีคนไทยเสียชีวิตจากความขัดแย้งฮามาส-อิสราเอล 12 ราย เจ็บ 9 ราย ถูกจับเป็นตัวประกัน 11 คน ส่วนนักเรียนไทยปลอดภัยทั้ง 80 คน

วันที่ 9 ตุลาคม 2023 มติชน รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศ เผยกำหนดการพาแรงงานไทย ที่อยู่ในพื้นที่สู้รบในประเทศอิสราเอลลอตแรกจำนวน 15 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์สู้รบ เดินทางกลับถึงไทยในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ โดยสายการบินพาณิชย์ เนื่องจากทางการอิสราเอลยังไม่อนุญาตให้เครื่องบินทหารเข้าในน่านฟ้า

ต่อมาเวลา 15.30 น. นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้าภายหลังประชุมศูนย์สถานการณ์ฉุกเฉินว่า นางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ได้แจ้งพัฒนาการในพื้นที่ให้ได้รับทราบว่า ขณะนี้มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 700 คน บาดเจ็บ 2,000 กว่าคน มีผู้ถูกจับตัวประกัน 100 คน ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติต่าง ๆ

ในส่วนผลกระทบต่อคนไทย คนไทยมีผู้เสียชีวิต 12 ราย แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากสถานทูตอิสราเอลในไทย, ได้รับบาดเจ็บเพิ่ม 1 คน รวมเป็นบาดเจ็บ 9 คน, ถูกจับเป็นตัวประกัน 11 คน ที่ประชุมได้หารือถึงมาตรการอพยพ ตามเวลาเช้าของอิสราเอลวันนี้ มีคนไทยแสดงความประสงค์จะขออพยพกลับไทย 1,437 คน และอีก 23 คน ไม่ประสงค์จะเดินทางกลับ

ขณะที่เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม ได้รับรายงานว่าทางการอิสราเอลได้ช่วยคนไทยจำนวนหนึ่งจากบริเวณที่มีความเสี่ยงมาอยู่ในที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของการอพยพคนเราได้ใช้ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นสายการบินเอกชน เช่าเหมาลำ ขณะที่กองทัพอากาศ และการบินไทยได้ประชุมร่วมกัน ทุกหน่วยงานพร้อมจัดหาเครื่องบินพาณิชย์เพื่อนำคนไทยออกมา

โดยคนไทยกลุ่มแรกที่จะออกมาคือผู้ได้รับบาดเจ็บที่ออกมาจากพื้นที่เสี่ยงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าจะออกเดินทางจากอิสราเอลในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ กลับถึงไทย 12 ตุลาคม ประมาณ 15 คน ซึ่งเป็นกลุ่มแรกที่ทางสถานทูตยืนยันว่าสามารถเดินทางได้ ก็จะเดินทางมาก่อน

เมื่อเดินทางมาถึง 3 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เตรียมพร้อมที่จะรับคนไทยกลุ่มนี้แล้ว มาถึงไทยแล้วจะมีการตรวจทุกอย่างทั้งเรื่องร่างกายและจิตใจ

ในส่วนของตัวประกัน กระทรวงต่างประเทศไม่ได้นิ่งนอนใจ เราประสานงานกับสถานทูตไทยในแต่ละประเทศที่มีความสัมพันธ์กับประเทศที่จับตัวประกันไป เพื่อสนับสนุนให้มีการปล่อยตัวพลเรือนผู้บริสุทธิ์ เอกอัครราชทูตไทยที่มาเลเซียได้พบทูตปาเลสไตน์ที่นั่นเพื่อแจ้งความกังวลของไทย และขอให้ดำเนินการปล่อยตัวพี่น้องประชาชนที่ถูกจับตัวไป ซึ่งจากการพูดคุยกับหลายประเทศก็มีสัญญาณบวก นอกจากนี้ในส่วนของนักเรียนไทย 80 คน ท่านทูตยืนยันว่าปลอดภัยทุกคน

สำหรับช่องทางการติดต่อกับกระทรวงเพื่อสอบถามเรื่องพี่น้องในอิสราเอล ตอนนี้มีฮอตไลน์เพิ่มจาก 30 เป็น 60 คู่สาย ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง มีโอเพนแชตชื่อห้อง “ขอรับความช่วยเหลือกรณีคนไทยในอิสราเอล” ซึ่งสามารถรองรับสูงสุดได้ 5,000 คน เพื่อให้ญาติเข้ามาสอบถามในนั้นได้ และมีเพจเฟซบุ๊กเฉพาะกิจ “กรมการกงสุลห่วงใยพี่น้องคนไทยในอิสราเอล” เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือและติดต่อสอบถาม

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังจะส่งเจ้าหน้าที่ไปอิสราเอลในสัปดาห์นี้ เพื่อร่วมสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจเพิ่มเติมเพื่อดูแลพี่น้องแรงงาน และช่วยในภารกิจอพยพคนไทย การอพยพคนไทยเทลอาวีฟขณะนี้ค่อนข้างลำบาก เพราะยังมีความตึงเครียดสูง การที่เราจะย้ายคนจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งต้องขออนุญาตจากทางรัฐบาล ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มไหน

สุดท้ายขอย้ำว่าท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและสวัสดิภาพของพี่น้องคนไทยอย่างสูงสุด และพยายามจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้พี่น้องประชาชนทุกคนได้กลับมาที่ประเทศไทย