เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เกษตรฯ รับมือฝนปลาย ก.ค. คุมเข้มบริหารน้ำ เตือน 33 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
Economic เกษตรฯ รับมือฝนปลาย ก.ค. คุมเข้มบริหารน้ำ เตือน 33 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
ครม.เคาะยืดเวลาอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 20 ก.ย. ใช้สิทธิรอบใหม่ 1 ต.ค.
Politics ครม.เคาะยืดเวลาอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 20 ก.ย. ใช้สิทธิรอบใหม่ 1 ต.ค.
Jurassic World ครบ 1 ปี คนชมทะลุ 6 แสน สะท้อนแข่งขันขาย “ประสบการณ์”
Biz Movement Jurassic World ครบ 1 ปี คนชมทะลุ 6 แสน สะท้อนแข่งขันขาย “ประสบการณ์”
ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณขายออก 65,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณขายออก 65,850 บาท
คต.เตือนผู้ส่งออกเร่งปรับตัว รับกฎ EU ห้ามสินค้าใช้แรงงานบังคับ มีผลปลายปี 2570
Economic คต.เตือนผู้ส่งออกเร่งปรับตัว รับกฎ EU ห้ามสินค้าใช้แรงงานบังคับ มีผลปลายปี 2570
หมอ สรณ ยืนยันไม่ยอมรับมติ “สละสิทธิ์” ประธานกสทช. หลังประชุมบอร์ดล่ม
Tech หมอ สรณ ยืนยันไม่ยอมรับมติ “สละสิทธิ์” ประธานกสทช. หลังประชุมบอร์ดล่ม
TEAMG ลุยรับงาน Data Center ต่อยอดที่ปรึกษาวิศวกรรมครบวงจร
Business TEAMG ลุยรับงาน Data Center ต่อยอดที่ปรึกษาวิศวกรรมครบวงจร
ครม.ไฟเขียวขยายเวลา VAT 7% อีก 1 ปี ถึง 30 ก.ย. 70 พยุงค่าครองชีพ-เศรษฐกิจ
Politics ครม.ไฟเขียวขยายเวลา VAT 7% อีก 1 ปี ถึง 30 ก.ย. 70 พยุงค่าครองชีพ-เศรษฐกิจ
นายกฯ รอมติ สว. ก่อนทูลเกล้าฯ ชื่อ ‘นพ.สรณ’ พ้นประธาน กสทช.
Politics นายกฯ รอมติ สว. ก่อนทูลเกล้าฯ ชื่อ ‘นพ.สรณ’ พ้นประธาน กสทช.
พาณิชย์ เช็กราคาสังฆทานก่อนเข้าพรรษา ยันยังไม่ขึ้นราคา คุมเข้มร้านค้าติดป้ายให้ชัด
Economic พาณิชย์ เช็กราคาสังฆทานก่อนเข้าพรรษา ยันยังไม่ขึ้นราคา คุมเข้มร้านค้าติดป้ายให้ชัด
ดูทั้งหมด

ผ่อนบ้านอ่วม “ดอกเบี้ยบวม” แห่รีไฟแนนซ์ ย้ายค่าย-แก้สัญญา

08 พ.ย. 2566 | 07:36น.
ดอกเบี้ยบ้าน

ดอกเบี้ยขาขึ้นสินเชื่อบ้าน 2.7 ล้านล้านบาท เจอผลกระทบทั้งระบบ ลูกหนี้อ่วมเผชิญภาวะ “ดอกเบี้ยบวม” ค่างวดผ่อนบ้านไม่เหลือตัดเงินต้น แห่วิ่งเข้าหาแบงก์ขอลดดอกเบี้ย-รีไฟแนนซ์ ปรับสัญญายืดเวลาผ่อนชำระยาวขึ้น สมรภูมิตลาดรีไฟแนนซ์เดือด แบงก์อัดแคมเปญดึงลูกค้าย้ายค่าย CIMBT ชี้ปีแรกดอกเบี้ยคงที่ 1.99% ต่อปี “ทีทีบี” เผยตัวเลขรีไฟแนนซ์บ้านมาจากแบงก์อื่นโต 80% สูงสุดในรอบหลายปี

นางสาวอัจจนา ล่ำซำ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลองและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (RP) จากระดับ 0.50% ต่อปี เมื่อเดือนสิงหาคม 2565 จนปัจจุบันมาอยู่ในระดับ 2.50% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นมาประมาณ 2% ในช่วงปีที่ผ่านมา ผลกระทบต่อลูกค้ารายย่อยคือจะเห็นว่าการส่งผ่านไปสู่อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดีแบบมีระยะเวลา (MRR) มีสัดส่วนประมาณ 49% ของอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้น หรือคิดเป็นประมาณ 1%

ทั้งนี้ หากมองผลกระทบจากดอกเบี้ยขาขึ้นต่อลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัย พบว่า จะกระทบในกลุ่มผู้ขอกู้สินเชื่อบ้านใหม่ที่จะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น โดยในส่วนของสินเชื่อเดิม ในการคำนวณค่างวด สถาบันการเงินจะมีการคำนวณดอกเบี้ยเผื่อไว้ (buffer) อยู่แล้วเฉลี่ย 1-2% รองรับในทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ทำให้ผลกระทบอาจจะไม่มากนัก

“อาจมีลูกหนี้บางคนเริ่มไม่ไหว เพราะตอนเริ่มต้นทำสัญญากู้บ้านจะเป็นแบบดอกเบี้ยคงที่ แต่หลังจากเริ่มผ่อนและเริ่มเข้าสู่ดอกเบี้ย step up บางคนรายได้อาจเข้ามาไม่ทั่วถึง แบงก์ก็อาจจะเข้าไปดูแลพูดคุยว่าด้วยกระแสเงินสดประมาณนี้ การผ่อนชำระจะไหวหรือไม่ไหว หากไม่ไหวก็ปรับโครงสร้างกัน ซึ่งปัจจุบันเท่าที่พูดคุยกับแบงก์ก็ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ เพราะแบงก์จะแยกพอร์ตเลยว่า กลุ่มไหนที่ต้องจับตาอาจจะกระทบก็มีการพูดคุย กลุ่มไหนใกล้หมดปิดสัญญาก็ไม่น่าจะมีปัญหา”

ลูกหนี้เจอภาวะ “ดอกเบี้ยบวม”

แหล่งข่าวสถาบันการเงิน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา อัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นมาประมาณ 2% ต่อปี ส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยไม่น้อย ทั้งกลุ่มที่กระทบมาก กระทบน้อย ส่วนที่ยังไม่กระทบก็คือกลุ่มที่ยังอยู่ในช่วง 2-3 ปีแรกที่ได้ “อัตราดอกเบี้ยคงที่” ขณะที่กลุ่มที่เริ่มกระทบคือกลุ่มที่ครบกำหนดเปลี่ยนไปเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เช่น ดอกเบี้ยเดิม 3% ต่อปี ปรับเป็น 4% ต่อปี ทำให้เวลาลูกค้าจ่ายค่างวดจะตัดเงินต้นน้อยลง แต่หากลูกค้าเริ่มจ่ายค่างวดแล้วเป็นดอกเบี้ยทั้งหมดไม่มีเหลือสำหรับเงินต้น ธนาคารจะติดต่อลูกค้าปรับค่างวดจ่าย หรือกลุ่มที่กระทบมากคือค่างวดไม่พอดอกเบี้ย ธนาคารจะให้ลูกค้าจ่ายมากขึ้น

โดยกรณีที่มีข่าวลูกค้าชำระค่างวดบ้านแต่หักเงินต้นเพียง 5 บาท ต้องบอกว่าเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ หากลูกค้าเลือกผ่อนชำระค่างวดน้อย เช่นในช่วง 2 ปีแรก สมมุติอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี และปีที่ 3 ดอกเบี้ยลอยตัวเป็น 3.5% ต่อปี ก็จะทำให้เกิดภาวะ “ดอกเบี้ยบวม” เกิดจากเจอดอกเบี้ยลอยตัวและดอกเบี้ยขาขึ้น ดังนั้น ผลกระทบส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างการผ่อนชำระของลูกค้าด้วย

แห่รีไฟแนนซ์ย้ายค่าย

ดร.ศศิมา ทองสมัคร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผลิตภัณฑ์ธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งล่าสุด 0.25% มาอยู่ที่ 2.50% ต่อปี พบว่า มีลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยเข้ามาเจรจาขอลดดอกเบี้ย (retention) กับธนาคารเพิ่มขึ้น 2 เท่า จากเดิมเฉลี่ยอยู่ที่ 400 ล้านบาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นเป็น 800 ล้านบาทต่อเดือน และคาดว่าแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก

สาเหตุหลักมาจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่สูงขึ้น รวมถึงลูกค้าผ่อนชำระครบ 3 ปี ครบกำหนดดอกเบี้ยช่วงโปรโมชั่นพอดี ทำให้เป็นดอกเบี้ยลอยตัว อย่างไรก็ดี การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในแต่ละรายจะไม่เท่ากัน ซึ่งจะพิจารณาตามประเภทของทรัพย์ และกลุ่มลูกค้าเป็นหลัก แต่ธนาคารจะพยายามดูแลลูกค้าภายใต้ต้นทุนการเงินที่รับได้และพอมีกำไร เนื่องจากลูกค้าเองก็ไม่ต้องการย้ายไปใช้บริการธนาคารอื่น เพราะจะมีเรื่องค่าใช้จ่ายและเอกสารที่ต้องยื่นเพิ่มเติม

สินเชื่อบ้าน 2.7 ล้าน ล.กระทบ

ดร.ศศิมากล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างการส่งเอกสารถึงลูกค้าเรื่องการปรับค่างวดหลังจากดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้น โดยในกรณีที่ลูกค้าผ่อนชำระค่างวดไม่คุมเงินต้น ซึ่งมีประมาณ 300 ราย หรือไม่ถึง 1% ของพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งหมด โดยผลกระทบค่อนข้างน้อย ส่วนหนึ่งมาจากธนาคารได้มีการใส่ดอกเบี้ย buffer ในการคำนวณค่างวดไว้ค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีแรกของการผ่อนชำระ อย่างไรก็ดี ในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น มองว่าสินเชื่อบ้านได้รับผลกระทบทั้งระบบ ทำให้การปิดจบหนี้ของลูกค้าช้าลง เนื่องจากค่างวดจะถูกหักเงินต้นน้อยลง

อย่างไรก็ดี มองว่าในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ตลาดรีไฟแนนซ์จะเป็นทางเลือกของลูกค้าสินเชื่อบ้านในการเป็นเครื่องมือลดภาระดอกเบี้ย และจะเห็นว่าธนาคารหันมาแข่งขันทำโปรโมชั่นในตลาดนี้มากขึ้นเมื่อเทียบกับ 5-6 ปีก่อน ทำให้ตลาดรีไฟแนนซ์มีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง โดยตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยทั้งระบบ ณ มีนาคม 2566 อยู่ที่ 2,698,178 ล้านบาท มีการรีไฟแนนซ์อยู่ที่ 15,989 ล้านบาท

CIMBT รีไฟแนนซ์ 1.99%

ในส่วนของธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ยังคงเน้นการเติบโตในกลุ่มสินเชื่อรีไฟแนนซ์ คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมียอดสินเชื่อคงค้างรีไฟแนนซ์อยู่ที่ 5.5 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท โดยล่าสุดได้ออกแคมเปญดอกเบี้ยคงที่ปีแรกอยู่ที่ 1.99% ต่อปี ถือเป็นอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดในตลาดตอนนี้ เพื่อช่วยลูกค้าป้องกันดอกเบี้ยขาขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ทำให้ กนง.มีสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มได้อีก

“ในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น เชื่อว่าทุกคนกระทบหมด เราเห็นสัญญาณลูกค้าเข้ามาเจรจาขอแบงก์ลดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากต้นปี ซึ่งหากไม่ได้ปรับลดลูกค้าจะรีไฟแนนซ์ไปแบงก์อื่น ซึ่งก็มีลูกค้าที่เราลดให้ แต่ก็มีบางรายที่ต้องยอมปล่อย เพราะต้นทุนสู้ไม่ได้ เพราะตอนนี้ยอมรับว่าตลาดรีไฟแนนซ์แข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง ทั้งเรื่องดอกเบี้ย ค่างวดผ่อน เงิน top up และความเร็วในการอนุมัติ”

ค่างวดไม่พอเงินต้น

นายชัยยศ ตันพิสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ในการคำนวณค่างวด โดยปกติสถาบันการเงินจะมีการคำนวณดอกเบี้ยเผื่อไว้เฉลี่ย 1% เช่น ค่างวดชำระอยู่ที่ 9,800 บาท จะคิดค่างวดเผื่อเป็น 1 หมื่นบาทต่อเดือน เพื่อรองรับดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 1.3% ทำให้ภาระการผ่อนไม่คุมเงินต้น ซึ่งกระทบลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยแน่นอน

ทั้งนี้ เบื้องต้นธนาคารจะมีการแจ้งเตือนไปยังลูกค้าที่เข้าข่ายได้รับผลกระทบจากค่างวดผ่อนชำระไม่เหลือตัดเงินต้น ซึ่งลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนเงื่อนไขชำระผ่านแอปพลิเคชั่น หรือเลือกเข้ามาเปลี่ยนสัญญา ทั้งการคงอัตราการผ่อนชำระเท่าเดิม แต่ขยายเทอมการผ่อนชำระ เช่น จากเดิม 30 ปี อาจขยายออกไป หรือเลือกเพิ่มวงเงินชำระค่างวดเพื่อให้เพียงพอในการตัดชำระเงินต้น ซึ่งลูกค้าสินเชื่อบ้านจะนิยมนำเงินมาโปะเมื่อมีเงินก้อน

“ตอนนี้ดอกเบี้ยขยับเพิ่มขึ้น ทำให้ลูกค้าบ้านได้รับผลกระทบบ้าง แต่พอร์ตของกสิกรไทยกระทบไม่เยอะมาก ซึ่งเราก็มีแจ้งเตือนลูกค้ากรณีที่ได้รับผลกระทบไปแล้ว ส่วนการขอรีไฟแนนซ์เพื่อลดภาระดอกเบี้ย ยอมรับมีสัญญาณเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่จะเป็นการรีไฟแนนซ์เข้าและรีไฟแนนซ์ออก โดยในไตรมาส 4/66 เคแบงก์ยังคงต้องปล่อยสินเชื่อโตตามตลาด” นายชัยยศกล่าว

สมรภูมิรีไฟแนนซ์คึกคัก

ด้านนายจเร เจียรธนะกานนท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือทีทีบี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยในช่วงที่เหลือยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ทำให้ลูกค้าต้องการลดภาระดอกเบี้ยและค่างวดในการผ่อนชำระลง เพื่อรักษาสภาพคล่องไว้ และหากดูอัตราดอกเบี้ยตลาดทั้งระบบปรับขึ้นมาค่อนข้างเยอะ โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาอัตราดอกเบี้ย M rate ปรับเพิ่มขึ้นมาแล้ว 2%

“ปีนี้เทรนด์ตลาดรีไฟแนนซ์น่าจะเติบโต เนื่องจากผู้บริโภครับรู้ว่าตลาดอยู่ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งการรีไฟแนนซ์จะช่วยทั้งลดภาระดอกเบี้ยและลดค่างวด ทำให้กำลังการผ่อนมีมากขึ้น สะท้อนจากตัวเลขรีไฟแนนซ์ของทีทีบีเติบโตเพิ่มขึ้น 70-80% จากไตรมาสก่อน และเป็นการรีไฟแนนซ์มาจากแบงก์อื่นสูงขึ้นในรอบหลายปี ซึ่งเป้าหมายปีนี้เรายังคงโตในตลาดรีไฟแนนซ์ บ้านแลกเงิน ส่วนหนึ่งมาจากตลาดสินเชื่อบ้านใหม่ค่อนข้างชะลอ” นายจเรกล่าว

นอกจากนี้ ในส่วนลูกค้าของธนาคารก็เห็นสัญญาณที่เข้ามาขอปรับลดดอกเบี้ยมากขึ้นด้วย สำหรับกรณีปัญหาภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ทำให้ค่างวดไม่คุมเงินต้นนั้น จากการสำรวจลูกค้าสินเชื่อบ้านของทีทีบี ที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยประมาณ 0.01% ของพอร์ตสินเชื่อบ้านทั้งหมด ส่วนหนึ่งมาจากธนาคารได้มีการคำนวณดอกเบี้ย buffer เผื่อไว้อยู่แล้ว ทำให้พอร์ตสินเชื่อกระทบไม่มาก

แบงก์แข่งโปรฯดึงลูกค้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย มีแคมเปญสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 1.99% ต่อปี หรือเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 3.29% สัดส่วนวงเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกันอยู่ที่ 85% ขณะที่ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือทีทีบี มีแคมเปญสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์บ้านและคอนโดมิเนียมมาอยู่กับทีทีบี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเริ่ม 3.50% ต่อปี ผ่อนได้ยาวสูงสุด 35 ปี พร้อมฟรีค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย-ค่าประเมินหลักทรัพย์ ขณะที่ธนาคารเกียรตินาคินภัทร KKP Home Loan Refinance อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเริ่มต้น 3.30% ต่อปี