เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ส.ค.ชง ครม. คุมอัตราข้าราชการ-แจ้งผลฟังเสียง ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ก่อนลุยปรับเงินเดือน
Politics ส.ค.ชง ครม. คุมอัตราข้าราชการ-แจ้งผลฟังเสียง ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ก่อนลุยปรับเงินเดือน
ชัยชนะ จี้ รบ.พัฒนาระบบราง-ท่าเรือใต้ ดัน ‘ทุ่งสง’ ศูนย์กระจายสินค้า หลังพับแลนด์บริดจ์
Politics ชัยชนะ จี้ รบ.พัฒนาระบบราง-ท่าเรือใต้ ดัน ‘ทุ่งสง’ ศูนย์กระจายสินค้า หลังพับแลนด์บริดจ์
3 เดือน อนุทินฝ่ามรสุมการเมือง รุกรับฮั้ว สว.-สอบท้องถิ่น แก้เกมบัตรคนจน
Politics 3 เดือน อนุทินฝ่ามรสุมการเมือง รุกรับฮั้ว สว.-สอบท้องถิ่น แก้เกมบัตรคนจน
ราคาทองวันนี้ (25 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายออก 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (25 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายออก 65,600 บาท
ค่ายรถชิงกำลังซื้อรับตลาดฟื้น “ฮอนด้า” ส่ง Super ONE EV ท้าชนรถจีน
Automotive ค่ายรถชิงกำลังซื้อรับตลาดฟื้น “ฮอนด้า” ส่ง Super ONE EV ท้าชนรถจีน
สภาพอากาศวันนี้ (25 ก.ค.) กทม.-ปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (25 ก.ค.) กทม.-ปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
จากบัตรเครดิตสู่ Loyalty Ecosystem แอร์เอเชีย-แบงก์กรุงเทพ ดันลูกค้าเดินทางซ้ำ
Biz Movement จากบัตรเครดิตสู่ Loyalty Ecosystem แอร์เอเชีย-แบงก์กรุงเทพ ดันลูกค้าเดินทางซ้ำ
‘ยู เจียรยืนยงพงศ์’ ถอดรหัส ‘รถบรรทุกจีน’ บุกถึงชุมพร ส่องช่องโหว่กฎหมาย-ทางรอดโลจิสติกส์ไทย
Economic ‘ยู เจียรยืนยงพงศ์’ ถอดรหัส ‘รถบรรทุกจีน’ บุกถึงชุมพร ส่องช่องโหว่กฎหมาย-ทางรอดโลจิสติกส์ไทย
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘อุดม สิทธิวิรัชธรรม’ เป็นประธานศาล รธน. ’จักรพงษ์ วิวัฒน์วานิช‘ นั่งตุลาการ
Politics โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘อุดม สิทธิวิรัชธรรม’ เป็นประธานศาล รธน. ’จักรพงษ์ วิวัฒน์วานิช‘ นั่งตุลาการ
ทุเรียนชายแดนใต้แสนตัน ต้นทุนพุ่งราคาต่ำรอบ 10 ปี 
Economic ทุเรียนชายแดนใต้แสนตัน ต้นทุนพุ่งราคาต่ำรอบ 10 ปี 
ดูทั้งหมด

เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ตลาดจับตาผลการประชุมเฟด

27 ต.ค. 2566 | 18:05น.
ดอลลาร์

เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ตลาดจับตาผลการประชุมเฟด ล่าสุด CME Fed walch Tool ชี้นักลงทุนกว่า 99% คาดเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมรอบเดือนพ.ย.นี้

วันที่ 27 ตุลคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 24 ถึง 27 ตุลาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันอังคาร (24/10) ที่ระดับ 36.22/23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (20/10) ที่ระดับ 36.50/51 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ

หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐระยะ 10 ปี ปรับตัวลดลงรุนแรง 3 วันติดต่อกัน ตั้งแต่วันศุกร์ถึงวันอังคาร (20/10-24/10) หลังทะลุระดับ 5.0% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 16 ปี

ซึ่งทางนายเจอโรมระบุว่า การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทำให้ภาวะการเงินตึงตัวและอาจส่งผลให้เฟดมีความจำเป็นน้อยลงในการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย

โดยข้อมูลจาก CME Fed walch Tool ได้ชี้ให้เห็นว่านักลงทุนกว่า 99% คาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 5.25-5.50% นอกจากนี้ นักลงทุนยังให้น้ำหนักกว่า 75% ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมวันที่ 12-13 ธันวาคมเช่นกัน

นักลงทุนจับตาประชุมเฟด

ทั้งนี้นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ เพื่อประเมินทิศทางการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยเจ้าหน้าที่เฟดเริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 31 ต.ค.-1 พ.ย. อย่างไรก็ตาม โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ หลังจากปรับตัวลงแรงในวันจันทร์ (23/10)

โดยค่าเงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากความต้องการเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เช่นเดียวกับทองคำ หลังนักลงทุนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ทยอยประกาศออกมาตลอดทั้งสัปดาห์สะท้อนเศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง ช่วยหนุนแรงคาดหวังว่าเฟดอาจจะต้องรักษาอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับสูงต่อไปอีก

อาทิ เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 51.0 ในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน จากระดับ 50.2 ในเดือนกันยายน ซึ่งดัชนี PMI อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้การขยายตัวของภาคธุรกิจสหรัฐโดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงาน

ทั้งนี้ดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 50.0 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน จากระดับ 49.8 ในเดือน ก.ย. ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 50.9 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน จากระดับ 50.1 ในเดือนกันยายน

นอกจากนี้ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 23 ปี บ่งชี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด

ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐพุ่ง

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐนั้น กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 12.3% สู่ระดับ 759,000 ยูนิต ในเดือนกันยายนเมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 และสูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 680,000 ยูนิต จากระดับ 676,000 ยูนิตในเดือนสิงหาคม และเมื่อเทียบรายปียอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 33.9% ในเดือนกันยายน

นอกจากนี้ ราคาเฉลี่ยของบ้านใหม่ลดลงสู่ระดับ 418,000 ดอลลาร์ในเดือนกันยายน ขณะที่สต็อกบ้านใหม่ลดลง 10.4% และเมื่อพิจารณายอดขายบ้าน และสต็อกบ้านในตลาด พบว่า ผู้ขายบ้านต้องใช้เวลา 6.9 เดือนในการขายบ้านจนหมดสต็อกในตลาด รวมถึงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2566 ของสหรัฐ ขยายตัวที่ 4.9% ซึ่งเป็นตัวเลขประมาณการณ์ครั้งที่ 1 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าการขยายตัวของ GDP จะพุ่งขึ้นสู่ระดับ 4.5%

ส่งออกไทย ก.ย.ขยายตัว

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศเดือนกันยายน โดยการส่งออกมีมูลค่า 25,476 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 2.1% ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ซึ่งขยายตัวผิดจากที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่ายอดส่งออกจะหดตัว 1.75% เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการส่งออกสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตร โดยเฉพาะการส่งออกผลไม้ไปจีน อาทิ ทุเรียน และมังคุด รวมทั้งการส่งออกข้าวที่ขยายตัวได้ดีในตลาดแอฟริกาใต้และอินโดนีเซีย

ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม เช่น โซลาเซลล์ และโทรศัพท์มือถือ ขยายตัวต่อเนื่อง เพราะเป็นสินค้าที่เติบโตตามเมกะเทรนด์ ส่วนทางด้านการนำเข้ามีมูลค่า 23,333 ล้านดอลลาร์ หดตัว 8.3% ส่งผลให้เดือนกันยายนไทยเกินดุลการค้า 2,093 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2566 การส่งออกมีมูลค่ารวม 213,069 ล้านดอลลาร์ ลดลง 3.8% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่ารวม 218.902 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ 9 เดือนแรกปี 2566 ไทยขาดดุลการค้า 5,833 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.07-36.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (27/10) ที่ระดับ 36.25/27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันอังคาร (24/10) ที่ระดับ 1.0671/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (20/10) ที่ระดับ 1.0590/91 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเป็นผลมาจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม เงินยูโรกลับตัวอ่อนค่าลงตั้งแต่วันอังคาร (24/10) ถึงปลายสัปดาห์

ECB คงดอกเบี้ยที่ 4.5%

โดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 4.5% ในการประชุมวันพฤหัสบดี (26/10) ตามการคาดการณ์ของตลาด โดยเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 หลังก่อนหน้านี้ ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 10 ครั้งติดต่อกัน รวม 4.5% หลังเงินเฟ้อในยูโรโซนชะลอตัวสู่ระดับ 4.3% ในเดือนกันยายน และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการของยูโรโซน ร่วงลงสู่ระดับ 46.5 ในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563. และบ่งชี้กิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะหดตัว

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0521-1.0694 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (27/10) ที่ระดับ 1.0554/56 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันอังคาร (24/10) ที่ระดับ 149.58/59 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (20/10) ที่ระดับ 149.94/95 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ Jibun Bank เปิดเผยผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนตุลาคมทรงตัวที่ระดับ 48.5 โดยตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงกิจกรรมภาคการผลิตญี่ปุ่นยังคงอยู่ในภาวะหดตัว หลังหดตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน

ขณะที่ดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้นลดลงสู่ระดับ 51.1 ในเดือนตุลาคมจากระดับ 53.8 ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นการเติบโตแบบชะลอตัวที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี ด้านดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้น ลดลงสู่ระดับ 49.9 ในเดือนตุลาคมจากระดับ 52.1 ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกตั้งแต่เดือนธันวาคม

นักลงทุนจับตาความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) หลังจากสื่อรายงานว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจจะทบทวนนโยบายผ่อนคลายการเงินแบบพิเศษ (Ultra-loose Monetary Policy) โดยอาจจะมีการปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อของญี่ปุ่นขึ้นสู่ระดับสูงกว่าเป้าหมาย 2% ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ในการประชุมนโยบายการเงินซึ่งจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้ (30-31 ตุลาคม) เพื่อปูทางสู่การยกเลิกนโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 149.32-150.77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (27/10) ที่ระดับ 150.12/14 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ