เศรษฐกิจจีนไตรมาส 3 ปี 2023 โตขึ้น 4.9% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YOY) ตัวเลขนี้ไม่น้อยหากเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่เพียงพอหรือยังสำหรับจีนซึ่งฐานในปีที่แล้วต่ำ และตั้งเป้าการเติบโตของปีนี้ไว้ประมาณ 5.0%
วันที่ 18 ตุลาคม 2023 ขณะที่จีนจัด “งานใหญ่” ในกรุงปักกิ่ง สำนักงานสิถิติแห่งชาติของจีนมีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 ปี 2023 ซึ่งผลออกมาว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนในไตรมาส 3 ปี 2023 นี้ เพิ่มขึ้น 4.9% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YOY)
การเติบโต 4.9% ถือว่าดีหรือไม่สำหรับจีนในเวลานี้ ?
ตัวเลขการเติบโต 4.9% นี้ เป็นอัตราการเติบโตที่ชะลอลงจากไตรมาส 2 ที่โตได้ 6.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YOY) แต่ก็เป็นตัวเลขที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันไว้ในการสำรวจของรอยเตอร์ (Reuters) ซึ่งคาดว่าจะโตได้ 4.4%
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QOQ) จีดีพีจีนในไตรมาส 3 เติบโตขึ้น 1.3% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ที่คาดไว้ว่าจะโตได้ 1.0% และเป็นอัตราที่เร่งตัวขึ้นจากอัตราของไตรมาส 2 ที่โตขึ้นจากไตรมาสแรก 0.5%
รอยเตอร์วิเคราะห์ว่า การเติบโต 4.9% (YOY) และ 1.3% (QOQ) ในไตรมาส 3 นั้น เป็นตัวเลขที่บ่งชี้ว่าการฟื้นตัวที่เกิดขึ้นนี้อาจมีกำลังมากพอที่จะช่วยให้เศรษฐกิจจีนบรรลุเป้าหมายการเติบโตรายปีตามที่รัฐบาลจีนตั้งเป้าหมายไว้ประมาณ 5%
การฟื้นตัวขึ้นนี้เป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นและมาตรการทางนโยบายที่ทางการจีนประกาศใช้ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ถึงอย่างนั้นก็ตาม วิกฤตในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังยืดเยื้อ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการจ้างงานและรายได้ครัวเรือน และความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่อ่อนแอ เหล่านี้ล้วนแต่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความยั่งยืนของการฟื้นตัว
นอกจากตัวเลขจีดีพีแล้ว ตัวเลขอื่น ๆ ที่เปิดเผยออกมาพร้อมกัน ยังเป็นผลลัพธ์แบบผสมผสาน คือ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 4.5% จากเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่คาดไว้ที่ 4.4% ยอดขายค้าปลีกในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 5.5% จากเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า สูงกว่าค่ากลางในคาดการณ์ซึ่งอยู่ที่ 4.9%
ส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในช่วง 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ต่ำกว่าค่ากลางในคาดการณ์ซึ่งอยู่ที่ 3.2%
ขณะที่ตัวเลขภาคอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ได้สะท้อนว่านโยบายและการกระตุ้นที่ทางการจีนประกาศใช้เมื่อเร็ว ๆ นี้นั้นได้ผล การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 9 เดือนแรกของปีลดลง 9.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ยังคงแย่กว่าคาดการณ์ ส่วนยอดขายบ้านลดลง 6.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่การก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ลดลงเกือบ 24%
ภาคการค้าระหว่างประเทศ ทั้งการส่งออกและนำเข้าของจีนยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะลดลงในอัตราที่ชะลอตัวแล้วก็ตาม
ในขณะที่การให้กู้ยืมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความกดดันจากภาวะเงินฝืดอย่างต่อเนื่องเน้นย้ำถึงความท้าทายที่ผู้กำหนดนโยบายเผชิญในการพยายามฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดนี้แสดงให้เห็นสัญญาณของการทรงตัว หลังจากที่ทางการจีนใช้มาตรการสนับสนุนที่ไม่แรงนัก ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่าจำเป็นต้องมีการออกมาตรการกระตุ้นมากกว่านั้น เพื่อจะสนับสนุนกิจกรรมให้ฟื้นตัวขึ้นได้จริง ๆ แต่รัฐบาลจีนก็น่าจะยังไม่ออกมาตรการใหม่ชุดใหญ่ออกมาเร็วนัก
อย่างไรก็ตาม ตามการรายงานของบลูมเบิร์ก (Bloomberg) เซิง ไหลหยุน (Sheng Laiyun) รองผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนกล่าวว่า จีนมั่นใจมากว่าจะบรรลุเป้าหมายการเติบโตประจำปีที่ประมาณ 5% ในปีนี้ 2566 ซึ่งการที่จะบรรลุเปป้าหมายได้นั้น จีดีพีในไตรมาสสุดท้ายจะต้องเติบโตอย่างน้อย 4.4%