พระราชกฤษฎีกากำหนดให้การเช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2568 หรือ “พ.ร.ฎ.ธุรกิจเช่าซื้อ-ลีสซิ่ง” จะมีผลบังคับใช้วันที่ 2 ธ.ค. 2568 ถือเป็นการจัดระเบียบธุรกิจเช่าซื้อ-ลีสซิ่งครั้งใหญ่
ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจแต่ละรายต้องเข้าสู่ “ระบบ” และรายงานตัวกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พร้อมทั้งจัดทำรายงานข้อมูลการประกอบธุรกิจอย่างละเอียด หากไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตามที่กฎหมายระบุไว้
ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์สัญชาติไทย “ซีเนียร์ คอม” ภายใต้การนำทัพของซีอีโอ Gen 2 ที่มองเห็นช่องว่างทางการตลาดจึงเปิดตัว “H-Meter Capital” โซลูชั่นบริหารจัดการระบบสินเชื่อที่ช่วยลดความซับซ้อน ยกระดับการประกอบธุรกิจ และจัดการข้อมูลการปล่อยสินเชื่อให้ดียิ่งขึ้น
“สุพิชชา อึงอารี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเนียร์ คอม จำกัด กล่าวว่า H-Meter Capital เริ่มให้บริการกับบริษัทชั้นนำในวงการสินเชื่อเช่าซื้อ และลีสซิ่งมาระยะหนึ่งแล้ว มีบัญชีผู้ใช้งานระบบ (Concurrent Users) กว่า 10,000 คน มีปริมาณธุรกรรมเฉลี่ย 5 ล้านรายการต่อเดือน มีมูลค่าพอร์ตสินเชื่อที่บริหารจัดการผ่านระบบสูงกว่า 10,000 ล้านบาท
ตัวอย่างบริษัทสินเชื่อที่ใช้โซลูชั่น H-Meter Capital เช่น SG Capital ในกลุ่มเจมาร์ท, Cathay Leasing, รัตนทุน และ วี.เอ็นโฟน เป็นต้น
“เมื่อก่อนลีสซิ่งรายย่อยจะใช้โปรแกรม Excel คีย์ข้อมูลทั้งหมด แต่พอมีลีสซิ่งบางรายเริ่มใช้โปรแกรมบริหารจัดการระบบสินเชื่อ ภาพรวมอุตสาหกรรมค่อย ๆ เปลี่ยนไป ทุกคนต้องแข่งขันกันในแง่ของการสร้างความน่าเชื่อถือ ยิ่ง ธปท. มีกรอบการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น จะมาใช้โปรแกรม Excel อย่างเดิมก็คงไม่ได้”
“สุพนิต อึงอารี” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทเดียวกันเสริมว่า จุดเด่นของเทคโนโลยี H-Meter Capital มีระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล (E-KYC) และ NDID, AI สำหรับการประมวลผลเพื่อจัดทำเอกสาร และปรับเงื่อนไขสินเชื่อให้เหมาะสมกับลูกหนี้แต่ละราย, การคำนวณดอกเบี้ยที่โปร่งใส และแดชบอร์ดสำหรับแสดงภาพรวมธุรกิจแบบเรียลไทม์
นิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ-ลีสซิ่ง ที่ใช้โซลูชั่น H-Meter Capital แบ่งเป็นนิติบุคคลรายย่อย 50% และรายใหญ่ 50% ซึ่งบริษัทตั้งเป้าไว้ว่าจะเพิ่มจำนวนนิติบุคคลที่ใช้โซลูชั่นนี้ 20% ภายในปี 2569
ในส่วนของการแข่งขันมีคู่แข่ง 2 กลุ่ม คือ 1.Local Player เป็นผู้ให้บริการรายเล็กที่โซลูชั่นต่อ API หรือปลั๊กอินได้น้อยกว่า และ 2.Global Player ผู้ให้บริการจากต่างประเทศ ที่ส่วนใหญ่ซอฟต์แวร์เป็น Legacy System อายุการใช้งานมากกว่า 15-20 ปี
“ข้อได้เปรียบของ H-Meter Capital คือการมีเทคโนโลยีที่ใหม่กว่า สามารถพิจารณาการให้สินเชื่อได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงเก็บค่าบริการแบบ Subscription ตามการใช้งาน คือใช้น้อยจ่ายน้อย ช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจประหยัดต้นทุนการดำเนินงาน”
“สุพิชชา” กล่าวถึงการต่อยอด H-Meter Capital ในอนาคตด้วยว่าจะเป็นการเดินหน้าขยายศักยภาพของแพลตฟอร์ม เข้าสู่กลุ่มธุรกิจสินเชื่ออื่น ๆ ได้แก่ 1.สินเชื่อสำหรับซื้อโทรศัพท์มือถือ (Locked-Phone Financing), 2.สินเชื่อเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ (Agricultural Machinery Financing) และ 3.Home Loans สำหรับผู้ให้สินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Nonbank Lender)
“พอร์ตสินเชื่อที่บริหารจัดการผ่าน H-Meter Capital เกิน 80% ยังอยู่ในกลุ่มรถยนต์ และมอเตอร์ไซค์ ส่วนสินเชื่อประเภทอื่น ๆ มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามเทรนด์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน”
ซีอีโอ “ซีเนียร์ คอม” ทิ้งท้ายด้วยว่า ใน 3-5 ปีต่อจากนี้ จะขยายตลาด H-Meter Capital และ DV Platform โซลูชั่นบริหารจัดการดีลเลอร์ที่เปิดตัวเมื่อปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ไปในอาเซียน เพราะมีบริบทใกล้เคียงกับประเทศไทย ปัจจุบันกำลังศึกษาตลาดและพูดคุยกับพาร์ตเนอร์เพื่อหาความเป็นไปได้ร่วมกัน