เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
Real Estate ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
Real Estate ‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจสหรัฐดีจริงหรือหลอก ? ทำไมตลาดและนักเศรษฐศาสตร์ไม่ตื่นเต้นกับจีดีพีที่โต 4.9% 

27 ต.ค. 2566 | 19:18น.
เศรษฐกิจสหรัฐ

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจไตรมาส 3 ปี 2023 เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2023 ว่าเศรษฐกิจสหรัฐไตรมาส 3 ของปีนี้เติบโต 4.9% เป็นอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งเร่งตัวขึ้นมากจากไตรมาส 2 ที่โตเพียง 2.1% และเป็นการเติบโตของจีดีพีรายไตรมาสที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2021 

การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้มาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งคิดเป็นประมาณ 68% ของจีดีพีที่เพิ่มขึ้น นอกจากนั้นก็มาจากสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น การส่งออก การลงทุนในที่อยู่อาศัย และการใช้จ่ายภาครัฐ

แม้ว่ารายงานประมาณการเศรษฐกิจล่าสุดนี้อาจเป็นแรงผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐรักษานโยบายการเงินที่เข้มงวด แต่เหล่าเทรดเดอร์ในตลาดทุนยังคงมั่นใจว่าจะไม่มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลาสหรัฐ (FOMC) วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ โดยใน FedWatchTool ของ CME Group (ณ เวลา 16.50 น. วันที่ 27 ตุลาคม เวลาไทย) นักลงทุนเทน้ำหนัก 99.50% ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม 

อัตราการเติบโตของจีดีพีมากเกินคาดขนาดนั้น แต่ตลาดและนักเศรษฐศาสตร์กลับตอบรับอย่าง “ไม่ตื่นเต้น” เป็นเพราะอะไร ?

“รายงานนี้ยืนยันสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว คือ ผู้บริโภคช็อปปิ้งอย่างสนุกสนานในไตรมาสที่ 3 … ผมไม่คิดว่ามีอะไรในรายงานฉบับนี้ที่จะเปลี่ยนแปลงแนวโน้มนโยบายการเงิน นั่นเป็นเหตุผลที่ผมไม่คิดว่าคุณจะได้เห็นปฏิกิริยาที่รุนแรงจากตลาด” ไมเคิล แอโรน (Michael Arone) หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนกองทุน SPDR ของบริษัทจัดการการลงทุน “สเตท สตรีท โกลบอล แอดไวเซอร์ส” (State Street Global Advisors) กล่าว

แอโรนมองหนทางระยะข้างหน้าว่า “นับจากนี้เป็นต้นไป ผู้บริโภคจะไม่ใช้จ่ายในอัตราเดิม รัฐบาลจะไม่ใช้จ่ายในอัตราเดิม และธุรกิจต่าง ๆ ดูเหมือนจะชะลอการใช้จ่ายเช่นกัน สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า นี่อาจเป็นตัวเลขจีดีพีสูงสุด อย่างน้อยก็ในอีกไม่กี่ไตรมาสข้างหน้า” 

เจฟฟรีย์ โรช (Jeffrey Roach) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทให้บริการทางการเงิน “แอลพีแอล ไฟแนนเชียล” (LPL Financial) กล่าวว่า “นักลงทุนไม่ควรแปลกใจที่ผู้บริโภคใช้จ่ายในช่วงเดือนสุดท้ายของฤดูร้อน”

โรชบอกอีกว่า “คำถามที่แท้จริงคือว่า แนวโน้ม (การเติบโต) สามารถดำเนินต่อไปในไตรมาสต่อ ๆ ไปได้หรือไม่ และเราคิดว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น” 

แมทธิว ไรอัน (Matthew Ryan) หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตลาดของบริษัทให้บริการทางการเงิน “อีเบอรี” (Ebury) กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเฟดก็คือ การที่ไม่มีสัญญาณภาวะเศรษฐกิจถดถอยเกิดขึ้น และผู้กำหนดนโยบายสามารถพอใจกับการได้รับรู้ว่าพวกเขาสามารถรักษาอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นได้นานขึ้นโดยไม่กระตุ้นให้เศรษฐกิจสหรัฐล่มสลาย 

เขาบอกอีกว่า “เราไม่คิดว่าข้อมูลจีดีพีที่น่าประทับใจนี้จะเพียงพอที่จะสนับสนุนให้เฟดเพิ่มอัตราดอกเบี้ยได้อีก ถึงอย่างนั้นก็ตาม อย่างน้อยเราก็เชื่อว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกยังอยู่อีกยาวไกล”

โจเซฟ ลาวอร์กนา (Joseph LaVorgna) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทหลักทรัพย์ เอสเอ็มบีซี นิกโกะ ซีเคียวริตี้ส์ อเมริกา (SMBC Nikko Securities America) ซึ่งเคยเป็นนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของทำเนียบขาวในสมัยโดนัลด์ ทรัปม์ (Donald Trump) กล่าวว่า ควรพิจารณารายงานเศรษฐกิจไตรมาส 3 “ด้วยความสงสัยในระดับสูง” เขาบอกว่า “จีดีพีไม่ได้บอกว่าเรากำลังจะไปที่ไหน เรารู้สึกอบอุ่มและคลุมเครือเกี่ยวกับตัวเลขดี ๆ แต่ปัญหาที่แท้จริงคืออะไรจะเกิดขึ้นต่อไป”

นอกจากนั้น ลาวอร์กนาคิดว่า ว่าต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นและความต้องการสินค้าขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะลดลงในอนาคตอาจเริ่มส่งผลกระทบต่อการวัดอุปทานในที่สุด 

“ข้อมูลด้านรายได้แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจมีความอ่อนตัวลงมาก” ลาวอร์กนากล่าว และเขาบอกว่ามีข้อมูลหลายอย่างในใบปะหน้าที่กระทรวงพาณิชย์เสนอออกมาที่ตื่นเต้นพอ ๆ กับตัวเลขจีดีพี ซึ่งนั่นอาจเป็นการระเบิดครั้งสุดท้ายของการเติบโตที่เราได้เห็นมาระยะหนึ่งแล้ว

ด้าน เอลิซา วิงเกอร์ (Eliza Wingwer) นักเศรษฐศาสตร์ของบลูมเบิร์ก (Bloomberg) วิเคราะห์ว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศจากการประมาณการครั้งแรกของสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจของรัฐบาล แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการใช้จ่ายของผู้บริโภคควบคู่ไปกับการเติบโตที่ช้าลงของการลงทุนทางธุรกิจ

“การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวและความบันเทิงอย่างบ้าคลั่งในช่วงฤดูร้อนงผลักดันการเติบโตของจีดีพีที่แท้จริงให้ก้าวไปอย่างไม่ยั่งยืนในไตรมาสที่ 3” ซึ่งเธอมองว่าจุดแข็งส่วนใหญ่นั้นมาจากปัจจัยชั่วคราว เช่น ภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ ‘Barbenheimer’ และการทัวร์คอนเสิร์ตของเทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) และบียอนเซ่ (Betonce) รวมถึงปัจจัยที่ไม่จำเป็นว่าต้องสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ เช่น การสะสมของสินค้าคงคลังในภาคค้าปลีก 

เธอบอกอีกว่า มีแนวโน้มว่านโยบายการเงินยังไม่ส่งผลต่อเศรษฐกิจเต็มที่ ซึ่งหมายความว่าผลกระทบจะตามมาหลังจากนี้

โดยสรุปแล้ว แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐพิสูจน์แล้วว่าสามารถรับมือความท้าทายต่าง ๆ ได้ แต่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าการเติบโตจะชะลอตัวลงอย่างมากในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้นักเศรษฐศาสตร์ปรับมุมมองและคาดการณ์ จากที่คาดว่าเศรษฐกิจถดถอยจะเกิดขึ้น เปลี่ยนเป็นคิดว่าสหรัฐจะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้หากไม่มีผลกระทบเชิงลบที่คาดไม่ถึงอื่น ๆ มาซ้ำเติม 

อ้างอิง :

อ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง