“เฟด” จะลดดอกเบี้ยตอนไหน เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐไม่มีสัญญาณถดถอย

ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
อาคารธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed (ภาพโดย Fed)

หากปัจจัยพิจารณาที่สำคัญอย่างหนึ่งในการที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ “เฟด” จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง คือ การที่เศรษฐกิจสหรัฐถดถอย หรืออย่างน้อยก็อัตราการเติบโตชะลอลงมาก ๆ คำถามในตอนนี้ก็คงเป็น “เฟดจะลดดอกเบี้ยลงตอนไหน ?” ในเมื่อตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสล่าสุดยังคงโตดีเกินคาด เพิ่มจำนวนนักวิเคราะห์ที่คาดว่าเฟดจะนำเศรษฐกิจสหรัฐลงจอดได้อย่างนุ่มนวล

อัตราดอกเบี้ยของเฟด ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 5.25-5.50% ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าเฟดน่าจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยไปสูงกว่านี้ แต่ว่าจะเริ่มปรับลดลงตอนไหนนั้น มีคาดการณ์ที่แตกต่างหลากหลาย ก่อนหน้าจะทราบตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดจากประมาณการของทางการสหรัฐ มีการคาดการณ์จากหลายสถาบันการเงินว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลงค่อนข้างมากในปีหน้า

“ยูบีเอส” (UBS) ธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์มองว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวลงมากในไม่กี่ไตรมาสข้างหน้า จึงคาดว่าเฟดจะเริ่มหั่นดอกเบี้ยลงตั้งแต่เดือนมีนาคม 2024 แล้วจบปี 2024 ด้วยอัตรา 2.50-2.75% ก่อนจะปรับลงสู่อัตราสุดท้ายของขาลงรอบนี้ที่ 1.25% ในต้นปี 2025

ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคาร “มอร์แกน สแตนลีย์” (Morgan Stanley) เผยคาดการณ์เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนว่า เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยในการประชุมในเดือนมิถุนายน 2024 จากนั้นลดอีกครั้งในเดือนกันยายน และลดในการประชุมทุกครั้งนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2024 เป็นต้นไป จนนำไปสู่อัตรา 2.375% ในสิ้นปี 2025

ด้านนักเศรษฐศาสตร์จาก “ดอยช์แบงก์” (Deutsche Bank) รายใหญ่ที่สุดในเยอรมนีเผยคาดการณ์เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนว่า “เฟด” จะหั่นดอกเบี้ยเร็วและแรงกว่าที่ตลาดคาดกันไว้ โดยคาดว่าจะหั่นลงถึง 1.75% ภายในปีหน้า เนื่องจากคาดว่าสหรัฐจะเจอเศรษฐกิจถดถอยในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งจะทำให้เฟดต้องปรับลดดอกเบี้ยลงครั้งแรก 0.50% ในการประชุมในเดือนมิถุนายน 2024 ตามด้วยการปรับลดอีก 1.25% ในช่วงครึ่งปีหลัง

ส่วนนักเศรษฐศาสตร์ของธนาคาร “โกลด์แมน แซคส์” (Goldman Sachs) คาดว่า เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ย 0.25% ในไตรมาส 4 ปี 2024 ตามด้วยการปรับลดครั้งละ 0.25% ไปจนถึงกลางปี 2026 รวมการปรับลดลง 1.75% ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยสุดท้ายหยุดอยู่ที่ช่วง 3.5-3.75%

ด้าน “โกลด์แมน แซคส์ แอสเซต แมเนจเมนต์” (GSAM) มองแบบเข้มสุดขั้วว่า ดอกเบี้ยสหรัฐจะ “สูงนาน” โดยนักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซกส์ เชื่อว่าเฟดน่าจะไม่ลดอัตราดอกเบี้ยลงเลยในปีหน้า เว้นแต่ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวลงมากกว่าการคาดการณ์ในปัจจุบันอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์เหล่านี้เป็นการคาดการณ์ก่อนจะทราบตัวเลขเศรษฐกิจตามประมาณการครั้งที่ 2 ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนว่า จีดีพีสหรัฐในไตรมาส 3 ปี 2023 โตเกินคาดถึง 5.2% เป็นระดับการเติบโตรายไตรมาสที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี นับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2021 ที่โต 7%

เมื่อตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีเกินคาดขนาดนี้ ทั้งนักเศรษฐศาสตร์ นักวิเคราะห์ และนักลงทุนคงจะมีการปรับคาดการณ์ช่วงเวลาที่เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยกันใหม่

จากการสำรวจ FedWatch Tool ของ CME Group เวลา 16.10 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน (เวลาไทย) นักลงทุนเทน้ำหนัก 44.5% ว่า เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมในเดือนมีนาคม 2024 และเทน้ำหนัก 76.6% ว่าในเดือนพฤษภาคม 2024 ดอกเบี้ยจะลดลงจากระดับปัจจุบัน โดย 48.6% มองว่าดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 5.00-5.25% อีก 26.9% มองว่าจะลงไปอยู่ที่ 4.75-5.00% และอีก 1.1% มองว่าจะอยู่ที่ 4.50-4.75%

นั่นหมายความว่า นักลงทุนมากกว่าครึ่งหนึ่งมั่นใจว่าในเดือนพฤษภาคมปีหน้า เฟดลดดอกเบี้ยลงแน่นอน


…แต่จะจริงดังคาดหรือไม่ เชื่อว่าเฟดเองก็ยังลุ้นกับข้อมูลเศรษฐกิจอยู่เช่นกัน และล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา เจอโจม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธานเฟดกล่าวทำลายความหวังของตลาดอย่างแรงว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประกาศชัยชนะเหนือเงินเฟ้อ เร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องลดดอกเบี้ย และบอกว่าเฟดพร้อมที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีกหากมีปัจจัยเหมาะสม