AIS ปูพรมโซลูชั่นรุกลูกค้าองค์กร ปักธง Next Evolution ชูโครงสร้างโทรคมนาคมเอกชน พร้อมเอื้อนโยบายรัฐด้วยวิสัยทัศน์ “Sustainable Nation” ด้วยยุทธศาสตร์ พาย 3 ชิ้น เร่งขยายโซลูชั่น-แพลตฟอร์มเพิ่มรายได้จากลูกค้ารัฐ และองค์กร เสริมรายได้ค่าบริการมือถือ เล็งขยายธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ Hyperscaler ภูมิภาค
นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวภายในงาน AIS THE NEXT EVOLUTION ถึงวิสัยทัศน์ในระยะต่อไปของ AIS ว่าจะยึดมั่นการเติบโตไปด้วยกันกับพาร์ตเนอร์ และเศรษฐกิจชาติ ในแนวคิด ECOSYSTEM ECONOMY หรือ เศรษฐกิจแบบแบ่งปัน จากภารกิจ “พาย 3 ชิ้น” เหมือนที่ดำเนินการมาตลอดปีที่ผ่านมา ได้แก่
1.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอัจฉริยะ โครงข่าย 5G และเน็ตบ้าน พร้อม 5G Platform ที่ใช้เอไอเข้ามาเพื่อภาคอุตสาหกรรม ด้วยเงินลงทุน 27,000-30,000 ล้านบาท
2.การเชื่อมต่อธุรกิจข้ามอุตสาหกรรม ทั้งพาร์ตเนอร์รายใหญ่ และรายย่อย เอสเอ็มอี รากฐานของประเทศกว่า 1.8 ล้าน ด้วยระบบพอยต์เพย์กระตุ้นรายได้รายย่อย ทั้งจับมือบิ๊กเทครายใหญ่ข้ามชาติ สร้างโซลูชั่นและบริการสำหรับลูกค้าองค์กร
3.การดำเนินงานอย่างยั่งยืนพร้อมการพัฒนาความสามารถบุคลากรผ่านหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ ที่มีผู้เรียนกว่า 3 แสนราย รวมถึงมุ่งสร้าง Green Network ด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เข้ามาใช้ในสถานีฐานเพื่อบริหารจัดการพลังงาน ลดปลดปล่อยคาร์บอน เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน และตั้ง Academy for Thais เสริมแกร่งคนไทยเข้าถึงความรู้ทักษะดิจิทัล และทักษะเพื่ออนาคต เพื่อให้ AIS เป็นองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมที่ไปเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทย หรือ Sustainable Nation
ย้ำ Sustainable Nation
“ทุกปีจะมีการถามว่า AIS ลงทุนปีนี้เท่าไหร่ เราก็ตอบว่าลงทุนโครงข่ายอยู่แล้วทุกปี ปีละ 2-3 หมื่นล้านบาท เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องพัฒนาต่อเนื่อง ดังนั้น 30 ปีที่ทำธุรกิจมา เราใช้เงินพัฒนาโครงข่ายไปก็กว่าแสนล้านบาท โครงข่ายโทรคมนาคมของไทยเรียกว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ดีที่สุดในโลก ดังนั้นภาครัฐแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะเอกชนช่วยกันสร้างขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง ในช่วงที่ไม่แน่นอนอย่าง โควิด-19 เราเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงข่ายมือถือเจาะกลุ่มเป้าหมายเพิ่ม 130% อินเทอร์เน็ตบ้าน 50% และช่วยให้เกิดการค้าขายอีคอมเมิร์ซกว่า 2 หมื่นล้านบาท ทั้งส่งเสริมศักยภาพของครีเอเตอร์กว่า 2 ล้านราย”
อย่างไรก็ตาม AIS เชื่อมั่นว่า โครงข่ายโทรคมนาคมไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียง dumb pipe หรือท่อส่ง เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่สามารถยกระดับเพิ่มความอัจฉริยะและสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมอื่น ๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศได้อย่างยั่งยืน เป็น Sustainable Nation
คลื่น 700MHz ช่วย NT โตไปด้วยกัน
กรณีเป็นพาร์ตเนอร์กับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ NT เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า AIS ไม่ได้ต้องการพัฒนาโครงข่ายเพื่อเติบโตไปคนเดียว แม้กับ NT จะอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ก็มองว่าเป็นเพื่อนกัน การที่ NT จะลงทุนทำโครงข่าย 5G เพื่อให้บริการลูกค้า ต้องใช้เงินราวแสนล้านบาท แม้ไม่ใช่รวดเดียว แต่ก็เป็นเงินที่เยอะ ดังนั้นมองว่ามาช่วยกันดีกว่า AIS จะนำคลื่น 5G 700Mhz ของ NT มาทำโครงข่าย โดยให้ NT เช่าใช้ เพื่อนำไปบริการลูกค้าของตน ทำให้ค่าใช้จ่ายลดจากแสนล้านเหลือหมื่นล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพได้มาก
“เดิมเรามีคลื่น 700MHz 15MHz NT มี 10 เราขอซื้อ 5MHz ทำให้มี 20 MHz เสริมให้แบนด์วิดท์ครอบคลุมดีขึ้น 30% ส่วน NT เช่าโครงข่าย AIS ตลอดอายุใบอนุญาตคลื่น แล้วไปบริหารลูกค้าเอง จะทำให้โฟกัสได้ดีขึ้น การมองคนในอุตสาหกรรมเดียวกัน และต่างอุตสาหกรรมเป็นเพื่อนและโตไปด้วยกัน มันยั่งยืนกว่า
คลื่น 700MHz ที่ใช้ร่วมกันนี้ นำไปสู่การพัฒนาบริการใหม่ ๆ อย่าง โครงข่ายมีชีวิต หรือ นวัตกรรม 5G Living Network ที่จะเปิดตัวในเดือน ธ.ค.นี้ จะทำให้ลูกค้าของเอ็นที และเอไอเอส สามารถเลือกคุณภาพสัญญาณตามสั่ง แบ่งเป็น 5G Boost Mode, Live Mode และ Game Mode โดยจะใช้ท่อรับส่งสัญญาณตรงได้ทันที เพื่อให้ลูกค้าที่ต้องการใช้งาน 5G อย่างเต็มประสิทธิภาพ สามารถเลือกใช้ความเร็วได้เต็มศักยภาพ จากสถานีฐานที่เอไอเอส 46,590 แห่ง
สิ่งที่ได้หลัง กัลฟ์ เข้ามาลงทุน
นายสมชัยกล่าวต่อว่า หลังกัลฟ์เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้น มีสิ่งที่เกิดขึ้นสองส่วน ส่วนแรก คือประสบการณ์ตรงในการทำธุรกิจอย่างโซลาร์เซลล์ที่ต้องทำด้วยอยู่แล้วในดาต้าเซ็นเตอร์ที่ลงทุน รวมถึงการที่ลูกค้าองค์กรต้องการโซลูชั่นที่สามารถสร้างความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมได้ ที่ได้องค์ความรู้จากกัลฟ์มาช่วยธุรกิจในปัจจุบัน
ส่วนที่สอง คือธุรกิจในอนาคต มี DSA เป็นการร่วมกันระหว่าง Gulf, AIS และ Singtel บริษัทโทรคมนาคมจากสิงคโปร์ ซึ่งมีการให้บริการบริษัทข้ามชาติอย่าง Microsoft ในเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ Hyperscaler ระดับภูมิภาค ซึ่งนอกจากจะทำให้บริษัทได้ประโยชน์ในระดับภูมิภาคแล้ว ยังส่งผลดีต่อลูกค้าด้วย เพราะการมีเทคโนโลยีดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Hyperscaler ในไทย ส่งผลต่อความเร็วในการเชื่อมต่อของธุรกิจอื่น ๆ
โดยจะมีการลงทุนสร้าง Multi Location Datacenter ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่กว่า 1.4 หมื่นล้านบาท โดยมีกัลฟ์ จ่ายไฟ 40MW ให้ดาต้าเซ็นเตอร์ จะพร้อมใช้งานในปี 2025
“กัลฟ์ ยังมีคอนเน็กชั่นและความคุ้นเคยกับภาครัฐ โดยเฉพาะในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ของภาครัฐ ที่น่าจะมีการขับเคลื่อนเร็ว ๆ นี้”
ชำแหละบิ๊กดีล AIS-3Bb
นายสมชัยยังกล่าวถึงการควบรวมกิจการของ AWN และ 3BB ว่ามีความต่างจากการควบรวมของทรู-ดีแทค ทั้งในเชิงกระบวนการที่เป็นการขออนุมัติจาก “กสทช.” ไม่ใช่ “ขอให้รับทราบ” และในเนื้อหาสินค้าบริการ ไม่ใช่ควบรวมแล้วเหลือน้อยราย ในไทยมีผู้ให้บริการไฟเบอร์เป็น 100 ราย มีรายใหญ่ 4-5 ราย เมื่อรวมกันแล้วจะมีรายใหญ่ 3 ราย ไม่เป็น “ดูโอโพลี” และไม่เกี่ยวกับคลื่นความถี่ ดังนั้นใครจะเข้าร่วมเพื่อทำธุรกิจนี้ก็ได้
“ยุทธศาสตร์หลังการควบรวมจะเป็นการหลอมรวม Fix Mobile Convergence คือการเสนอแพ็กเกจโมบายให้ลูกค้า 3BB และ AIS เรามองว่าเขาอยากใช้ทั้งสอง แต่ขึ้นอยู่กับลูกค้า โดยเฉพาะการเสนอแพ็กเกจมือถือให้ลูกค้า 3BB เขาอาจไม่อยากใช้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับเขา”
นายสมชัยกล่าวด้วยว่า ต้นทุนเครือข่ายโมบายเพิ่มแบบดับเบิลดิจิตราว 10% แต่รายได้ไม่ได้มากขนาดนั้น เพราะค่าบริการไม่ได้แพง สำหรับลูกค้า 40 กว่าล้านเลขหมาย ก็จะได้เท่านี้ แต่ด้วยการลงทุนโครงข่ายมหาศาล และการพัฒนาที่ดีมากแล้ว จึงมีความพร้อมที่จะขยายไปให้ลูกค้าอื่น ๆ นอกจากผู้ใช้ทั่วไป จึงอยากขยายไปสู่โซลูชั่นองค์กร และแพลตฟอร์ม ให้กับอุตสาหกรรมอื่น ๆ จะทำให้เกิดความยั่งยืน
ดังนั้นเป้าระยะยาว คือการ “3 วิน” ด้วยดาต้าอินทิเกรต ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอื่นได้รับข้อมูลไปพัฒนา ทำการตลาดจะแม่นยำ และลดต้นทุนได้มาก ส่วนลูกค้ารู้สึกดี เพราะได้สิ่งที่ตอบสนองความต้องการ ไม่ต้องมีแคมเปญการตลาดมากมายรบกวน เพราะข้อมูลที่มีคัดสรรสิ่งที่เขาอยากได้อยู่แล้ว และสุดท้าย AIS ก็วิน ได้ส่วนแบ่งรายได้
“สมมติว่าอุตสาหกรรมที่เราไปช่วยพาร์ตเนอร์ มีส่วนแบ่งการตลาดหมื่นล้านบาท เราขอ 10% ก็เท่ากับพันล้านแล้ว โดยเราไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่ม แต่เป้าหมายนี้ยากแน่นอน เราจึงต้องช่วยกันสร้างอีโคซิสเต็มให้เติบโตไปด้วยกัน ที่ผมเรียกว่า Ecosystem Economy”
จากรายงานผลประกอบการที่ผ่านมา ไตรมาส 3/2566 ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่รายได้เติบโตเพียง 0.7% จากปีก่อน โดยมีผู้ใช้บริการ 5G รวม 8.5 ล้านราย เติบโตขึ้น 54% จากปีก่อน ลูกค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมด 44.4 ล้านเลขหมาย (ข้อมูล ณ เดือน ก.ย. 2566) ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รายได้โต 19% จากปีก่อน มีฐานลูกค้ารวมกว่า 2.38 ล้านราย ในส่วนธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร รายได้เติบโตถึง 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ผนึกบิ๊กเทคพัฒนาโปรดักต์ใหม่
ในส่วนของโปรดักต์ที่ตอบสนองภาคอุตสาหกรรม มีการพัฒนา Enterprise Platform-CPaaS (Communication Platform as a Service) และ AIS Paragon ที่เชื่อมต่อเครือข่าย 5G, Fibre, Edge Computing, Cloud และ Software Application เพิ่มศักยภาพให้อุตสาหกรรมหลักของประเทศ ตามวิสัยทัศน์ขยายเทคโนโลยีโทรคมนาคมให้พาร์ตเนอร์ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจชาติ
ด้านนายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวเสริมด้วยว่า AIS ยังได้จับมือกับ Microsoft เพื่อนำ Generative AI มาให้บริการลูกค้าองค์กร ด้วยการจัดแพ็กเกจ Microsoft 365 Copilot for Enterprise สำหรับลูกค้าเอไอเอส ทั้งผนึก ZTE นำคอมพิวเตอร์สำนักงานขนาดเล็กแบบพกพาที่ใช้การจำลองเครื่องบนคลาวด์
“ครั้งแรกในอาเซียนที่ให้บริการ Microsoft Teams Phone ร่วมกับ AIS ที่ช่วยให้องค์กรและพนักงานสามารถโทร.ออกไปยังเบอร์ภายนอกและรับสายได้ผ่าน Microsoft Teams ได้ทั้งเลขหมายสื่อสาร (เครื่องโทรศัพท์ตั้งโต๊ะ) และเลขหมายเคลื่อนที่ เชื่อมกับ MS Teams”
