Skip to content

อย่าเป็น ‘คนฮะ’ ที่ไร้โซลูชั่น

24 พ.ค. 2569 | 10:26น.
อย่าเป็น ‘คนฮะ’ ที่ไร้โซลูชั่น
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : วรรณโชค ไชยสะอาด

ในสมการธุรกิจบ่อยครั้งที่การเดินทางของโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ ในองค์กรกลับต้องสะดุดลง ไม่ใช่เพราะขาดงบประมาณ หรือขาดเทคโนโลยีลํ้า ๆ เท่ ๆ คูล ๆ หากแต่เกิดจากคำสั้น ๆ คำเดียวที่หลุดมาจากมุมหนึ่งของห้องประชุม

ฮะ..จะดีเหรอ ?

ฮะ..มันจะผิดระเบียบเดิมไหม ?

อาการ “ฮะ…” นี้แหละครับ คือสิ่งที่ CEO การบินไทย คุณชาย เอี่ยมศิริ บอกผ่านรายการ 50 Impact ของประชาชาติธุรกิจ ไว้อย่างน่าสนใจ

คุณชายบอกว่า “คนฮะ” ในองค์กร เลือกเดินในเส้นทางที่ Conservative เพราะมันคือจุดที่เซฟตัวเองได้ดีที่สุด

“เฮ้ย..ไอ้โน่นเป็นไง เฮ้ย..ไอ้นี่ดูดียัง ฮะ..ตลอดเวลาเนี่ยไม่มีใครขยับหรอกครับ” CEO การบินไทยสะท้อนภาพความจริง

การเลือกทางที่เซฟที่สุดมักไม่มีความเสี่ยง หากวันข้างหน้าโปรเจ็กต์เกิดพลาดขึ้นมาก็สามารถยืดอกพูดได้ทันทีว่า “เห็นไหม ฉันพูดแล้วนะ”

แต่ในทางกลับกัน ถ้ามีเสียง “ฮะ” บ่อยเข้า คนที่กำลังอยากเปลี่ยนแปลงก็อาจจะเริ่มถอดใจ ไม่อยากเดินหน้าต่อ สุดท้ายองค์กรก็ย่ำอยู่กับที่

กลายเป็นสภาวะกลัวกันไปหมด คุณชายพูดเองเลยว่าในอดีตองค์กรอย่างการบินไทยใช้เวลาไปกับการ “นั่งศึกษา” มากกว่า “ลงมือทำ” จริง มัวแต่กลัวจะผิดระเบียบเดิม ๆ จนสุดท้ายแผนงานเหล่านั้นกองอยู่บนกระดาษ แต่ไม่ได้ทำจริงสักอย่าง

“ความเป็นไปได้ใหม่”

สิ่งที่คุณชายแนะนำเพื่อแก้โจทย์นี้ คือการเติมแนวคิดที่เรียกว่า “Alterity” เข้าไปในวัฒนธรรมองค์กร นั่นคือการเปิดใจมองหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ และเลิกยึดติดอยู่กับกรอบความถูกต้องตามระเบียบเดิม ๆ จนไม่กล้าขยับตัว

แน่นอนว่าความรอบคอบเป็นสิ่งที่ดีและปฏิเสธไม่ได้ในโลกธุรกิจ แต่คำถามสำคัญคือ “เราสามารถรอบคอบไปพร้อม ๆ กับทำให้ออกมาเร็วด้วยได้ไหม ?” ซึ่งคำตอบคือ จริง ๆ มันควรจะทำได้ครับ

CEO บินไทยบอกว่า ในความเป็นจริงทุกธุรกิจมีความเสี่ยงอยู่แล้ว หน้าที่ของพวกเราไม่ใช่การวิ่งหนีความเสี่ยง แต่คือการบริหารจัดการมันให้อยู่ในระดับที่รับได้แล้วก้าวเดินต่อ เพราะถ้าไม่เดินหน้าก็คือจบ

อีกหนึ่งการเปรียบเทียบที่คุณชายหยิบยกมาเล่า คือบรรยากาศเหมือนการเชียร์มวยหรือฟุตบอล ที่ใครก็สามารถวิจารณ์เกมจากข้างสนามอย่างไรก็ได้

“ข้างสนามเชียร์จัง” แกบอก แต่คนที่ลงไปเผชิญปัญหาจริงคือนักมวยหรือนักฟุตบอลที่กำลังสู้อยู่บนสังเวียน

วัฒนธรรมการทำงานจึงไม่ใช่แค่การชี้จุดบกพร่องแล้วจบ แต่ “ความเห็นที่ดีต้องมาพร้อมข้อเสนอแนะและโซลูชั่นเสมอ”

การมองเห็นข้อจำกัดหรือระเบียบที่เป็นอุปสรรคนั้นเป็นเรื่องดีครับ แต่จะดียิ่งกว่าถ้าเราเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้คัดค้าน มาเป็น “พาร์ตเนอร์” ที่ช่วยคิดว่า “ถ้าติดระเบียบข้อนี้เราจะมีทางออกหรือโซลูชั่นอย่างไร” เพื่อเดินหน้าต่อ

คุณชายพูดทำนองว่า “การเทกออฟ” ไม่ยาก ถ้าเราเปิดใจและมองเห็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ

ลองเปลี่ยนจากคำถามที่ว่า ทำไปจะผิดไหม ? มาเป็น เราจะทำให้มันสำเร็จและถูกต้องได้อย่างไร ? เพื่อให้ห้องประชุมไม่ใช่สถานที่ตัดตอนไอเดีย แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยกันส่งต่อให้องค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง

ติดตามบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่ “ประชาชาติธุรกิจ”ทุกแพลตฟอร์มครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โซลูชั่น โปรเจ็กต์