การนิคมอุตสาหกรรมฯเร่งประสานหน่วยงานรัฐ-เอกชน แก้ปัญหาน้ำภาคตะวันออก พร้อมช่วยเคลียร์ท่อส่งน้ำอีสท์วอเตอร์-วงษ์สยามฯไปแล้ว 70-80% มั่นใจไม่กระทบผู้ใช้น้ำภาคตะวันออก เผยข่าวดีเริ่มมีการผันน้ำจากอ่างประแสร์ ระยองมาช่วย อ่างหนองปลาไหล ชลบุรีแล้ว
ปัญหาการบริหารจัดการน้ำในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ภายหลังจากกรมธนารักษ์เปิดประมูลโครงการบริหารและดำเนินการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออกใหม่
ตามมาด้วยการเปลี่ยนผู้บริหารจัดการท่อส่งน้ำจากบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์วอเตอร์ มาเป็นบริษัทวงษ์สยามก่อสร้างแล้วก็ตาม
แต่ในทางปฏิบัติ ปรากฏผู้บริหารจัดการน้ำรายใหม่ยังไม่สามารถบริหารจัดการท่อส่งน้ำหรือใช้ท่อส่งน้ำได้ 100% ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินการส่งมอบทรัพย์สินท่อส่งน้ำคืนให้กับกรมธนารักษ์ของอีสท์วอเตอร์ยังไม่เสร็จสิ้น และเป็นปัญหามาถึงปัจจุบันนี้
ล่าสุดภายหลังการเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่ ปรากฏนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำใน EEC และพื้นที่ 3 จังหวัดมาก โดยมีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมชลประทาน ในฐานะผู้จัดสรรน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักภาคตะวันออก กรมธนารักษ์ เจ้าของท่อส่งน้ำสายหลักในภาค และอีสท์วอเตอร์ผู้ให้บริการน้ำรายเก่า กับบริษัทวงษ์สยามก่อสร้าง ผู้ให้บริการน้ำรายใหม่ ร่วมกันแก้ไขปัญหาน้ำให้เรียบร้อยก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูแล้งปีหน้า
มีรายงานข่าวจากชลประทานในพื้นที่ 3 จังหวัดเข้ามาว่า ปัญหาในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้รับการแก้ไขแล้วในระดับหนึ่ง และเริ่มมีพัฒนาการที่ดี โดยล่าสุด อีสท์วอเตอร์ได้ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ ผ่านท่อมายังอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล เพื่อกระจายน้ำไปยังผู้ใช้น้ำพื้นที่ระยองและนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดแล้ว
“การผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ ซึ่งรับน้ำมาจากลุ่มน้ำวังโตนด มายังอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ถือเป็นการเติมน้ำในกับจังหวัดระยองและชลบุรี ซึ่งผู้ใช้น้ำในพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิคมอุตสาหกรรมต่างกังวลกันมากถึงปริมาณน้ำในอีก 6 เดือนข้างหน้าจะมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการใช้หรือไม่
ประกอบกับช่วงนี้มีฝนตกในภาคตะวันออกแถบลุ่มน้ำวังโตนดและน้ำที่ไหลลงอ่างประแสร์มีมากขึ้น ดังนั้นการยอมผันน้ำเข้ามาเติมให้กับอ่างหนองปลาไหลจึงดีกว่าการปล่อยน้ำทิ้งผ่านแม่น้ำประแสร์ลงทะเลไป” แหล่งข่าวกล่าว
สำหรับความสามารถในการผันน้ำผ่านท่อ (ท่อประแสร์-หนองปลาไหล) จะตกอยู่วันละ 300,000 ลบ.ม./วัน ล่าสุดมีการผันน้ำผ่านท่ออยู่ที่ประมาณวันละ 150,000 ลบ.ม./วัน โดยเริ่มผันน้ำมาตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา
ตอนนี้มีอ่างเก็บน้ำประแสร์เพียงอ่างเดียวที่มีน้ำล้นอ่าง ขณะที่อ่างเก็บน้ำอื่น ๆ ในภาคตะวันออกยังต้องการน้ำมาเติมให้เต็มความจุอ่างอีกมาก

ด้านนายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กนอ.ได้มีการหารือกับอีสท์วอเตอร์ ล่าสุดได้ข้อสรุป ทางอีสท์วอเตอร์ได้เตรียมการส่งมอบทรัพย์สินปลายเดือนธันวาคมนี้ รวมถึงได้ชี้แจงสิ่งก่อสร้างที่จะเกี่ยวข้องกับการนิคมฯให้ เช่น การวางท่อ
“ผมได้กำชับแล้วว่า ไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้ใช้น้ำโดยเฉพาะในพื้นที่แหลมฉบังและระยอง พร้อมกับแจ้งกับทางอีสท์วอเตอร์ไปว่า ผู้ใหญ่หลายคนไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีก็เป็นห่วงเรื่องน้ำ” นายวีริศกล่าว
นอกจากนี้ในอีก 2 อาทิตย์ข้างหน้าจะมีการลงพื้นที่ไปหารือกับบริษัทวงศ์สยามฯ-อีสท์วอเตอร์ เพื่อให้มีการดำเนินการบริหารจัดการน้ำในภาคตะวันออก และหน่วยงานกำกับดูแลเรื่องน้ำในพื้นที่ให้เรื่องทั้งหมดดำเนินการได้อย่างราบรื่น
“ปัญหาระหว่าง 2 บริษัทนี้ในเบื้องต้น ตอนนี้สามารถแก้ไขไปได้แล้ว 70-80% ไม่กระทบกับผู้ใช้น้ำ และเราพยายามจัดสรรปันส่วนน้ำในพื้นที่ให้ได้”
โดยระยะสั้นผู้ใช้น้ำในภาคตะวันออกจะมีทางเลือกมากกว่าแค่อีสท์วอเตอร์เพียงเจ้าเดียวในอดีต กล่าวคือ มีบริษัทวงษ์สยามฯกับผู้ให้บริการจัดส่งน้ำรายเล็ก ๆ อีก 2-3 ราย ในส่วนนี้จะช่วยคานไม่ให้ราคาค่าน้ำปรับสูงขึ้นได้