“มีเดีย อินเทลลิเจนซ์” เผยท็อป 10 กลุ่มธุรกิจที่ใช้งบฯโฆษณาสูงสุดในปี 2566 นี้ ยาสีฟันครองอันดับ 1 ต่อเนื่อง ส่วนรถปิกอัพร่วงจากอันดับ 4 ไปอันดับ 8 ขณะที่นมผงโหมงบฯกระฉูดพุ่งขึ้นอันดับ 4 แทน
นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานและกรรมการบริหาร บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป จำกัด หนึ่งในมีเดียเอเยนซี่รายใหญ่ของไทย กล่าวว่า จากการประเมินด้วยข้อมูลระยะเวลา 11 เดือนที่ผ่านมา มูลค่าเม็ดเงินโฆษณาสำหรับทั้งปี 2566 นี้จะอยู่ที่ประมาณ 84,549 ล้านบาท เติบโต 4.4% จากปี 2565 ซึ่งมีมูลค่า 80,988 ล้านบาท
โดยตลอดช่วงเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมานี้ กลุ่มธุรกิจเอกชนต่างมีการปรับเพิ่มและลดงบฯสำหรับโฆษณาประชาสัมพันธ์เมื่อเทียบกับปี 2565 ซึ่งใน 10 กลุ่มธุรกิจที่ใช้งบฯสูงสุดของปีนี้นั้นมีทั้งกลุ่มที่ลดงบฯลงถึง 43% ขณะที่บางกลุ่มเพิ่มงบฯขึ้่นถึง 68% ด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ในภาพรวมเม็ดเงินยังมีการเติบโตสูงกว่าปี 2565
สำหรับธุรกิจที่ใช้งบฯมากที่สุดในปี 2566 นี้กลุ่มท็อป 3 ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มยาสีฟัน, แพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลซ และน้ำอัดลมตามลำดับ ต่างใช้งบฯน้อยลงกว่าปี 2565 ในระดับ 12-27%
โดยอันดับ 1 อย่างกลุ่มยาสีฟัน ใช้งบฯโฆษณามูลค่า 2,627 ล้านบาท ลดลง 12% จากปีก่อนซึ่งใช้งบฯ 2,990 ล้านบาท ในกลุ่มนี้เทพไทยเป็นแบรนด์ที่ทุ่มงบฯสูงสุด ลำดับ 2 เป็นกลุ่มแพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลซ ใช้งบฯรวมกัน 1,792 ล้านบาท ลดลง 26% จากงบฯ 2,422 ล้านบาทเมื่อปีก่อนหน้า มีอีมาร์เก็ตเพลซช้อปปี้ เป็นผู้ใช้งบฯสูงสุดของกลุ่ม ส่วนลำดับ 3 คือกลุ่มน้ำอัดลม ใช้งบฯ 1,653 ล้านบาท ลดลง 27%

อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจอันดับ 4-6 นั้น กลับใช้งบฯโฆษณามากกว่าปี 2565 ในระดับตั้งแต่เพียง 8% ไปจนถึงมากขึ้น 68%
นำโดยอันดับ 4 เป็นนมผง ใช้งบฯ 1,293 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากถึง 68% เมื่อเทียบกับปีก่อนซึ่งใช้งบฯเพียง 768 ล้านบาทเท่านั้น โดยเอนฟาโกร เป็นแบรนด์ที่ใช้งบฯมากที่สุด อันดับ 5 เป็น ครีมกันแดด-ผิวขาว ใช้งบฯ 1,130 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนที่ใช้งบฯ 1,047 ล้านบาท อันดับ 6 คือ ร้านฟาสต์ฟู้ด ใช้งบฯ 1,107 ล้านบาท
ในส่วนของอันดับ 7 เป็นวิตามินและสินค้าสุขภาพ ใช้งบฯ 1,089 ล้านบาท ลดลง 16% จากมูลค่า 1,303 ล้านบาทของปี 2565 มีนิวโรเบียน เป็นผู้ใช้งบฯสูงสุดของกลุ่ม ในอันดับ 8 เป็นรถรถปิกอัพซึ่งปี 2566 ใช้เม็ดเงินโฆษณาน้อยลงมากที่สุดใน 10 อันดับ โดยใช้งบฯ 1,039 ล้านบาท ลดลงถึง 43% จากปีก่อนที่ใช้งบฯ 1,821 ล้านบาท
สำหรับสองอันดับสุดท้ายเป็นสินค้าในหมวดใกล้เคียงกันและใช้เม็ดเงินเพิ่มขึ้นในอัตราเท่า ๆ กัน โดยอันดับ 9 เป็นแชมพูสูตรอ่อนโยน ใช้งบฯ 1,026 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากมูลค่า 755 ล้านบาทเมื่อปี 2565 มีโดฟ เป็นแบรนด์ที่ใช้งบฯมากที่สุด สุดท้ายอันดับ 10 เป็นแชมพูสูตรขจัดรังแคใช้งบฯ 991 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% เช่นเดียวกัน โดยเคลียร์ เป็นแบรนด์ที่ใช้งบฯมากที่สุด
สำหรับทิศทางปี 2567 นั้น นายภวัต เรืองเดชวรชัย คาดว่าเม็ดเงินโฆษณาจะเติบโตประมาณ 4% เป็น 87,960 ล้านบาท เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกมากนัก โดยการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและนโยบายดิจิทัลวอลเลตนั้นอาจกระตุ้นได้ไม่มากนักเมื่อเทียบกับความท้าทายอย่างปัญหากำลังซื้อ จากหนี้ครัวเรือน-หนี้บุคคลที่สูง รวมถึงสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศที่ยังร้อนระอุ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนของภาคธุรกิจ
ทั้งนี้ต้องจับตาดูสถานการณ์ในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งเป็นจังหวะหลังเทศกาลสงกรานต์และสามารถสะท้อนบรรยากาศการจับจ่ายได้ชัดเจน