เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
Automotive โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
“ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
Real Estate “ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
Economic พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
ดูทั้งหมด

เฟดจบรอบการขึ้นดอกเบี้ย คาดปีหน้าลด 0.75% ดันหุ้นพุ่งแรง 

14 ธ.ค. 2566 | 06:31น.
เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด แถลงข่าวหลังการประชุม FOMC วันที่ 13 ธันวาคม 2023

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ขึ้นดอกเบี้ย ส่งสัญญาณชัดจบรอบขึ้นดอกเบี้ยแล้ว คาดการณ์ปีหน้าลด 0.75% ดันดัชนีหุ้นสหรัฐพุ่งแรง

วันที่ 13 ธันวาคม 2023 เวลา 14.00 น. ตามเวลา EST สหรัฐอเมริกา ซึ่งตรงกับเวลา 02.00 น. วันที่ 14 ธันวาคม ตามเวลาประเทศไทย ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เผยผลการประชุมตัดสินใจนโยบายการเงิน โดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่อัตรา 5.25-5.5% และส่งสัญญาณว่าสิ้นสุดวงจรการขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว 

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันเป็นระดับสูงสุดในรอบ 22 ปีของสหรัฐ และการคงอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ เป็นการคงอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งติดต่อกัน และเป็นไปตามที่นักลงทุน นักเศรษฐศาสตร์ และนักวิเคราะห์คาดการณ์

ในเอกสารข่าวเผยแพร่ของธนาคารกลางสหรัฐระบุว่า ตัวชี้วัดล่าสุดชี้ให้เห็นว่าการเติบโตของกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงจากการเติบโตที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่ 3 การจ้างงานได้ชะลอลงตั้งแต่ช่วงต้นปี แต่ยังคงแข็งแกร่ง และอัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ อัตราเงินเฟ้อได้ผ่อนคลายลงในช่วงปีที่ผ่านมาแต่ยังคงสูง

ระบบธนาคารของสหรัฐมีเสถียรภาพและมีความสามารถในการรับมือวิกฤตและฟื้นตัว (resilient) เงื่อนไขทางการเงินและสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับครัวเรือนและธุรกิจมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และอัตราเงินเฟ้อ ขอบเขตของผลกระทบเหล่านี้ยังคงไม่แน่นอน คณะกรรมการยังคงให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ 

คณะกรรมการพยายามที่จะบรรลุการจ้างงานสูงสุดและเงินเฟ้อในอัตรา 2% ในระยะยาว เพื่อสนับสนุนเป้าหมายเหล่านี้ คณะกรรมการจึงตัดสินใจรักษาช่วงเป้าหมายสำหรับอัตราเงินกองทุนของรัฐบาลกลางไว้ที่ 5.25 ถึง 5.50% 

คณะกรรมการจะยังคงประเมินข้อมูลที่เข้ามาเพิ่มเติมและผลกระทบของมันที่มีต่อนโยบายการเงินต่อไป ในการพิจารณาขอบเขตของการกำหนดนโยบายเพิ่มเติมใด ๆ ที่อาจเหมาะสมเพื่อที่จะนำอัตราเงินเฟ้อให้กลับลงไปอยู่ที่ 2% เมื่อเวลาผ่านไป คณะกรรมการจะพิจารณาถึงความเข้มงวดสะสมของนโยบายการเงิน ความล่าช้าที่นโยบายการเงินส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ และพัฒนาการทางเศรษฐกิจและการเงิน 

นอกจากนี้ คณะกรรมการจะยังคงลดการถือครองพันธบัตรกระทรวงการคลัง พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) ที่ออกโดยสถาบันการเงินที่ภาครัฐค้ำประกัน ดังที่อธิบายไว้ในแผนที่ประกาศก่อนหน้านี้ 

“คณะกรรมการมีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะนำอัตราเงินเฟ้อกลับลงไปสู่เป้าหมาย 2%” ถ้อยแถลงของ FOMC ย้ำเป้าหมาย 

“ในการประเมินจุดยืนและท่าทีที่เหมาะสมของนโยบายการเงิน คณะกรรมการจะติดตามผลกระทบของข้อมูลที่เข้ามา เพื่อคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจต่อไป คณะกรรมการจะเตรียมปรับจุดยืนของนโยบายการเงินตามความเหมาะสม หากเกิดความเสี่ยงที่อาจขัดขวางการบรรลุเป้าหมายของคณะกรรมการ การประเมินของคณะกรรมการจะพิจารณาข้อมูลที่หลากหลาย รวมถึงสภาวะตลาดแรงงาน แรงกดดันด้านเงินเฟ้อและการคาดการณ์เงินเฟ้อ และพัฒนาการด้านการเงินและด้านการระหว่างประเทศ” 

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐกล่าวว่า เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งหากแรงกดดันด้านราคากลับมา เขาชี้ว่าขณะนี้ผู้กำหนดนโยบายกำลังหันมาให้ความสำคัญกับการลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงลดลงสู่เป้าหมาย 2%

การคาดการณ์รายไตรมาสแสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่เฟดคาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงรวม 75 เบสิสพอยต์ (0.75%) ในปีหน้า ซึ่งเป็นอัตราการปรับลดที่เร็วกว่าที่ระบุไว้ในเดือนกันยายน แม้ว่าค่ามัธยฐานความคาดหวังสำหรับอัตราดอกเบี้ยเฟด ณ สิ้นปี 2024 จะอยู่ที่ 4.6% แต่คาดการณ์รายบุคคลนั้นแตกต่างกันอย่างมาก

ใน dot plot ของเฟด ซึ่งเป็นการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยที่ผู้กำหนดนโยบายแต่ละคนคิดว่าเหมาะสม แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ 8 คนคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่า 75 เบสิสพอยต์ (น้อยกว่า 0.75%) ในขณะที่เจ้าหน้าที่อีก 5 คนคาดว่าจะมีการปรับลดลงมากกว่านั้น 

พาวเวลล์เน้นย้ำว่า การคาดการณ์การปรับลดดอกเบี้ยไม่ใช่แผนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า แต่ยอมรับว่าในการประชุมสัปดาห์นี้ ผู้กำหนดนโยบายการเงินได้หารือกันถึงคำถามที่ว่า เมื่อใดจึงจะเหมาะสมที่จะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ย 

“นั่นเริ่มปรากฏให้เห็นและเป็นหัวข้อถกเถียงอย่างชัดเจนในโลกนี้ และยังเป็นหัวข้อการพูดคุยสำหรับพวกเราในการประชุมของพวกเราวันนี้ด้วย” พาวเวลล์กล่าวในการแถลงข่าวหลังการประชุม

ทั้งนี้ การที่พาวเวลล์ไม่ตอบโต้คาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้น ทำให้ดัชนีหุ้นสหรัฐพุ่งแรง ดัชนีดาวโจนส์พุ่งทำสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลร่วงลง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ส่งผลให้ราคาพันธบัตรรัฐบาลรุ่นเก่าในตลาดพุ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน นักลงทุนก็ได้เพิ่มเดิมพันว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกจะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคมเกือบจะแน่นอนแล้ว