เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ดูทั้งหมด

วิกฤตแรงงาน…ระเบิดเวลาของสหรัฐในระยะยาว

12 ต.ค. 2566 | 12:35น.
US-ECONOMY-EMPLOYMENT
คอลัมน์ : นอกรอบ
ผู้เขียน : ชนาภา มานะเพ็ญศิริ Bnomics ธนาคารกรุงเทพ

กว่า 2 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจสหรัฐมีอัตราการว่างงานที่ต่ำกว่า 4% นี่ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่เหลือทิ้งไว้จากปัญหาคอขวดในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดเท่านั้น (นายจ้างปล่อยแรงงานนับล้านคนหลุดมือไป แล้วก็พบว่าเมื่อจบวิกฤตอุปสงค์กลับมา แต่ไม่สามารถหาแรงงานกลับมาใหม่อีกครั้งได้) แต่ยังเป็นปัญหาที่น่าจะคงอยู่ไปอีกนับสิบปี จนกลายเป็นวิกฤตแรงงานในระยะยาวที่ผลักให้ค่าจ้างสูงขึ้นและอัตราการลาออกถี่ขึ้น

แรงงานเดิมจากไป เด็กเกิดใหม่น้อยลง

สัดส่วนของคนที่อาศัยในสหรัฐ ที่อยู่ในตลาดแรงงาน เคยถึงจุดพีกที่สุดอยู่ที่ 67.3% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2000 ซึ่งในตอนนั้นเป็นช่วงที่คนกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ที่อายุมากที่สุดอายุ 54 ปี และคนที่อายุน้อยที่สุดอายุ 35 ปี ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในช่วงขยายตัวได้ดี และเกิดวิกฤต
ดอทคอมครั้งแรก

แต่คาดว่านับจากนี้ อัตราการจ้างงานจะเติบโตขึ้นราว ๆ 0.3% ต่อปี ซึ่งช้ากว่าการเติบโตในทศวรรษที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 1.2% อันเป็นผลมาจากข้อจำกัดทางประชากร ทำให้การเติบโตของ GDP ก็อาจจะช้าลงตามไปด้วย

พูดง่าย ๆ คือกลุ่มคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดของคนอเมริกัน โดยเกิดในระหว่างปี 1946-1964 นับรวมแล้วกว่า 76 ล้านคน ทุกวันนี้ก็จะอายุอยู่ในช่วง 58-77 ปี และคาดว่าเมื่อสิ้นปี 2028 คนที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ที่ยังมีชีวิตอยู่ จะมีอายุถึงวัยเกษียณโดยเฉลี่ยที่ราว ๆ 64 ปี

ส่วนประชากรกลุ่มใหญ่รองลงมาคือ “กลุ่มมิลเลนเนียล” ที่เกิดในระหว่างปี 1981 ถึง 1996 ซึ่งคนกลุ่มนี้มีจำนวนกว่า 62 ล้านคน

ที่ผ่านมากลุ่มเบบี้บูมเมอร์ทำงานอย่างต่อเนื่องมาตลอดหลายปี ทีนี้เมื่อตอนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลายคนก็ต้องออกจากตลาดแรงงานไป และเมื่อผ่านมาถึงตอนนี้ หลายคนเกษียณไปแล้วและไม่กลับเข้าตลาดแรงงานอีกเลย

ขณะเดียวกัน อัตราการเกิดในสหรัฐก็ลดลงมาหลายทศวรรษแล้ว และลดลงไปเกินครึ่งนับตั้งแต่ทศวรรษ 1960

เมื่อแรงงานขาดแคลน ค่าจ้างก็พุ่งแรงแซงเงินเฟ้อ

หลังจบการแพร่ระบาดโควิด อัตราการมีส่วนร่วมกำลังแรงงานไม่ได้ฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าจะมีสัญญาณของการเติบโตของแรงงานในช่วงอายุทำงานหลัก (25-54 ปี) ก็ตาม และกระทรวงแรงงานสหรัฐคาดว่าตัวเลขนี้น่าจะลดลงไปอยู่ที่ 60.4% ในปี 2032 ซึ่งหลัก ๆ เป็นผลมาจากการที่คนกลุ่มเบบี้บูมเมอร์เริ่มเกษียณ

ค่าจ้างเป็นสิ่งที่สะท้อนอุปสงค์และอุปทานแรงงาน เมื่อแรงงานขาดแคลน ค่าจ้างก็จะต้องปรับเพิ่มขึ้นเพื่อดึงดูดให้คนมาทำงานเยอะขึ้น หลังการฟื้นตัวจากโควิด ค่าจ้างเริ่มปรับพุ่งสูงขึ้น และเริ่มโตเร็วแซงเงินเฟ้อไปแล้ว

ยิ่งแรงงานขาดแคลนในระยะยาวมากเท่าไร นั่นหมายถึงว่าค่าจ้างจะเติบโตเร็วขึ้นเป็นอย่างมากในอนาคตอันใกล้

แล้วจะอุดช่องโหว่แรงงานอย่างไร ?

ตามหลักทั่ว ๆ ไป เศรษฐกิจจะสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วเมื่อแรงงานขยายตัวได้ และผ่านการที่แรงงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น แน่นอนว่าประสิทธิภาพนั้นอาจเป็นเรื่องที่วัดได้ยาก และในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาประสิทธิภาพการทำงานก็ถูกลดทอนลงไปจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้โดยรวมแล้วประสิทธิภาพการทำงานไม่ได้เติบโตอย่างสดใสนัก โดยเติบโตได้โดยเฉลี่ยแค่ปีละ 1.4% ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา

ถ้ามองแบบไม่ซับซ้อน ปัญหาการขาดแคลนแรงงานสามารถคลี่คลายลงได้หากมีคนเข้ามาในตลาดแรงงานมากขึ้น หรือแรงงานที่มีอยู่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ฟังดูแล้วอาจจะคิดว่า แล้วเราจะเพิ่มแรงงานอย่างไรในเมื่อเด็กเกิดน้อยลง อย่างไรก็ตามทั้ง 2 อย่างที่กล่าวไปข้างต้นสามารถเกิดขึ้นได้ผ่านการรับแรงงานอพยพจากต่างประเทศเข้ามา และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานผ่านการฝึกฝนระบบอัตโนมัติ ปรับกระบวนการธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลไม่ได้แก้ปัญหาแรงงานด้วยความรอบคอบ ขาดนโยบายที่สอดคล้องและต่อเนื่อง ก็อาจจะไปผลักให้ค่าจ้างสูงทะลุเพดานในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เนื่องจากการขาดแคลนแรงงานอย่างเป็นระบบในที่สุด…