ศิริกัญญาซัด นายกฯและพรรคเพื่อไทยแถลงทั้งที่รู้ว่าร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านขัดรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง เป็นการหา “ทางลง” และบอกอีกว่าหาก พ.ร.บ.กู้เงินผ่านไปได้ก็จะสร้างภาระทางการคลังขึ้นไปเกือบ 20% ของรายได้รัฐบาล
วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลโพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก Sirikanya Tansakun – ศิริกัญญา ตันสกุล ถึงกรณีการแถลงความชัดเจนการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทของนายกรัฐมนตรีว่า นายกฯแถลงทั้งที่รู้ว่าร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านขัดรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง เป็นการหา “ทางลง” และบอกอีกว่าหาก พ.ร.บ.กู้เงินผ่านไปได้ก็จะสร้างภาระทางการคลังขึ้นไปเกือบ 20% ของรายได้รัฐบาล
ข้อความเต็มในโพสต์ดังกล่าวมีดังนี้
“สิ่งที่นายกแถลงวันนี้ เป็นการยอมรับว่าไม่ได้คิดอย่างถี่ถ้วนทั้งเรื่องว่าจะเอาแหล่งเงินมาจากไหนสุดท้ายต้องกู้มาแจก และเทคโนโลยีจาก super application ที่ย้อนกลับมาใช้เป๋าตัง
“ซ้ำร้าย เงินดิจิทัล 10,000 บาท อาจจะไม่มีใครได้เงินเลยซักคนเดียว เพราะทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่าร่าง พ.ร.บ. กู้เงิน 5 แสนล้าน ขัดต่อ ม. 140 ของรัฐธรรมนูญ และ ม. 53 ของพ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง แต่ก็ยังเลือกทางนี้ ซึ่งนายกและพรรคเพื่อไทยย่อมทราบดี เพราะเป็นกรณีเดียวกับที่ศาลรัฐธรรมนูญปัดตก พ.ร.บ. เงินกู้ 2 ล้านล้าน (รถไฟฟ้าความเร็วสูง) เมื่อปี 2556
“หรือนี่เป็นเพียงการสร้างภาพให้ความมั่นใจกับประชาชนว่ากำลังจะได้เงิน ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าไปไม่รอดแน่ เป็นการสร้างกับดักเพื่อที่ในอนาคต หากมีบรรดานักร้อง หรือผู้ตรวจการแผ่นดินไปร้องต่อศาล รธน. (ซึ่งพรรคก้าวไกลไม่ไปร้องแน่นอน) ก็จะสามารถอ้างได้ว่าเป็นความผิดของศาล รธน. ในการปัดตกร่าง พ.ร.บ. กู้เงิน ไม่ใช่ความผิดของรัฐบาล
“ดิฉันขอคัดค้านสุดตัวไม่ให้เรื่องนี้มีศาลรธน.เข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร ก็ให้มันจบที่คกก.กฤษฎีกา เป็นคนตีความ และรัฐบาลรับผิดชอบในทางการเมืองด้วยตัวเอง
“แต่ถ้าถึงที่สุด เกิดอภินิหารและร่าง พ.ร.บ.นี้ผ่านสภาไปได้ การผ่อนชำระคืนใน 4 ปี บวกดอกเบี้ยในแต่ละปี จะสร้างภาระทางการคลังขึ้นไปเกือบ 20% ของรายได้รัฐบาล เท่ากับเก็บภาษีมาได้ก็เอาไว้จ่ายคืนหนี้ ดอกเบี้ยต่องบประมาณจะทะลุ 10% ในปีงบ 68 ซึ่งเป็นสิ่งที่บรรดาสถาบันจัดเครดิตเรทติ้งเฝ้าจับตาเพื่อรอหั่นเรทติ้งอยู่แน่นอน”